โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทะลุมิติไปทำฟาร์มกับหมอหญิงตัวน้อย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 23 ต.ค. 2566 เวลา 12.45 น. • เผยแพร่ 23 ต.ค. 2566 เวลา 12.45 น. • Kawebook
นางพยาบาลสาวเดินทางข้ามเวลา ช่วยคนตายคลอดลูกจนสำเร็จ แต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็น ตัวหายนะ!! ตัวหายนะมารดาเจ้าสิ! ข้าไม่ใช่ตัวหายนะ ข้าจะเป็นเศรษฐีนี!

ข้อมูลเบื้องต้น

นางพยาบาลสาวเดินทางข้ามเวลา ช่วยคนตายคลอดลูกจนสำเร็จ แต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็น ตัวหายนะ!! ตัวหายนะมารดาเจ้าสิ! ข้าไม่ใช่ตัวหายนะ ข้าจะเป็นเศรษฐีนี!

ประพันธ์โดย : 宝萱 แปลและเรียบเรียงโดย: Shala Translation

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ: Guangzhou Alibaba Literature lnformation TechnologY Co., Ltd

ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทย: Glory Forever

‘ หลินฟู่’ นางพยาบาลสาวจากยุคปัจจุบัน ดับอนาถเพราะทำงานผ่าคลอดเยอะเกิน

นางเดินทางข้ามกาลเวลามาอยู่ในร่างของเด็กสาว ‘ฟู่อิน’ เด็กหญิงวัย 13 ปี ผู้โชคร้าย

ทั้งๆ ที่ตายเพราะทำงานผ่าคลอดมากไป ข้ามมิติมาแล้วยังต้องผ่าคลอดอีก!

แม้มารดาของร่างเดิมนี้จะสิ้นใจระหว่างการคลอดลูก ทว่านางที่เพิ่งเข้าร่างมา

สามารถแก้สถานการณ์ผ่าคลอดช่วยชีวิตเด็กไว้ได้ แต่ปัญหากลับไม่จบไป

เพราะนางผ่าคลอดสำเร็จจึงถูกชาวบ้านสาปแช่ง!

.

“หลินฟู่อินคนนี้เป็นปีศาจจำแลง ผ่าท้องแม่ ดึงน้องสาวน้องชายออกมาด้วยกรรไกร

ควรจะลากนางออกไปเผาทั้งเป็นเสีย!”

แม้ชีวิตใหม่จะเริ่มด้วยความยากลำบาก และคำสาปแช่ง

มารดาตาย บิดาหายสาบสูญ น้องแฝดเพิ่งเกิดไร้คนดูแล ปู่ย่าบ้านใหญ่เอาแต่จ้องจะแย่งสมบัติ!

แต่ในเมื่อพระเจ้าให้รางวัลเป็นชีวิตใหม่ให้แก่นาง นางย่อมต้องสำนึกคุณค่า

นางจะมาแทนที่ร่างนี้ รับหน้าที่พี่สาว เลี้ยงน้องๆให้ดี

และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุด!

----------------------------------

.

แนะนำนิยายที่คุณไม่ควรพลาด กดที่รูปเพื่ออ่านได้เลยนะคะ

ทำคลอดให้คนตาย

หลินฟู่อินรู้สึกเหน็ดเหนื่อย หิวโหยทั้งยังอ่อนแรงราวกับผ่านนรกภูมิและสายน้ำหลาก ผ่านความยากลำบากมามากมาย…

ทันใดนั้นนางพลันตื่นตัวขึ้นมาเมื่อได้กลิ่นคาวเลือดเข้มข้น หญิงสาวสลัดความหนักอึ้งบนหนังตา ฝืนเบิกตาให้กว้างขึ้น

เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า นัยน์ตาพลันแข็งทื่อ เสียงสั่นสะเทือนดังลั่นในหัว

ตรงนั้นมีผู้หญิงท้องโตที่สวมชุดโบราณสีกรมท่า ท่อนล่างมีเลือดไหลอาบ ผ้าปูเตียงสีน้ำตาลและผ้าห่มต่างก็กลายเป็นสีดำจากเลือดเสีย

ดวงตางามของหญิงสาวผู้นั้นเหลือกขึ้น มองเพียงแวบเดียวก็รู้เห็นเป็นหลักฐานว่านางตายแล้ว

ใจของหลินฟู่อินกระตุกวูบ สายตานางเฉียบคมขึ้น ไม่ทันคิดอะไรก็กระโจนเข้าไปตรวจสอบบริเวณช่องคลอดของหญิงสาวผู้นั้นทันที

เห็นในมือหญิงสาวกำของบางอย่างเอาไว้แน่น หลินฟู่อินก็มุ่นคิ้วแล้วโยนมันไปข้างเตียง ไม่คิดต่อทันที

เมื่อเปิดดูส่วนล่างของอีกฝ่ายก็เห็นว่ามีขาเด็กโผล่ออกมาแล้ว

หลินฟู่อินขมวดคิ้ว ค่อยๆ ใช้มือขวาจับเท้าเล็กนั่นดึงออกมาช้าๆ

ผลุบ

เมื่อดึงเด็กออกมาจากร่างมารดาได้ก็มีเสียงร้องดังเบาๆ แต่ตัวเด็กเริ่มกลายเป็นสีม่วงเสียแล้ว ทั้งใบหน้ายังเป็นสีฟ้า

แต่เด็กยังมีชีวิต!

