โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ค้าชายแดน “ปาดังเบซาร์” วูบ มาเลย์ยกระดับขึ้นคอมเพล็กซ์ครบวงจร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ต.ค. 2566 เวลา 11.26 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. 2566 เวลา 11.26 น.

“ปาดังเบซาร์” ฝั่งไทย แหล่งการค้าที่รุ่งเรืองล่มสลาย ฝั่งมาเลย์เปิดเกมรุกพัฒนายกระดับเป็นคอมเพล็กซ์ แม่ค้าพ่อค้าไทย ผวา “นายกเทศมนตรี” เมืองปาดังเบซาร์ เสนอรัฐบาลเจรจารัฐบาลมาเลเซีย เปิด “ฟรีโซน” เมืองปาดังเบซาร์ฝั่งไทย เมืองปาดังเบซาร์ฝั่งมาเลเซีย 3 กม.

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการธุรกิจค้าขายสินค้าบริเวณเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ ที่อยู่ติดชายแดนไทย-มาเลเซีย อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการที่ฝั่งมาเลเซียได้มีการลงทุนยกระดับตลาดค้าชายแดนขึ้นเป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองปาดังเบซาร์ของไทยไม่เกิน 5 กม.

โดยมีการเปิดแผงให้เช่ากว่า 1,000 แผง ในราคาตั้งแต่ 20,000-30,000 บาทต่อเดือน มีสินค้าจากฝั่งไทยเข้าไปขายครบวงจรทั้งสินค้าอุปโภค บริโภค ทำให้ชาวมาเลเซียที่เคยเดินทางข้ามมาซื้อสินค้าฝั่งไทยลดลง

ส่งผลกระทบต่อยอดรายได้จากที่เคยขายได้ประมาณวันละ 5,000-9,000 บาท ปัจจุบันเหลือเพียงวันละ 1,000-2,000 บาท ทำให้พ่อค้าแม่ค้าคนไทยข้ามไปเช่าแผงขายสินค้าที่คอมเพล็กซ์ดังกล่าว

ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา ผู้บริหารโรงแรมออสการ์พาเลส บ้านด่านนอก อ.สะเดา จ.สงขลา และนายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เท่าที่ทราบตลาด 2 แห่งของมาเลเซียที่อยู่ตรงข้ามเมืองปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา คือ ตลาดพลาซ่า NAIGA ปาดังเบซาร์ และแวร์มาร์ท ขยายตัวเติบโตขึ้นมาก

เฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์มีคนเข้าช็อปปิ้งหลักหมื่นคน ย่านดังกล่าวเป็นแหล่งการค้าขนาดใหญ่ที่ประเทศมาเลเซียพยายามพัฒนาขึ้นมาหลายปีแล้ว ตอนนี้มีคนไทยข้ามไปเช่าแผงเช่าพื้นที่กันจำนวนมาก

“10 กว่าปีก่อนความรุ่งเรืองทางการค้าระหว่างเมืองปาดังเบซาร์ฝั่งไทยกับเมืองปาดังเบซาร์ฝั่งมาเลเซียไม่ต่างกัน มีเงินสะพัดนับร้อยล้านบาทต่อเดือน แต่ปัจจุบันห่างกันมาก ฝั่งมาเลเซียมีความเจริญเติบโต แต่ฝั่งปาดังเบซาร์ของไทยซบเซาเหลือการค้าไม่เกิน 10-20% เนื่องจากสถานบันเทิงปิดตัว โรงแรมหลายแห่งเลิกกิจการ และทำเป็นบ้านเลี้ยงนกนางแอ่น ฯลฯ ขณะที่ร้านค้าต่าง ๆ ยังเปิดให้บริการ”

ดร.สิทธิพงษ์กล่าวต่อไปว่า เมืองปาดังเบซาร์ อ.สะเดา ถูกกำหนดเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลา จาก 1 ใน 4 ตำบล แต่กลับไม่ก้าวหน้า เห็นว่ารัฐบาลใหม่จะนำไปพิจารณาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใหม่

ปาดังเบซาร์

อย่างไรก็ตาม อยากให้พิจารณาเรื่องบริบทชายแดนทั่วประเทศต่างกัน สำหรับชายแดนไทย-มาเลเซีย ต.ปาดังเบซาร์ ต.สำนักขามบ้านด่านนอก อ.สะเดา จ.สงขลา รอยต่อรัฐเคดาห์ และรัฐปะลิส มาเลเซีย ตนมองว่าสิ่งที่จะตอบโจทย์เป็นเรื่องการค้าขายชายแดน และด้านการท่องเที่ยว จึงอยากให้รัฐบาลเรียกคืนศักยภาพธุรกิจการค้าเมืองปาดังเบซาร์ รัฐบาลต้องลงทุนส่งเสริมฟื้นฟูเรื่องการค้าขายชายแดน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

และที่สำคัญ ขอให้มีการพิจารณาข้อกฎหมายต่าง ๆ ใหม่ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศ ลดขั้นตอน ค่าใช้จ่ายบริเวณด่านทั้งหมด เพื่อสร้างแรงดึงดูดชักชวนให้คนเดินทางเข้ามา

นายอรรถพล พร้อมมูล นายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ชายแดนไทย มาเลเซีย รัฐปะลิส เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมืองปาดังเบซาร์มีภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ตกต่ำมาหลายปี จากการปิดช่องขาวแดงชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเท้าเข้าออกระหว่างชายแดนไทย-มาเลเซีย ระหว่างตลาดปาดังเบซาร์ทั้งฝั่งไทย และมาเลเซีย แล้วให้เดินทางผ่านด่านปาดังเบซาร์

ส่งผลให้เมืองปาดังเบซาร์ฝั่งไทย ซึ่งเป็นเมืองค้าขายชายแดนไทย-มาเลเซียที่มีชื่อเสียง ยอดการค้าตกต่ำมาตลอด จากเดิมมีชาวมาเลเซียประมาณ 80% เดินทางเข้าออกมาซื้อขายสินค้ามีเงินหมุนสะพัดต่อวันนับร้อยล้านบาทและหลายร้อยล้านบาทต่อเดือน แต่ตอนนี้ชาวมาเลเซียได้หายไปกว่า 80%

“ผมและประชาชนในพื้นที่เคยได้หารือและนำเสนอทางออกกับทางการมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เมืองฟื้นกลับมา แต่ได้รับแก้ไขเพียงเล็กน้อย ทางออกที่จะทำให้เมืองปาดังเบซาร์ฝั่งไทยฟื้นขึ้น คือต้องกำหนดเป็นเขตฟรีโซน ในระยะ 3-5 กม. ระหว่างเมืองปาดังเบซาร์ฝั่งไทยกับเมืองปาดังเบซาร์ฝั่งมาเลเซียทั้ง 2 ประเทศจะฟื้นขึ้นมาทันที แต่เมืองปาดังเบซาร์ฝั่งมาเลเซียจะฟื้นขึ้นมามากกว่าด้วยจะได้ผลประโยชน์ทั้ง 2 ประเทศ

ทั้งนี้ การหารือจะต้องเป็นระดับรัฐบาลไทยกับรัฐบาลมาเลเซีย เพื่อดำเนินการแก้ไข อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทุกครั้งที่นำเสนอไปยังทางการกลับถูกระบุว่าเป็นเรื่องเงื่อนไขทางด้านความมั่นคง จริง ๆ ผู้ไม่ประสงค์ดีจะไม่เดินเข้ามาผ่านทางด่าน เพราะมีช่องทางธรรมชาติตลอดแนวชายแดนเล็ดลอดเข้ามาได้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...