ย้อนไปเป็นหมอผียุค 80'
ข้อมูลเบื้องต้น
เปิดนิยายเรื่องใหม่มาด้วยความเร็วแสง ทั้งๆที่เรื่องเก่ายังเขียนไม่จบเลย
แต่พอดีว่าพล็อตมันโผล่เข้ามาในหัว เลยมาจองชื่อเรื่องไว้ก่อน บอกเลยว่า
นิยายเรื่องนี้ใครที่กลัวผี อ่านได้นะ ไม่น่ากลัวเลย ไม่มีดราม่า ไม่มีตบตี
ไม่มีแย่งผู้ใดๆทั้งสิ้น เราเน้นปราบผีอย่างเดียวเลย
ที่สำคัญ ไม่อิงประวัติศาสตร์ใดๆทั้งสิ้น และที่สำคัญ อย่าหาสาระจากนิยาย
เรื่องนี้ เพราะเราไม่มี
จากไรท์ผู้น่ารัก
ตระกลูปราบผี
“พ่อ!!!! สวดส่งวิญญาณมันเลยสิพ่อ รออะไรอยู่” เทียนหอม หญิงสาววัยเบจเพศ ตะโกนบอกพ่อของตัวเอง
“โอ้ย เดี๋ยวสิวะ รอฤกษ์ก่อน เอาล่ะ 5 4 3 2 1 ด้วยเจตน์จำนงค์แห่งข้า ข้าขอสวดส่งวิญญาณร้ายดวงนี้ลงไปสู่ปรโลก ”
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!” สิ้นเสียงของผู้เป็นพ่อ วิญญาณร้ายก็ส่งเสียงกรีดร้องเสียงดัง พลันก็ปรากฎแสงสีส้มขึ้นกลางวงกลมที่ เทียนได้วาดไว้ ก่อนจะดูดเอาดวงวิญญาณร้ายลงไปสู่ปรโลก
หลังจากที่วิญญาณ ถูกส่งลงปรโลกไปแล้ว สองพ่อลูกก็หมดแรง นั่งลงกับพื้น
“เป็นยังไงล่ะคะ คุณพิทักษ์ เล่นไม่ดูสังขารตัวเองเลยนะคะ” เทียนเอ่ยบอกกับพ่อของตัวเอง
“แหม ไอ้เทียน เอ็งดูถูกพ่อ มากเกินไปแล้ว พ่อยังแข็งแรงเตะปี๊บกระเด็นอยู่นะเว้ยย” พิทักษ์บอกกับลูกสาว
“ค่าาาาา ถ้างั้นก็ลุกขึ้นเองนะคะ เทียนไปล่ะ ” เทียนหอมลุกขึ้น ก่อนจะวิ่งหนีพ่อไปขึ้นรถ
“เดี๋ยวๆๆ ไอ้เทียนนนนน มาพยุงพ่อขึ้นก่อน”
.
.
ตระกูล อาคม ….เป็นตระกูล ที่รับปราบผีมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่รุ่น พ่อของทวด มาจนถึงรุ่นของคุณพิทักษ์ พ่อของเทียนหอม และวันนี้ก็เป็นวันที่สองพ่อลูก เดินทางไปปราบผีตายโหงที่มีแรงอาฆาตมาก เลยทำให้ เมื่อกลับมาถึงบ้าน สองพ่อลูกก็อาบน้ำแล้วไปพักผ่อนโดยที่ไม่ได้กินข้าวกันเลย
เช้าวันต่อมา