หลินฟู่อินไม่มีเวลาตัดสายสะดือ รีบตบก้นเด็กด้วยมือที่สั่นเทาทันที

"แงงง…." เสียงร้องไห้โยเยของเด็กทารกดังขึ้นมา

หลินฟู่อินมองสำรวจพื้น ยังมีน้ำต้มเดือดอยู่ในอ่าง ทั้งในนั้นยังมีกรรไกรใหม่ๆ เล่มหนึ่งวางอยู่

เห็นว่ากรรไกรถูกฆ่าเชื้อแล้วก็ดีใจขึ้นมา เมื่อตวัดตาไปมองหญิงสาวผู้นั้น คนที่มาจากยุคโบราณกับท้องของอีกฝ่าย หัวใจก็สั่นสะท้านอีกครั้ง

ท้องของสตรีผู้นี้ไม่ได้แบนราบสนิท ดูเหมือนเมื่อครู่จะยังเห็นท้องเคลื่อนไหวอีกด้วย

อาจจะเป็นแฝด…

นางแทบหายใจไม่ทัน แต่ก็รีบวางเด็กในอ้อมแขนลงแล้วแตะหน้าท้องของคนบนเตียงอีกครั้ง

จริงด้วย ท้องขยับอย่างรุนแรง ยังมีเด็กอีกคนหนึ่ง!

ผู้หญิงคนนี้มีลูกแฝดจริงด้วย…

กระทั่งในยุคปัจจุบันหลินฟู่อินไม่เคยผ่าตัดทำคลอดมาก่อน แต่นางรู้วิธี

มือเรียวหยิบกรรไกรจากอ่าง สายตาแน่วแน่ จากนั้นก็ตัดลงไป!

ไม่เช่นนั้นแล้วเด็กอีกคนในท้องผู้หญิงคนนี้ต้องตายจริงๆ แน่

นางถือกรรไกรไว้ในมือ ทำใจแข็ง เล็งไปยังบริเวณเหนือสะดือสามนิ้วแล้วลงมือกรีดอย่างรวดเร็ว

ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ได้แต่ต้องใช้กรรไกรผ่าตัดทำคลอด…

"แง…"

ทันทีที่เด็กคนที่สองถูกนำออกมาจากท้องมารดาก็ส่งเสียงร้องดังสนั่นทันที

โชคดีเหลือเกินที่ไม่เป็นอะไร…

เด็กคนนี้สุขภาพดีกว่าคนแรก ทันทีที่ออกมาก็ส่งเสียงร้องไห้ได้เลย

หลินฟู่อินเช็ดเนื้อเช็ดตัวเด็กๆ จนสะอาดสะอ้านและตัดสายสะดือ จากนั้นจึงนำผ้าอ้อมมาห่อตัวทั้งสอง พับมุมอย่างประณีตเรียบร้อยแล้วค่อยถอนใจอย่างโล่งอก

นางหมดแรงทั้งยังรู้สึกเหนื่อยล้าราวกับหมูขี้เกียจ จนต้องนั่งลงบนพื้นดินเย็นเฉียบ

จากนั้นก็ค่อยๆ คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

เมื่อความทรงจำจากผู้อื่นค่อยๆ ถ่ายเข้ามาอย่างพร่าเลือน ดวงตาของหญิงสาวก็เบิกกว้าง

ตอนนี้นางอยู่ในยุคสมัยต้าเว่ยจากในนิยาย เป็นลูกสาวของผู้ที่ตายทั้งกลมอยู่บนเตียงนี่เอง เพิ่งจะอายุสิบสามปี ทั้งยังมีแซ่หลิน ชื่อฟู่อินเหมือนกัน

ผู้ตายบนเตียงที่เพิ่งคลอดลูกนี้แซ่ฉู่ ทุกคนเรียกว่าฉู่ซื่อ ท้องได้แปดเดือนกว่าก็เกิดน้ำคร่ำแตก แต่ฟู่อินไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้เกิดปัญหาตอนคลอด

เพราะความทรงจำของร่างนี้จบลงหลายวันก่อนผู้เป็นแม่จะคลอดยาก เรื่องราวหลังจากนั้นจึงว่างเปล่า

หลินฟู่อินเดาว่าเด็กน่าสงสารผู้นี้น่าจะประสบภาวะจนตรอกทั้งยังหวาดกลัวที่มารดาตายไปต่อหน้าต่อตาตอนคลอดน้องๆ ส่วนเรื่องหลังจากอีกฝ่ายตายไปนางไม่อยากจะคิด

ร่องรอยความเสียใจปรากฏในดวงตา เด็กทั้งสองที่นางทำคลอดออกมาเป็นแฝดชายหญิง ตอนนี้ทั้งสองก็ถือเป็นน้องชายน้องสาวของนางแล้ว

พ่อของเด็กพวกนี้ชื่อหลินหยวน เป็นบุตรคนที่สามของบ้านตระกูลหลินในหมู่บ้านหูลู่ เป็นนายพรานฝีมือโดดเด่น

แต่ความสัมพันธ์ของเขากับบิดามารดากลับไม่ดีเนื่องจากเขาแต่งกับฉู่ซื่อ จึงได้ย้ายออกจากบ้านของตระกูลมานานแล้ว ในตอนที่ฉู่ซื่อคลอดยากจึงไม่มีใครมาช่วยเหลือ

หลินฟู่อินมองเด็กทั้งสองที่นอนอยู่ข้างมารดาผู้ล่วงลับ หัวใจเกิดบีบรัดขึ้นมา

ชาติก่อนนางเองก็เป็นเด็กกำพร้าที่เติบโตมาในบ้านเด็กกำพร้า จากนั้นก็เข้าเรียนที่โรงเรียนพยาบาลตามความฝัน ตั้งใจเรียนตั้งใจทำงานจนได้เป็นนางพยาบาลผดุงครรภ์ในแผนกสูตินรีเวชในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติ ความเจ็บปวดของการเป็นเด็กกำพร้านั้นนางย่อมรู้ดี แต่เด็กสองคนนี้ยังมีนางอยู่ นางจะมาแทนที่ร่างนี้ รับหน้าที่พี่สาว แล้วเลี้ยงเด็กๆ ให้ดี!

