ป.ป.ช. ลุยสอบพิรุธ ออกโฉนดทับซ้อน วนอุทยานปราณบุรี พบชื่อ ส.ว.ยื่นขอ
ป.ป.ช. ลุยสอบพิรุธ ออกโฉนดทับซ้อน วนอุทยานปราณบุรี พบชื่อ ส.ว.ยื่นขอ พิรุธออกโฉนดเกิน 3 ไร่เศษ จาก น.ส.3 เดิม
วันที่ 27 ก.ค. 2566 นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วย นายหิรัณย์เศรษฐ เหยี่ยวประยูร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 7 น.ส.จุฑารัตน์ เหลืองเพิ่มสกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสมศักดิ์ กรีธาธร หัวหน้าวนอุทยานปราณบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบการยื่นขอออกเอกสารสิทธิ์ทับซ้อนในเขตที่ดินของวนอุทยานปราณบุรี ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบมีชื่อสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ยื่นขอออกโฉนดด้วย
สืบเนื่องจากมีการออกโฉนดที่ดินจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) รวมทั้งสิ้น 11 แปลง ผู้ถือกรรมสิทธิ์ได้จดทะเบียนขายแก่ "นาย ว." และต่อมา "นาย ว." ได้ขายที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 6179, 6180 และ 6181 แก่ "นาย พ." วันที่ 23 ธ.ค. 2554 ส่วนอีก 8 แปลง "นาย ว." จดทะเบียนโอนชำระค่าหุ้นรวม 8 โฉนด แก่บริษัท "นาย ด." ซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน
จากหลักฐานเดิม หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2520 เนื้อที่ 19-3-79 ไร่ ได้แบ่งแยกเป็น น.ส.3 เลขที่ 108/95 (ไม่ปรากฏว่ามีการนำไปออกโฉนดหรือไม่) และแบ่งแยกแล้วนำไปออกโฉนดที่ดินอีกจำนวน 11 แปลง รวมเป็น 12 แปลง ได้เนื้อที่รวม 23-0-46.5 ไร่ ซึ่งมีจำนวนเนื้อที่มากกว่าเดิม จำนวน 3-0-67.5 ไร่
การออกโฉนดที่ดินดังกล่าว มีการร้องเรียนว่าการออกโฉนดที่ดิน จำนวน 11 แปลง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองเก่า-ป่าคลองคอย สำนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงเรียกคืนโฉนดที่ดินทั้ง 11 แปลง เพื่อพิจารณาดำเนินการเพิกถอน และร้องทุกข์ไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาขอความเป็นธรรม
คณะกรรมการกฤษฎีกา จึงให้กรมป่าไม้ตรวจสอบและพิจารณาแล้ว ได้มีหนังสือกรมป่าไม้ แจ้งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าการออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ต่อเนื่องจากใบเหยียบย่ำดังกล่าว อยู่นอกเขตป่าคุ้มครอง ซึ่งได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดป่าคลองเก่า ในท้องที่ ต.ปากคลอง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ให้เป็นป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2484 โดยบริเวณที่ออกใบเหยียบย่ำ ไม่เป็นป่าหวงห้ามในขณะนั้น
ต่อมามีกฎกระทรวงฉบับที่ 222 (พ.ศ.2510) กำหนดป่าคลองเก่า-คลองคอย เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ที่ดินตามใบเหยียบย่ำดังกล่าวได้ถูกผนวกเข้าเป็นป่าสงวนแห่งชาติด้วย แต่ใบเหยียบย่ำได้ออกมาก่อนกฎกระทรวงฉบับที่ 222 (พ.ศ.2510) กำหนดป่าคลองเก่า-คลองคอย เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ใบเหยียบย่ำดังกล่าวจึงออกมาโดยชอบด้วยกฎหมาย
กรมที่ดิน จึงมีหนังสือ ด่วนมาก ลงวันที่ 28 พ.ย. 2532 แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่ต้องดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินทั้ง 11 แปลง เมื่อปี พ.ศ. 2533 "นาย ว." ได้ซื้อที่ดินทั้ง 11 แปลง จากนั้นในปี พ.ศ. 2547 นาย "ว." ได้ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดิน (ที่งอกชายทะเล) ทั้ง 11 แปลง
โดยมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่าผู้ที่ซื้อเอกสารสิทธิ์และขอออกโฉนดมี 1 รายที่เป็น สว. ซึ่ง ป.ป.ช.จะตรวจสอบรายละเอียดเรื่องนี้อย่างละเอียดต่อไป