“เมียพี่มีชู้.. ชาวบ้านรู้หรือเปล่า ไม่เคยรู้ข่าวแพร่งพราย ผู้หญิงผู้หยังที่ช่างปะไร ชอบเปลี่ยนสไตล์ ไว้ไฟสิ้นดี” เสียงเพลงเมียพี่มีชู้ ของชาย เมืองสิงห์ ดังมาจากหลังบ้าน เทียนหอมที่ตื่นขึ้นมาเพราะว่าเสียงร้องเพลงอันแสบแก้วหูของพ่อก็เดินมาดูที่หลังบ้าน
“โอ้ยยย!!!!พ่อ แม่ก็หนีไปตั้งนานแล้ว ยังไม่เลิกร้องเพลงนี้อีกเหรอ ฉันฟังจนเบื่อแล้วนะเนี้ย” เทียนหอมพูดพร้อมกับเอามืออุดหู
“แหมไอ้ลูกคนนี้ พ่อร้องเพลงนี้เพราะชอบ ไม่ได้คิดถึงแม่เอ็งซะหน่อย” คุณพิทักษ์ ตอบลูกสาว
“จ้ะๆ ไม่คิดถึงก็ไม่คิดถึงจ้ะ” เทียนหอมพูดกับพ่อ ก่อนจะเดินมาที่ครัว เพื่อทำอาหาร
“ไม่เอาไข้ต้มแล้วนะโว้ยยยยย” เสียงของคุณพิทักษ์ตะโกนมาจากหลังบ้าน
“รู้แล้วน่า สั่งจริงๆ” เทียนหอมพูดเบาๆ เพราะกลัวพ่อได้ยิน
วันนี้เทียนหอมไม่ทำไข่ต้มตามที่พ่อสั่ง แต่ทำไข่ชะอมแทน พร้อมกับตำน้ำพริกะปิแบบเผ็ดแซ่บถึงทรวง แบบที่ย่าสอนเอาไว้ให้พ่อด้วย ก่อนจะเดินไปเก็บมะเขือ กับแตงกวาที่ปลูกไว้ข้างบ้านมาล้าง เอาไว้กินกับน้ำพริก
“พ่อ กินข้าว” เทียนหอมตะโกนเรียกพ่อ
“รู้แล้วๆ” คุณพิทักษ์เลิกขุดดินแล้วเดินมากินข้าวพร้อมลูกสาว
“เออ วันนี้ไม่มีไข่ต้ม แต่มีไข่เจียวแทน ดีจริงๆลูกสาวพ่อ เก่งทุกอย่างยกเว้นทำกับข้าว” คุณพิทักษ์บ่นลูกสาวหลังเห็นกับข้าวบนโต๊ะ
“เอาน่าพ่อ กินไปเถอะ ฉันทำได้ขนาดนี้ก็ดีแล้วนะ แล้วนี่ ชาคริตไปเล่นที่ไหนล่ะพ่อ”เทียนหอมถามหากุมารทองที่อยู่กับเธอมาตั้งแต่เด็กๆ
“โน่นไปเล่นกัน ผีเด็กที่ทางโค้งโน่น” คุณพิทักษ์บอก
“ถ้างั้นก็ช่างเหอะพ่อ มากินข้าวกัน เดี๋ยวข้าวเย็นหมด ”
หลังจากนั้นสองพ่อลูกก็นั่งกินข้าวกันจนหมด ก่อนจะแยกย้ายกันไปอาบน้ำ แล้วเตรียมตัวไปถวายสังฆทานกัน เพราะว่าวันนี้เป็นวันครบรอบ วันตายของแม่คุณพิทักษ์หรือก็คือคุณย่าของเทียนหอมนั่นเอง
“เสร็จยังพ่อ เดี๋ยวไม่ทันตอนเที่ยงนะ ” เทียนหอมตะโกนเรียกพ่ออยู่หน้าห้อง
“เสร็จแล้วๆ เร่งจังวุ้ย” คุณพิทักษ์ เดินออกมาจากห้องด้วยชุดหล่อตัวเก่ง
“ไปๆ ขึ้นรถได้แล้ว” คุณพิทักษ์เดินนำลูกสาวไป
.
.