ส่วนสาเหตุที่ทำให้นางเดินทางข้ามเวลามานั้น…จำได้ว่าวันนั้นมีคนมาคลอดลูกเยอะเป็นพิเศษ นางกับคุณหมอจางจากแผนกสูติฯ กำลังช่วยผู้หญิงคนหนึ่งที่ประสบภาวะคลอดยาก ก่อนอีกฝ่ายจะคลอดสำเร็จ นางก็หมดสติไปเสียก่อน

ไม่นึกเลยว่าจะได้มาเกิดในร่างใหม่ที่ต่างยุคต่างสมัย…

นางเดินทางข้ามเวลา ช่วยคนตายคลอดลูกจนสำเร็จ เกิดเป็นเด็กแฝดคู่หนึ่งออกมา

เมื่อครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน พ่อของร่างนี้เป็นนายพรานมากฝีมือ อีกฝ่ายขึ้นเขาไปล่าสัตว์ได้สี่วันแล้วยังไม่กลับมา

แล้วจะหาอาหารจากไหนมาป้อนเด็กๆ กัน?

ศีรษะของหลินฟู่อินเจ็บแปลบจนต้องกลับตาลง

ตอนนี้ควรจะพาเด็กๆ ออกไปก่อน จำได้ว่าร่างนี้มีห้องส่วนตัวอยู่ข้างๆ กัน

จะว่าไปแล้วครอบครัวนี้ก็มีฐานะพอสมควร ในบ้านมีสามห้องใหญ่ เจ้าบ้านก็ล่าสัตว์เก่งกาจ บ้านจึงไม่เคยขาดเงินทอง

พอคิดๆ สักหน่อยก็รู้สึกว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่เลวร้าย

"ฉู่ซื่อ…"

"ฉู่ซื่อ รีบส่งเจ้าเด็กลางร้ายนั่นมาได้แล้ว!"

"ใช่ ส่งดาวหายนะนั่นมาให้เราได้แล้ว!"

หลินฟู่อินเพิ่งจะพาอุ้มน้องสาวเข้ามาวางในห้องนอนก็ได้ยินเสียงตะโกนคุ้นหูของคนหนุ่มคนแก่ดังเข้ามา

เมื่อได้ยินเสียงนั้นนางก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาดี

ยิ่งกว่านั้นยังอยากได้ดาวหายนะอะไรนั่นอีก

"ฟู่อิน…"

"ฟู่อินอะไร! นางเป็นดาวหายนะ! จับนางมัดแล้วเผานางเสีย!" สตรีร่างอวบหนาหน้าตาน่าเกลียดดุดันตะโกนลั่นใส่สตรีวัยกลางคนหน้าตาร้ายกาจด้านหลัง

ดวงตาหลินฟู่อินทอประกายวาบ สตรีร่างอวบคืออู๋ซื่อผู้เป็นย่าของร่างนี้ ส่วนคนที่หน้าตาร้ายกาจคือจ้าวซื่อซึ่งเป็นป้านั่นเอง

"อ๊า…"

จ้าวซื่อและอู๋ซื่อเร่งร้อนบุกเข้าไปในห้องมารดา เมื่อเห็นภาพเตียงท่วมเลือดก็พากันกรีดร้องออกมา

"มีคนตาย!" ป้าของนางกรีดร้องวิ่งออกไปราวกับสตรีบ้าคลั่ง

อู๋ซื่อผู้เป็นย่าอาจจะตัวสูงใหญ่แต่แก่ชราแล้ว เมื่อเห็นร่างฉู่ซื่อที่ล่วงลับก็ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู จ้องมองเตียงและของที่ฟู่อินยังไม่มีเวลาเก็บกวาดอย่างเหม่อลอย

คนที่ทำให้จ้าวซื่อและอู๋ซื่อหวาดกลัวจนกรีดร้องออกมาก็คือน้องชายที่เพิ่งคลอดนั่นเอง

"ฉู่ซื่อ…คลอดเด็กหรือ?" ในที่สุดดวงตาของอู๋ซื่อก็ขยับ อีกฝ่ายหันมามองหลินฟู่อิน

หลินฟู่อินไม่คิดจะมองอีกฝ่ายแม้แต่น้อย นางเดินไปหาเด็กน้อยแล้วลูบเขาอย่างอ่อนโยน

"ใช่ เป็นลูกของท่านแม่ข้า"

นางรู้จากความทรงจำของร่างนี้ว่าคุณย่าคนนี้กับคุณป้าใหญ่ไม่ชอบฉู่ซื่อมานานหลายสิบปี ทั้งสองมักปองร้ายบ้านสามตลอด

ดังนั้นย่อมไม่จำเป็นต้องสุภาพด้วย

อู๋ซื่อมองใบหน้าซีดขาวเจือฟ้าของผู้ตายแล้วตัวสั่น "เด็กนั่น…เป็นหญิงหรือชาย?"

แม้ฉู่ซื่อจะคลอดลูกจนตายแต่นางก็ไม่สนใจ หากอีกฝ่ายคลอดลูกชายออกมาได้ บ้านสามก็จะมีผู้สืบทอดแล้ว

แผนของบ้านใหญ่ย่อมกลายเป็นหมัน แน่นอนว่านางไม่ต้องการ!

"ท่านย่า สนเพียงเรื่องนี้หรือ?"หลินฟู่อินมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา

คนเป็นย่ากลับมีเพียงสายตาคิดคำนวณ ไม่มีความโศกเศร้าเสียใจหรือสงสารแม้แต่น้อย ทำให้หัวใจของหลินฟู่อินรู้สึกเย็นเยือกขึ้นมาราวกับธารน้ำแข็งท่ามกลางฤดูหนาวเลยทีเดียว

----------------------------------

เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร

กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลยย~ _

.

.

ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ

แนะนำนิยายที่คุณไม่ควรพลาด กดที่รูปเพื่ออ่านได้เลยนะคะ

ดาวหายนะ

หลินฟู่อินหลับตาแน่น เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในแววตาคู่นั้นก็เต็มไปด้วยความแน่วแน่

จากความทรงจำของร่างนี้ หลินฟู่อินเป็นที่รักใคร่ของบิดามารดาผู้ยังหนุ่มสาวยิ่งนัก ชีวิตนางเต็มไปด้วยความสงบสุขสดใส ทั้งตัวเด็กคนนี้ยังใสซื่อมีจิตใจดี

แต่นางไม่เหมือนกัน นางเป็นกำพร้ามาตั้งแต่เด็ก เห็นทั้งด้านดีด้านร้ายของโลกมาหมดแล้ว แม้ในความทรงจำของร่างเดิมจะไม่มีอะไรบอกใบ้ แต่นางก็ยังสัมผัสได้ว่าความตายของฉู่ซื่อที่เป็นมารดาไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็น!

นางไม่กลัวหรอกว่าญาติ ๆ ของร่างนี้จะรับมือได้ยากแค่ไหน ไม่ว่ายังไงนางก็ต้องหาทางแก้แค้นให้คุณแม่ของหลินฟู่อินที่จากไปให้ได้!

นางจะช่วยร่างนี้เลี้ยงเด็กทั้งสองคนให้ดี ไม่ให้เด็กน้อยเจ้าของร่างต้องผิดหวัง…

อู๋ซื่อเห็นหลานสาวที่ไม่เคยจะจ้องมองตนเองเช่นนี้มาก่อนก็รู้สึกโง่งมขึ้นมา นางเด็กต่ำทรามนี่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป

แม้แต่ก่อนเจ้าเด็กบัดซบนี่จะพูดจาเฉียบคม ทว่ากลับไม่เคยมีสายตาดุดันเช่นนี้…

“ทุกคนรีบมาดูเร็วเข้า ฟู่อินเป็นตัวนำโชคร้ายจริง ๆ มารดาตั้งครรภ์เพียงแปดเดือนก็ตายเพราะคลอดยากเสียแล้ว ทั้งแม่ทั้งลูกตายหมด…”

เจ้าซื่อกลับมาพร้อมเสียงโหวกเหวกโวยวาย นำสตรีมีอายุในหมู่บ้านมาด้วยอีกหลายคน

เมื่อทุกคนเข้ามาเห็นสภาพน่าสงสารของฉู่ซื่อในห้องก็อดมิได้ให้ส่ายหน้าไปมา ในดวงตาปรากฏแววหวาดกลัวต่อหลินฟู่อิน

หลินฟู่อินทราบว่าชาวบ้านเหล่านี้ไม่รู้ความ คิดไปแล้วว่านางคือดาวหายนะจริง ๆ ทว่าสิ่งที่นางไม่เข้าใจคือ ร่างนี้มีอายุเพียงสิบขวบเท่านั้น เหตุใดจึงกลายเป็นดาวหายนะที่ว่าไปเสียได้

“เอ๋? เหตุใดจึงมีรกสองเส้นอยู่บนพื้นเล่า?” ใครสักคนที่มีสายตาแหลมคมร้องตะโกนขึ้นเมื่อเห็นรกสดใหม่ยังคงอยู่

“หรือว่า…ฉู่ซื่อจะคลอดยากเพราะมีแฝดหรือ?”

“ใครคลอดลูกแฝดนะ?”

เหล่าสตรีเริ่มส่งเสียงพูดคุยจ้อกแจ้ก

คนพวกนี้ส่วนมากล้วนมีจิตใจดี แต่เกิดหวาดกลัวเพราะข่าวลือที่อู๋ซื่อปล่อยออกไปว่าหลินฟู่อินบุตรสาวคนโตของฉู่ซื่อเป็นดาวหายนะเท่านั้น

หากฉู่ซื่อคลอดยากเพราะมีลูกแฝด เช่นนี้ก็ไม่เกี่ยวแล้วว่าหลินฟู่อินจะเป็นดาวหายนะหรือไม่

ได้ยินสตรีเหล่านี้คุยกัน ฟังความหมายในคำพูดของพวกนางแล้ว หลินฟู่อินก็คล้ายจะเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้าง สีหน้าที่ดูคนเหล่านี้จึงดูอ่อนลงเมื่อเทียบกับยามที่จ้องมองอู๋ซื่อกับจ้าวซื่อ

จ้าวซื่อเห็นชาวบ้านมิได้มีท่าทีเป็นศัตรูดังคราวแรกก็ยกมือเท้าเอวแล้วตะโกนออกมา “แฝดอะไร คลอดยากอะไร? เป็นเพราะหลินฟู่อินนำความซวยเข้ามาใส่มารดา คนรอบตัวนางถึงได้ตายกันหมด นางจะทำให้คนในหมู่บ้านนี้ซวยกันทั้งหมด!”

แต่ไหนแต่ไรหลินฟู่อินก็ไม่ใช่คนอารมณ์เย็นอยู่แล้ว แต่เนื่องจากอาชีพการงาน นางถึงได้มีความอดทนอดกลั้นขึ้น แต่ในตอนนี้นางไม่รู้สึกอยากจะทนอะไรต่อไปอีกแล้ว

นางมองหน้าตาน่ารำคาญของจ้าวซื่อแล้วตบหน้าอีกฝ่ายไปหนึ่งฉาด

ทุกคนตกตะลึง จ้องมองหลินฟู่อิน

คนยังเป็นผู้น้อย มิคาดจะกล้าลงไม้ลงมือตบตีจ้าวซื่อที่เป็นผู้อาวุโส ซ้ำจ้าวซื่อยังตัวเตี้ยกว่าอู๋ซื่อที่นับเป็นสตรีตัวโตเพียงชุ่นเดียว จะไม่กลัวจ้าวซื่อตบตีเอาคืนเลยหรือ?

เด็กคนนี้คงเสียใจต่อการจากไปของมารดามากเป็นแน่ น่าสงสารยิ่งนัก

จ้าวซื่อคิดจะเอาคืนทันทีที่โดนตบ

แต่ก่อนจ้าวซื่อจะทันได้ลงมือ ดวงตาใสกระจ่างของหลินฟู่อินก็ทอประกาย

นางออกปากถามน้ำเสียงเหยียดหยัน “ไม่ใช่เพราะท่านต้องการบ้านสามห้องของพวกข้าหรอกหรือ? ต้องบังคับพวกเราจนถึงตายด้วยหรืออย่างไร?”