ใช้เวลาไม่นาน สองพ่อลูกก็ขับรถมาถึงวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนจะจอดรถแล้วเดินถือสังฆทานเข้าไปในกุฏิ ของหลวงปู่ ที่เป็นพ่อของคุณพิทักษ์
“มากันแล้วเรอะ” หลวงปู่ทักขึ้นตั้งแต่ประตูยังไม่เปิด
“มาแล้วครับหลวงพ่อ ”คุณพิทักษ์พูดขึ้นหลังจากที่เปิดประตูเข้ามาในกุฏิ
“นมัสการค่ะหลวงปู่ ” เทียนหอมก้มลงกราบหลวงปู่
“เป็นยังไงบ้างเจ้าเทียน พ่อยังพาไปปราบผีอยู่อีกไหมล่ะ” หลวงพ่อถามขึ้น
“พาไปทุกครั้งเลยค่ะหลวงปู่ ไม่มีครั้งไหนเลยที่ไม่ได้ไป” เทียนหอมได้ทีก็ฟ้องหลวงปู่เลย
“เรื่องปราบผีก็เพลาๆบ้างนะ เจ้าพิทักษ์ อย่าพาลูกออกไปเสี่ยงบ่อยนัก ” หลวงพ่อหันมาพูกกับคุณพิทักษ์
“ผมจะพยายามนะครับหลวงพ่อ แต่ตอนนี้ผมกับลูกถวายสังฆทานก่อนนะครับ ” คุณพิทักษ์พูดขึ้น
หลังจากที่คุณพิทักษ์ และเทียนหอมถวายสังฆทานกับหลวงพ่อแล้ว ก็อยู่คุยกับหลวงพ่อสักครู่ก่อนจะขอตัวกลับ แต่ก่อนที่จะกลับ หลวงพ่อก็ได้พูดเตือนออกมาว่า
“อีกไม่นานจะเดินทางไกลนะ เจ้าเทียนหอม เตรียมตัวให้ดี คาถาอาคมก็จดจำไว้ให้แม่น เอ็งมีภารกิจที่จะต้องพบเจออีกมากมายในอนาคต มีสติให้มาก แล้วเอ็งจะผ่านไปได้” หลวงพ่อพูด
“เจ้าเทียนมันจะต้องไปไหนหรือครับหลวงพ่อ ” คุณพิทักษ์ถาม
“เอ็งไม่ต้องรู้หรอก แต่เอ็งไม่ต้องห่วง เจ้าเทียนหอมจะปลอดภัยแน่นนอน”
“ถ้าอย่างนั้นผมกับลูกขอกราบลาเลยนะครับ ไว้ว่างๆผมจะมาอีกนะครับ” คุณพิทักษ์ กราบลาหลวงพ่อ ก่อนจะพาเทียนหอมมาขึ้นรถ
หลังจากขับรถออกมาจากวัดได้ไม่นานเทียนหอมก็เห็นสีหน้าของพ่อ เหมือนว่าคิดอะไรอยู่สักอย่าง จึงถามพ่อขึ้นมาว่า
“พ่อคิดอะไรอยู่เหรอคะ เห็นหน้าเครียดๆตั้งแต่ออกมาจากวัดแล้ว คิดเรื่องที่หลวงปู่บอกหรือเปล่า” เทียนหอมถามพ่อ
“ไม่มีอะไรหรอก พ่อแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ เอ็งไม่ต้องห่วงหรอก” คุณพิทักษ์ พูดพร้อมเอามือที่ว่างอยู่มาโยกหัวลูกเบาๆ
จากนั้นสองพ่อลูกก็ขับรถกลับไปที่บ้านโดยที่เทียนหอมไม่ได้ถามอะไรพ่ออีก โดยที่ทั้งสองไม่รู้เลยว่า สิ่งที่หลวงปู่พูดมันจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้……………
********* ตอนแรกมาแล้ว อาจจะสั้นหน่อยนะ เพราะว่าเรื่องนี้วางพล็อตไว้ไม่กี่ตอนก็จบ
เขียนยาวไม่ได้เดี๋ยวจะจบไว มาติดตามกันนะคะว่า เทียนหอมจะไปโผล่ที่ไหน************
เหตุการณ์ในอีกฝั่งมิติ
“เฮ้!!!ๆๆๆ ….ตามจับมันมาให้ได้ อย่าปล่อยให้มันหนีไป” ชาวบ้านในกลุ่มพูดขึ้น ขณะที่วิ่งตามหญิงสาวคนหนึ่งมา
“โน่นๆ มันอยู่ทางโน้น ตามไปเร็ว”
ดาว… หญิงสาวชาวบ้าน ผู้ถูกใส่ร้ายว่าเป็นปอบ และกินเป็ดไก่ของชาวบ้าน ตอนนี้เธอกำลังหอบห่อผ้าซึ่งมีของสำคัญ วิ่งหนีชาวบ้านเข้ามาในป่าลึก
เธอวิ่งไปข้างหน้าโดยไม่เหลียวกลับมามองข้างหลังเลยแม้แต่น้อย แม่ของเธอบอกว่าให้หนีเอาตัวรอดและรักษา ของในห่อผ้าให้ดี อย่าให้ใครเอามันไปได้
ดาววิ่งมาเรื่อยๆ ก่อนจะถูกชาวบ้านกลุ่มหนึ่งยืนดักรออยู่ ดาวจึงคิดจะวิ่งหนีกลับไปอีกทาง แต่ก็พบเข้ากับชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านมาล้อมเธอเอาไว้
“มึงหนีไปไหนไม่รอดแล้วอีดาว ส่งของในห่อผ้ามาให้กูเสียดีๆ”