“ผายลม!” จ้าวซื่อเดือดดาลทันที คนจับใบหน้าบวมเป่งของตนเองแล้วตวาด “ปู่ย่าเจ้าบอกบ้านข้ามาตั้งนานแล้วว่าลูกสามของข้าเป็นผู้ดูแลบ้านเจ้า ข้ายังต้องวางแผนอะไรอีก?”

หลินฟู่อินไม่เคยเจอสตรีไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อนเลย นางทราบจากความทรงจำว่าโจวซื่อต้องการส่งบุตรชายคนที่สามมายังบ้านสามเพื่อสืบทอดทรัพย์สินของบ้านนี้ ทว่าบิดามารดาของฟู่อินไม่เคยยินยอม

จ้าวซื่อจึงได้เกลียดบ้านสามนัก

ยามนี้ฟู่อินอยู่ตรงนี้แล้ว นางยิ่งแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมให้บ้านโดนคนตรงหน้าขโมยไปแน่ อย่างน้อยนางก็ยังอาศัยในบ้านนี้ได้

“มารดาข้าคลอดน้องชายแล้ว!” นางพูดเสียงหนักแน่น

“อะไรนะ?” จ้าวซื่อได้ยินก็รีบวิ่งไปทันที ตั้งใจจะคลายห่อผ้าบนเตียง

หลินฟู่อินโบกมือไล่ น้ำเสียงเย็นชา “พวกท่านทั้งหลายเห็นหมดแล้ว มิใช่ว่าท่านป้าของข้าทำไปเพื่อบ้านหลังนี้หรอกหรือ? พอคนได้ยินว่ามารดาข้าคลอดบุตรชายก็ตั้งใจจะรีบตรวจสอบดูทันที”

ชาวบ้านทั้งหลายต่างก็ให้รู้สึกดูถูกขึ้นมา พากันคิดว่าจ้าวซื่อแสดงออกชัดเจนเสียจนชวนให้รู้สึกว่าครั้งนี้ย่อมมิใช่ครั้งแรก

“จะว่าไปแล้ว สะใภ้ใหญ่หลิน หลายวันก่อนเจ้าบอกว่าฟู่อินเป็นดาวหายนะ แล้วเหตุใดนางจึงเป็นดาวหายนะกันแน่?” ใครสักคนอดมิได้ถามขึ้นมา

จ้าวซื่อตะโกน “นักทำนายจ้าวของบ้านข้าว่าไว้ คำทำนายเขาแม่นยำนัก!”

สาวชาวบ้านมิได้กล่าวอะไรต่อ ทุกคนค่อนข้างเชื่อถือในนักทำนายจ้าวทั้งนั้น

หลินฟู่อินได้รับคำทำนาย หมายความว่าจ้าวซื่อปล่อยข่าวว่านางเป็นดาวหายนะมานานแล้ว ซ้ำยังลงมืออย่างตั้งใจเสียด้วย!

นางเพียงแต่ไม่รู้ว่าจ้าวซื่อเป็นผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นก็คงจะจัดการเรื่องได้ง่ายดายขึ้น

หากไม่ใช่ก็ลำบากสักหน่อย นางอาจไปดึงดูดความสนใจของผู้อื่นจนเกิดปัญหาเข้า แต่อย่างไรนางก็เป็นแค่เด็กสาวชาวบ้านคนหนึ่ง จะไปล่วงเกินใครได้เล่า?

“พวกเจ้าต่างก็รู้จักนักทำนายจ้าวใช่หรือไม่? ยังจะพูดอะไรอีก?” จ้าวซื่อยินดียิ่ง ชี้ไปยังสตรีผู้หนึ่งเมื่อไม่เห็นใครออกปาก

“ข้าว่าเจ้าตั้งใจทั้งนั้น ปล่อยข่าวลือว่าข้าเป็นดาวหายนะตอนท่านแม่ตั้งครรภ์แปดเดือน หวังจะให้ท่านแม่แท้งลูก…” หลินฟู่อินกัดฟัน สายตาที่มองจ้าวซื่อเต็มไปด้วยความรังเกียจและโมโห

นางย่อมต้องโทษจ้าวซื่อที่ทำให้ฉู่ซื่อมารดาของนางสิ้นชีวิต

“นังเด็กสารเลวกล้าดีอย่างไรใส่ร้ายข้า? คอยดูสิว่าข้าจะตีเจ้าให้ตายหรือไม่!” จ้าวซื่อสาวเท้าเข้ามาตั้งใจจะตบตีหลินฟู่อิน ทว่ากลับโดนสตรีอื่นในหมู่บ้านรั้งตัวเอาไว้เสียก่อน

สตรีเหล่านี้ล้วนใกล้ชิดฉู่ซื่อ เมื่อเห็นอีกฝ่ายคลอดลูกจนตายต่างก็ให้รู้สึกสงสารเด็กขึ้นมา

“เหตุใดต้องเอาเรื่องเด็กคนหนึ่งที่เพิ่งจะเสียมารดาไปด้วย? นางน่าสงสารถึงเพียงนี้ แม่ตาย ทิ้งลูกไว้สองคน นางจะเลี้ยงเด็กให้รอดได้อย่างไร?” สตรีสูงวัยคนหนึ่งทอดถอนใจ

“แต่นางพูดจาหาความไม่ได้!” อู๋ซื่อผู้เป็นย่าของฟู่อินมองนางด้วยสายตามืดครึ้ม ทันใดนั้นก็ถามขึ้นมา “เหตุใดมารดาคลอดจึงไม่ไปหาหมอตำแย? หากมีหมอตำแยสักคนก็คงไม่ลำบากถึงเพียงนี้! เจ้าต้องตั้งใจนำความโชคร้ายมาสู่มารดาเป็นแน่!”