“ของอะไรผู้ใหญ่บ้าน ไม่ใช่ที่ให้เราวิ่งตามมาเพราะว่ามันเป็นปอบหรอกเหรอ” ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“ก็ ก็ มันเป็นปอบจริงๆ ของในนั้นก็คงจะเป็นขันท์ปอบแน่ๆ ข้าจะเอามาเผาทิ้งเสีย” ผู้ใหญ่บ้านพูดแก้ตัว
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้มันส่งห่อผ้ามา แล้วพวกฉันจะแกะดูแล้วเผามันตรงนี้เลย” ชาวบ้านทำท่าจะเดินเข้าไปแย่งห่อผ้า
“ไม่ได้!!!! ”ผู้ใหญ่ตวาดขึ้นมา
“ทำไมจะไม่ได้ หรือว่าของในห่อผ้านั่นจะเป็นของที่ผู้ใหญ่ต้องการ จากบ้านของนางดาว "ชาวบ้านบางคนพูดขึ้นอย่างสงสัย
“นั่นสิ ผู้ใหญ่จะหลอกให้พวกเราจับนางดาวไปเผาแล้วแย่งของมาใช่ไหม”
“เออ!!! กูหลอกพวกมึงเองนั่นแหล่ะ รู้อย่างนี้แล้วก็ส่งโฉนดที่ดินในห่อผ้ามึงมาให้กูซะอีดาว” ผู้ใหญ่บ้านเมื่อโดนกดดันมากๆจึงพูดความจริงออกมา
“ไม่โฉนดนี้แม่ของฉันรักษามันด้วยชีวิต ฉันไม่มีทางยอมให้ผู้ใหญ่เอามันไปได้หรอก” ดาวกระชับห่อผ้าแน่น
“นี่อย่าบอกนะว่าผู้ใหญ่จะเอาโฉนดบ้านนางดาวไปให้กำนันแหวง นี้ผู้ใหญ่บ้าไปแล้วเหรอ” ชาวบ้านคนหนึ่งพูด
“เรื่องของกู ถ้าพวกมึงไม่อยากตายก็อย่ามายุ่ง” ผู้ใหญ่พูดออกมาเหมือนคนบ้า
“ไม่ยุ่งไม่ได้หรอก นางดาวเอ็งรีบหนีไป เดี๋ยวพวกข้าจะขวางผู้ใหญ่ไว้ให้” ชาวบ้านเปิดทางเพื่อให้ดาวหนีไปได้อย่างสะดวก
“พวกมึงหาเรื่องใส่ตัวกันเองนะ ” ผู้ใหญ่พูดเสียงเหี้ยม
“อีผ่อง!!ออกมาจัดการพวกมันให้กู”
ทันทีที่สิ้นเสียงของผู้ใหญ่ ผีผ่อง ผีปอบที่ผู้ใหญ่บ้านเลี้ยงไว้ก็ปรากฎตัวขึ้นด้วย ใบหน้าที่เละ และมีแต่น้ำเหลืองน้ำหนอง ฟันในปากแหลมคนดุจใบมีด นิ้วมือทั้งสิบนิ้ว เต็มไปด้วยกรงเล็บยาวที่พร้อม จะฉีกกระชากลากไส้ของผู้คนออกมา
“จัดการพวกมัน อย่าให้รอดไปแม้แต่คนเดียว” ผู้ใหญ่สั่ง
“นะ นะ นี่ นี่ ผู้ใหญ่เลี้ยงผีปอบอย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นแสดงว่านางดาวไม่ใช่ปอบ เป็นผู้ใหญ่ที่ใส่ร้ายมัน”ชาวบ้านคนหนึงพูดออกมา
“รู้แล้ว พวกมึงจะทำอะไรได้ ยังไงวันนี้พวกมึงก็ต้องตายอยู่ที่นี่ทั้งหมด” ผู้ใหญ่พูดออกมาด้วยเสียงเย็นๆ
และทันทีที่ผู้ใหญ่พูดจบ ปอบอีผ่องก็จัดการ กระโจนเข้ากระซวกไส้ของชาวบ้าน คนแล้วคนเล่าออกมา จนพื่นที่ตรงนั้นมีย้อมไปด้วยสีแดงฉานของเลือด
อ๊ากกกกกก!!!! กรี๊ดดดดดดด!!!! “ยะยะ อย่า อย่าเข้ามา กรี๊ดดดดด!! คร่อกๆๆ ” นี่คือเสียงของชาวบ้านคนสุดท้ายที่โดนปอบอีผ่องควักไส้ ก่อนที่มันจะนั่งลงกินไส้ อาหารที่มันโปรดปราน อย่างเอร็ดอร่อย
ส่วนผู้ใหญ่ก็ยืนดูภาพตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา เพราะเขาไม่ได้ทำแบบนี้เป็นครั้งแรก นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เขาหลอกพวกชาวบ้านหน้าโง่เข้ามาให้ปอบอีผ่องกิน เพราะไม่อย่างนั้น ก็จะเป็นตัวเขาที่ถูกมันกินแทน
ส่วนเรื่องโฉนดบ้านของอีดาวนั่น มันก็เป็นแค่ผลพลอยได้เท่านั้น “กินให้อิ่ม แล้วไปตามหาอีดาว แล้วเอาตัวมันมาให้กู” ผู้ใหญ่พูดก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้ปอบอีผ่อง นั่งกินไส้อยู่ท่ามกลาง กองเลือดและซากศพของชาวบ้าน
.