ฟู่อินกัดฟันแน่น เกือบลืมไปแล้วว่าคุณย่าคนนี้ก็ไม่ธรรมดา

“หมอตำแยหรือเจ้าคะ? มิใช่พวกท่านตั้งใจจะเผาข้าทั้งเป็นหรืออย่างไร? ข้าคงได้ถูกลากไปเผาตายเสียตั้งแต่ก่อนจะเดินพ้นธรณีประตูด้วยซ้ำกระมัง หากเป็นเช่นนั้นเด็กทั้งสองคนคงตายไปแล้ว ไม่ใช่ท่านแม่เพียงคนเดียว!”

หลินฟู่อินนึกอยากควักหัวใจของอู๋ซื่อกับจ้าวซื่อออกมาดูเหลือเกินว่ามันเป็นสีอะไรกันแน่

“อ๊า…”

ทันใดนั้นจ้าวซื่อก็กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งขึ้นมาอีกครั้ง คนเดินเข้าไปยกผ้าห่มที่ใช้คลุมร่างฉู่ซื่อในระหว่างที่ฟู่อินและอู๋ซื่อกำลังโต้เถียงกันอยู่นั่นเอง

เมื่อมองไป ทุกคนต่างก็สูดหายใจเข้าลึก

ทันใดนั้นต่างก็พากันหันไปมองหลินฟู่อิน สายตาเปลี่ยนไปราวกับเห็นนางเป็นภูติผีปีศาจ

“ไม่เพียงแต่จะเป็นตัวโชคร้ายแต่ยังเป็นปีศาจจำแลงอีกด้วย!” จ้าวซื่อกรีดร้อง เสียงตะโกนแตกพร่า “เป็นนาง นางเป็นคนผ่าท้องฉู่ซื่อด้วยกรรไกรแล้วดึงเด็กทั้งสองออกมา!”

อู๋ซื่อแทบจะเป็นลมเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของสะใภ้ใหญ่

“บรรพบุรุษข้า! สกุลหลินทำบาปกรรมอะไรไว้กันแน่…มีตัวโชคร้ายเช่นนี้…”

“ท่านแม่ ข้าบอกแล้วว่านางเป็นดาวหายนะ นางเป็นปีศาจจำแลง เร็วเข้า รีบลากนางไปเผาให้ตาย!” จ้าวซื่อมองอู๋ซื่อ สายตาแตกตื่น ตอนนี้นางหวาดกลัวจริง ๆ

ตลอดชีวิตนางไม่เคยเจอเรื่องเช่นนี้มาก่อน…

“อีกทั้ง เด็กสองคนนั้นก็เก็บไว้ไม่ได้ มารดาตายไปแต่ตัวเด็กยังอยู่ ล้วนแต่เป็นดาวหายนะดังเช่นพี่สาวมันทั้งนั้น พวกมันเป็นปีศาจจำแลง” จ้าวซื่อกล่าวเสริมอย่างหวาดกลัว

----------------------------------

เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร

กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลยย~ _

.

.

ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ

แนะนำนิยายที่คุณไม่ควรพลาด กดที่รูปเพื่ออ่านได้เลยนะคะ

งานศพ

“ผู้ใดกล้า?” หลินฟู่อินตวาด จ้องจ้าวซื่อเขม็ง “เจ้ามันงูพิษปีศาจ แม่ข้าเพิ่งจากไปก็คิดจะฆ่าพวกเราสามคนแล้ว แม่ข้าเดาได้ถูกต้องจริงๆ จึงได้เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ท่านพ่อก่อนตาย!”

แน่นอนว่าเรื่องนี้นางโกหก แต่ทุกคนในหมู่บ้านหูลู่นี้ต่างก็ทราบว่าฉู่ซื่ออ่านออกเขียนได้ เป็นไปได้ว่าคนน่าจะเขียนจดหมายจัดแจงเรื่องต่างๆ หลังตายเอาไว้ให้สามีจริงๆ

ดังนั้นชาวบ้านจึงมิได้สงสัยอะไร

หลินฟู่อินไม่มีทางเลือกจึงต้องโกหกออกไป ชาวบ้านยุคนี้ไม่รู้ความทั้งยังงมงาย ล้วนแต่เชื่อคำจ้าวซื่อว่าฟู่อินเป็นดาวหายนะ คนจากบ้านหลักไม่มีใครเข้าข้างนาง ดังนั้นสายเลือดเพียงคนเดียวที่พึ่งพาได้ของนางย่อมต้องเป็นหลินหยวนผู้เป็นบิดาของร่างนี้

“จริงหรือ? แม่เจ้าเขียนจดหมายทิ้งไว้ให้พ่อเจ้าตอนใกล้ตายน่ะหรือ?” สีหน้าจ้าวซื่อพลันน่าเกลียดขึ้นมา “จดหมายอยู่ที่ใด? เอาออกมาให้ข้าดู”

จ้าวซื่อเป็นคนหยาบช้าไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ทว่ากลับกลัวหลินหยวนเป็นที่สุด

หลินหยวนล่าสัตว์เพื่อดำรงชีพมานาน รอบกายมีกลิ่นอายแห่งความตายท่วมท้น หากฉู่ซื่อทิ้งจดหมายเอาไว้จริงและนางกระทำเรื่องไม่ดีต่อบุตรสาวของเขาเช่นนั้น อีกฝ่ายคงลงมือสังหารจ้าวซื่อจริงๆ

มุมปากของหลินฟู่อินโค้งขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายต้องการจดหมาย นางบอก “ต่อให้มอบมันให้ ป้าใหญ่ก็อ่านไม่ออกอยู่ดี คงไม่คิดจะทำลายจดหมายของท่านแม่ข้ากระมัง? ท่านช่างชั่วร้ายนัก ระวังเถอะคืนนี้ท่านแม่ข้าจะตามไปหา!”

นางตั้งใจเสียดสีอีกฝ่าย แต่เมื่อจ้าวซื่อได้ยินเรื่องที่ฉู่ซื่อจะไปหาตอนกลางคืนก็เกิดหวาดกลัวจนตัวสั่นขึ้นมา

ทุกคนต่างก็รู้สึกหนาวเยือกเมื่อได้ยินคำของฟู่อิน

ทันใดนั้นเองเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยประจำหมู่บ้านหลี่เจิ้งก็ส่งหลี่ฮูหยินผู้เป็นภรรยาเข้ามาดู หลี่ฮูหยินเห็นสีหน้าทุกคนก็ประหลาดใจเล็กน้อย สตรีผู้หนึ่งขยับเข้าไปข้างกายนางแล้วจึงกระซิบกระซาบข้างหู

หลี่ฮูหยินจองหลินฟู่อินด้วยสีหน้าอ่านไม่ออก จากนั้นจึงมองฉู่ซื่อที่อยู่บนเตียง ท้ายสุดจึงมองรกสองเส้นบนพื้น ก่อนจะขมวดคิ้ว

หลินฟู่อินค้อมหัวคารวะอีกฝ่าย ทว่าคนกลับมิได้มีท่าทีอะไร

“ย่าฟู่อิน ผู้นำตระกูลเจ้ามิได้มาด้วยหรือ? เกิดเรื่องเช่นนี้กับบ้านสามของเจ้า เหตุใดจึงไม่ลงมือทำอะไรเลย” หลี่ฮูหยินออกปากถาม มองอู่ซื่อเป็นคนสุดท้าย

อู่ซื่อส่งเสียงฮึ่มแล้วหันหน้าไปอีกทาง

จ้าวซื่อรีบตอบทันที “หลี่ฮูหยิน หลินฟู่อินคนนี้เป็นปีศาจจำแลง ผ่าท้องแม่ดึงน้องสาวน้องชายออกมาด้วยกรรไกร…เช่นนี้มิใช่ปีศาจจำแลงหรือ? ควรจะลากนางออกไปเผาทั้งเป็น!”

สาวชาวบ้านคนหนึ่งส่ายหน้าค้านทันที “เช่นนี้ไม่ได้ ไม่ได้ยินที่ฟู่อินกล่าวหรือ? ฉู่ซื่อเขียนจดหมายทิ้งไว้ให้หลินหยวน เรื่องฟู่อินค่อยเอาไว้จัดการตอนหลินหยวนกลับมาเถอะ”

คนที่พูดเข้าข้างฟู่อินคือซ่งฮูหยินแม่ของต้ายาที่สนิทสนมกับครอบครัวฟู่อินเป็นอย่างยิ่ง

แม้ซ่งฮูหยินจะกลัวว่าฟู่อินอาจเป็นดาวหายนะจริง แต่นางเองก็เป็นแม่คน จึงได้ใจอ่อนเมื่อเห็นทารกไม่รู้ความสองคนที่เพิ่งจะคลอดออกมาจากท้องแม่

นอกจากนั้นฉู่ซื่อก็ช่วยพวกนางอยู่เสมอ

พวกชาวบ้านบอกว่าหลินฟู่อินเป็นดาวหายนะเพราะเข้าใจผิดว่าเด็กหญิงเป็นคนผ่าออกมา

ภรรยาหลี่เจิ้งพยักหน้า

อย่างไรนางก็มีความรู้กว่าชาวบ้านทั่วไป หลินหยวนมักต้องออกไปล่าสัตว์ในป่าลึกหลายวัน ทุกครั้งที่ไปก็มักจะได้เหยื่อตัวใหญ่กลับมาเสมอ

หลินหยวนไม่เคยปฏิบัติไม่ดีต่อผู้อื่น ทุกครั้งที่ล่าเหยื่อตัวใหญ่ได้เขาก็จะนำมาแบ่งปันเสมอ คนทั้งแข็งแกร่ง มีฝีมือยิงธนูแม่นยำ แต่ผู้อื่นกลับจะลากตัวลูกสาวเขาไปเผาทั้งเป็นในตอนที่อีกฝ่ายไม่อยู่

แต่ฉู่ซื่อตายแล้ว ยังเหลือทารกสองคนที่ต้องป้อนนม หากสังหารพี่สาวของเด็กไป ทารกทั้งสองย่อมต้องอดตายเป็นแน่

จะให้บ้านอู่บ้านจ้าวที่ทะเลาะกันมาตลอดสิบกว่าปีมาคอยช่วยดูแลก็เชื่อถือไม่ได้มิใช่หรือ?

ถ้าหากภรรยาและลูกตายหมด บุรุษผู้นั้นจะไม่เสียสติหรือ? กลิ่นอายสังหารรุนแรงปานนั้น มิใช่ทั้งหมู่บ้านหูลู่จะถูกเขาฆ่าทิ้งทั้งหมดหรือ?

“จ้าวซื่ออย่าได้ใจร้อน ในเมื่อฉู่ซื่อจากไปแล้ว อย่างไรสกุลหลินก็ควรได้จัดการงานศพนางให้เรียบร้อย” หลี่ฮูหยินว่า นางคิดหลายรอบผนวกกับคำแนะนำของสามี จึงตัดสินใจไม่สนเรื่องดาวหายนะอะไรนั่น

แต่จ้าวซื่อกลับเป็นกังวล ถามหลี่ฮูหยินเสียงหลบ “หลี่ฮูหยินไม่เกรงกลัวดาวหายนะหรืออย่างไร?”