.
ด้านของดาวเธอวิ่งหนีมาจนเหนื่อย เธอคิดว่าคงหนีพ้นแล้ว เพราะว่าไม่มีใครตามเธอมาสักคน เธอจึงนั่งลงตรงโคนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเพื่อพักเหนื่อย ก่อนจะเดินทางต่อ เธอไม่มีจุดหมายปลายทาง เธอไม่รู้จะไปที่ไหน จะกลับบ้านก็คงไม่ได้แล้ว เพราะว่าพ่อแม่ของเธอถูกเผาทั้งเป็นไปกับบ้านแล้ว เมื่อคิดดังนั้น เธอก็ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา เพื่อระบายความอัดอั้น และความเสียใจออกมา
แฮร่!!!!!!
“กรี๊ดดดดดดดด!!!” ดาวร้องขึ้นมาเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
ปอบอีผ่อง กระโดดมาจากทางไหนก็ไม่ทราบ ก่อนจะคว้าเอาแขนของดาวเอาไว้ ดาวพยายามสะบัดเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถหลุดจากมือของปอบอีผ่องได้
“ปล่อยนะ ปล่อยๆ” ดาวพยายามดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากการจับของผี
“กลับไปกับกูดีๆ ถ้ามึงไม่ไป กูจะกระซวกไส้ของมึงออกมาเสีย” ปอบอีผ่องพูดออกมาทั้งที่ปากไม่ขยับ ด้วยเสียงแหบแห้ง
“กูไม่ไปกับมึง ปล่อยกู ” ดาวพยายามดิ้นรน ก่อนจะใช้ห่อผ้าฟาดไปที่ตัวมัน
กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!!!! ปอบอีผ่องกรีดร้องออกมาอย่างทรมาน เมื่อโดนห่อผ้าฟาดลงมาที่ตัวของมัน
ดาวที่เห็นดังนั้น จึงแกะห่อผ้าออกมาดู จึงพบเข้ากับ ตะกรุดสีดำแปะด้วยทองคำเปลว ที่อยู่ในห่อผ้า และในเมื่อเธอรู้ว่า ตระกุดนี้ปกป้องเธอได้ เธอจึงเอามากำไว้ในมือ และตั้งท่าเตรียมสู้กับปอบอีผ่อง
“มึงทำร้ายกู กูจะกระซวกไส้มึงออกมาให้สมแค้น ”
“ถ้ามึงคิดว่าทำได้ก็เข้ามา” ดาวท้าทาย
“ก๊าซซซซซ แฮ่รรรรร!!!!!! ” ปอบอีผ่องกรีดร้อง ก่อนจะกระโดดหนึ่งทีก็เข้าถึงตัวของดาว ส่วนดาวที่ตั้งท่ารออยู่แล้วก็เหวี่ยงมือที่มีตะกรุดอยู่ ไปกระแทกเข้าที่หน้าของปอบอีผ่อง จนมันกระเด็นออกไป
แต่มันก็ไม่ยอมแพ้ วิ่งเข้าใส่ดาวอีกครั้ง ครั้งนี้มันวิ่งกระแทกดาวจนล้ม ตะกรุดหลุดออกจากมือ ปอบอีผ่องเห็นดังนั้นก็กระโดดเข้ามาคร่อมร่างของดาวไว้ และกางมือขึ้นเพื่อเตรียมจะควักไส้ของดาวออกมา
แต่ดาวพยายามดิ้นสุดฤทธิ์ พยายามเอื้อมมือไปหยิบตะกรุดที่อยู่ห่างจากตัวไม่มาก และในที่สุดความพยายามก็สัมฤทธิ์ผล ดาวคว้าตะกรุดได้ ก่อนจะยัดเข้าไปในปากที่อ้ากว้างของปอบอีผ่อง
ปอบอีผ่อง ปล่อยร่างของดาวให้เป็นอิสระ ก่อนจะเอามือกุมที่ปากของมัน ตอนนี้ร่างกายของมันร้อนเหมือนมีเปลวไฟจากนรกมาแผดเผา มันล้มลงดิ้นทุรนทุราย ก่อนที่ร่างของมันจะสลายไป
ดาวเมื่อเห็นว่าปอบอีผ่องสลายไปแล้ว เธอจึงลุกเดินโซเซ เข้าไปเก็บตะกรุดมาห้อยไว้ที่คอของเธอ และเธอก็ได้สัญญากับตัวเองว่า เธอจะต้องแก้แค้นไอ้ผู้ใหญ่บ้านชั่วช้านั่นให้ได้
ดาวเดินไปหยิบ ห่อผ้าที่มีโฉนดอยู่มาถือไว้ ก่อนจะออกเดินทางไปด้วยใจที่มีไฟแค้นสุมอยู่เต็มอก……….
*****ไรท์เขียนฉากต่อสู้ไม่เก่งเลย
แต่จะพยายามพัฒนาไปเรื่อยๆ นะคะ
อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนน้าาาาาา*****
เตรียมตัวเตรียมใจ
ตัดกลับมาที่ยุคปัจจุบัน
ในค่ำคืนที่ท้องมืดสนิท ไม่มีทั้งดาว และพระจันทร์ ที่บ้านตระกูลอาคม เทียนหอมนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงนอนขนาดหกฟุต และถึงแม้ในห้องจะเปิดแอร์25องศา แต่ตอนนี้ตามร่างกายของหญิงสาวกลับเต็มไปด้วยเหงื่อ ที่ผุดออกมาไม่ขาดสาย
“ไม่ ไม่ เฮือก!!!!!!” เทียนหอมสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาจากวามฝัน
“นี่มันฝันบ้าอะไรวะเนี้ย ย้อนเวลาอะไร ไมเห็นเข้าใจเลย” เทียนหอมพูดก่อนจะล้มตัวลงนอนต่อ
ระบบย้อนเวลาไปยุค 80' ในอีก 6 วัน 22ชั่วโมง 50นาที
ทันทีที่เสียงระบบประหลาดหยุดลง ก็มีปานรูปดอกไม้ปรากฎขึ่นที่ข้อมือของเทียนหอม โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
เช้าวันต่อมา เทียนหอมลุกขึ้นจากเตียง เพื่อจะไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็จะได้ไปทำกับข้าวให้พ่อ แต่เมื่อเทียนหอมเอื้อมมือไปหยิบแปรงสีฟัน ก็เห็นถึงความผิดปกติที่แขนของเธอ
“พ่ออออออ!!!! ” เทียนหอมเรียกพ่อเสียงดัง ก่อนจะวิ่งออกจากห้องน้ำไปหาพ่อ
“มีอะไรเจ้าเทียน เรียกซะเสียงดังพ่อตกใจหมด” คุณพิทักษ์ เดินจากหลังบ้านมาเพื่อดูลูกสาว
“พ่อ….พ่อเห็นอะไรแปลกๆที่ข้อมือเทียนไหม” เทียนหอมยกข้อมือให้พ่อดู
“ก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกนี่นา นอกจากรอบสักรูปดอกไม่นี่ …… เอ๊ะ?! นี่เอ็งแอบไปสักมาเหรอเจ้าเทียน” คุณพิทักษ์ตั้งท่าจะดุเทียนหอม
“สักเสิก อะไรกันล่ะพ่อ เมื่อเช้าเทียนตื่นมา กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแปรงสีฟัน ก็เจอไอ้รอยนี่บนแขนแล้ว” เทียนหอมเล่าให้พ่อฟัง
“หรือว่าเรื่องนี้มันจะเกี่ยวกับที่หลวงพ่อพูดวันนั้นกันนะ ”คุณพิทักษ์พึมพำเบาๆ