“เทียบกับดาวหายนะแล้ว หากข้าไม่จัดการให้ดี เกรงว่าคืนนี้ฉู่ซื่อจะมาหาข้ามากกว่า!” หลี่ฮูหยินสวนกลับทันทีที่เห็นอีกฝ่ายหยาบคายใส่ตนเอง

นางรู้สึกได้ว่าการจับหลินฟู่อินเผาตอนนี้ไม่ต่างจากการฆ่าทารกทั้งสอง ไม่ทราบว่าฉู่ซื่อจะมาหานางคืนนี้หรือไม่ แต่เมื่อกลับมา หลินหยวนย่อมไม่ให้อภัยคนเหล่านี้แน่

หลี่ฮูหยินตวัดสายตามองทุกคนแล้วจึงกล่าวขึ้นมา “ชาวบ้านพวกนี้โง่งมนัก! หลินหยวนใช่คนที่จะไปล่วงเกินได้หรือ? คิดว่าคนจะกลับมาเป็นนายพรานธรรมดาหรือ? ลูกชายคนที่สามสกุลหลินผู้นี้ออกจากบ้านไปตอนอายุได้สิบสาม สิบปีให้หลังพาฉู่ซื่อกลับมา ไม่มีใครรู้พื้นเพของฉู่ซื่อ เพียงเท่านี้ก็ไม่ปกติแล้ว ยามนี้ยังเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาอีก…”

ทารกทั้งสองทยอยส่งเสียงโยเยขึ้นมา ไม่ทราบว่าเพราะกลัวหรือหิวกันแน่

หลินฟู่อินทราบว่าป้าสองของต้ายาเพิ่งคลอดลูกชายเมื่อเดือนก่อน ยามนี้ย่อมมีน้ำนมเหลือเฟือจึงได้รีบหันไปหาแม่ของต้ายาทันทีด้วยสายตาอ้อนวอน “ป้าซ่งเจ้าขา น้องชายน้องสาวข้าต้องหิวแล้วเป็นแน่ ขอท่านป้าสองช่วยให้นมเด็กๆ ได้หรือไม่?”

แม่นางเพิ่งจากไป นางไม่อาจอุ้มน้องๆ ทั้งสองคนที่ท่านแม่เพิ่งคลอดออกมาป้อนนมได้แน่

ซ่งซื่อดูสับสนวุ่นวายใจขึ้นมา

ตอนนี้นางไม่กล้าตัดสินใจ

ฟู่อินทราบว่าอีกฝ่ายกังวลอะไร แต่หากมีเงิน อะไรก็ทำได้ทั้งนั้น

นางพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ท่านป้าเจ้าคะ ตอนยังอยู่ ท่านแม่สอนข้าเสมอว่าคนเราต้องตอบแทนน้ำใจ หากท่านป้าสองช่วยให้นมน้องๆ ข้าย่อมต้องตอบแทน!”

แม่ของต้ายาทราบนิสัยฉู่ซื่อดี อีกฝ่ายมักจะมอบเหยื่อที่หลินหยวนล่าได้ให้แก่เพื่อนบ้านอยู่เสมอ

ตอนน้องสะใภ้ของนางคลอดลูกตัวอ้วนๆ ออกมาก็มีน้ำนมเหลือเฟือ มิใช่เพราะฉู่ซื่อมอบไก่ป่า กระต่ายและเนื้อหมูพวกนั้นเพื่อบำรุงหรอกหรือ?

เมื่อคิดไปแล้วก็ตอบทันที “ฟู่อินไม่ต้องกังวลไปนะ ข้าจะกลับไปขอนางให้”

ฟู่อินรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง แม่ต้ายาคิดจะกลับไปขอให้ เช่นนี้ก็นับได้ว่ารับปากแล้ว

ป้าสองของต้ายาคือจูซื่อย่อมรู้จักการตอบแทนความดีเสียยิ่งกว่าซ่งซื่อแม่ของต้ายาเสียอีก

อู่ซื่อเห็นสถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนไปจากที่คาดไว้ก็อดมิได้ให้พูดคำว่า “เจ้า เจ้า” คำแล้วคำเล่าใส่แม่ต้ายาอยู่เป็นนาน

แน่นอนว่าจูซื่อ ป้าสองของต้ายารีบมาหาอย่างรวดเร็วพร้อมกับต้ายา

ต้ายาแก่กว่าฟู่อินหนึ่งปี มีผิวแทนร่างกายแข็งแรง ดูเรียบง่ายและซื่อสัตย์

แต่ในตอนที่นางมองหลินฟู่อินกลับดูคล้ายปิดบังอะไรอยู่ ฟู่อินประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นค่อยมองจูซื่อ

จูซื่อมีใบหน้ากลม อวบเล็กน้อยสวมชุดสีเขียว ศีรษะโพกผ้าสีเดียวกันสิ่งแรกที่คนทำเมื่อมาถึงคือเข้าไปในห้องฉู่ซื่อแล้วร้องไห้

ทันใดนั้นต้ายาก็กระตุกหลินฟู่อินแล้วรีบพูดข้างหู “ฟู่อิน ข้าเห็น…”

“ต้ายา เด็กโง่ มาที่นี่ทำไมกัน? ใช่ที่ที่เด็กสาวยังไม่แต่งงานเช่นเจ้าจะมาได้หรือ? รีบกลับไปเดี๋ยวนี้” เมื่อซ่งซื่อเห็นลูกสาวตนก็ตกใจจนรีบดุทันที

“ฟู่อิน ระวังด้วย…” ต้ายาหมุนตัววิ่งจากไปทันที

หลินฟู่อินยังคงตกตะลึง ถ้อยคำของต้ายาส่งเสียงหึ่งๆ ในหัว มารดานางถูกคนขู่เข็ญจนตาย

ต้ายาเห็นอะไรกันแน่?

จูซื่อสะอื้น จากนั้นจึงกอดน้องชายของฟู่อิน

เมื่อเห็นฟู่อินยืนเหม่อลอยอยู่ข้างประตู คนก็ถอนใจ กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฟู่อิน เจ้าจะล้มไม่ได้นะ!”

ทันใดนั้นหลินฟู่อินก็รู้สึกตัว นางส่ายหน้า พยายามจัดการสมองให้โล่ง

จากนั้นจึงเข้าไปในห้องฉู่ซื่ออีกครั้ง

“ป้าอู่พูดอะไรหน่อยสิ สกุลหลินจะทำอย่างไรกับงานศพฉู่ซื่อ?” หลี่ฮูหยิน ภรรยาหลี่เจิ้งถามด้วยอารามหมดความอดทน

----------------------------------

เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร

กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลยย~ _

.

.

ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ

แนะนำนิยายที่คุณไม่ควรพลาด กดที่รูปเพื่ออ่านได้เลยนะคะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...