“เรื่องอะไรเหรอพ่อ ” เทียนหอมถามพ่อ เพราะว่าเธอลืมไปแล้วว่าหลวงปู่เตือนอะไรไว้
“ก็เรื่องที่หลวงพ่อบอกว่า เอ็งต้องเดินทางไกลไงล่ะ นี่เอ็งจำไม่ได้เหรอ”
“จำไม่ได้อ่ะพ่อ ….แต่ว่าเมื่อคืนเทียนฝันแปลกๆด้วยนะพ่อ ”เทียนหอมบอกพ่อ
“ฝันว่าอะไรไหนเล่าให้พ่อฟังหน่อย ”
“ฉันฝันว่า มีระบบอะไรก็ไม่รู้พ่อ มาบอกฉันว่า ฉันต้องย้อนเวลากลับไปที่ยุค 80…..' ” และยังไม่ทันที่เทียนหอมจะพูดจบ ก็มีเสียงของระบบที่เธอได้ยินในฝันดังขึ้น
ระบบย้อนเวลาไปยุค80' ในอีก 6วัน 16ชั่วโมง 10นาที
“เนี้ยเสียงแบบนี้เลยพ่อ”
“เฮ้ย!!/เฮ้ย!!!” เสียงของสองสองพ่อลูกดังประสานกัน
“นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้วเจ้าเทียน ไปอาบน้ำแต่งตัวเร็ว เราจะไปหาหลวงพ่อกัน”
หลังจากนั้น สองพ่อลูกก็อาบน้ำ แต่งตัวกันอย่างเร่งรีบ ก่อนจะพากับขับรถไปหาหลวงพ่อที่จังหวัดอยุธยา อย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงคุณพิทักษ์ก็รีบพาเทียนหอม เดินขึ้นมาบนกุฏิหลวงพ่อ โดยที่ไม่ทันไม่ได้ถอดรองเท้าด้วยซ้ำ แต่ก็เหมือนว่าหลวงพ่อจะรอคุณพิทักษ์อยู่แล้ว
“เร่งรีบไปก็เปลี่ยนแปลงอะไร ไม่ได้หรอกนะเจ้าพิทักษ์” หลวงพ่อพูดกับลูกชาย ทันทีที่คุณพิทักษ์นั่งลง
“ทำไมล่ะครับ หลวงพ่อรู้อะไรมาเหรอครับ ถึงบอกว่าเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้” คุณพิทักษ์ถามอย่างสงสัย
“มันเป็นชะตากรรมที่เจ้าเทียนต้องเผชิญ มีสติให้มาก ที่ที่เอ็งจะต้องไปมันมี เรื่องอันตรายมากที่เอ็งต้องพบเจอ นะเจ้าเทียน แล้วก็ไม่ต้องถามว่าเอ็งทำอะไรผิดถึงต้องเจอเรื่องแบบนี้ …..เอ็งไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แต่เบื้องบนเขาเลือกให้เอ็งไปช่วยแก้ไข และส่งวิญญาณร้ายที่หนีมา กลับลงนรก” หลวงพ่อพูดให้สองพ่อลูกเข้าใจ
“แล้วทำไมต้องเป็นเจ้าเทียนล่ะครับหลวงพ่อ ทำไมไม่เป็นผม เจ้าเทียนมันยังเด็กอยู่เลยนะครับหลวงพ่อ”
“ก็บอกแล้ว ว่ามันเป็นชะตากรรมของเจ้าเทียน เอ็งเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอก”
“แต่………..”
“ไม่เป็นไรหรอกพ่อ ถ้ามันเป็นชะตากรรมของฉัน ก็ให้ฉันได้ไปเผชิญกับมันด้วยตัวเองเถอะ ” เทียนหอมพูดขึ้นอย่างจำยอม
“ฉันมีอีกอย่าที่อยากจะถามค่ะหลวงปู่ หลวงปู่รู้ไหมคะว่ารูปดอกไม้แปลกๆ นี่มันคืออะไร แล้วมันใช้ยังไง” เทียนหอมพูดพร้อมกับยื่นข้อมือซ้ายไปให้หลวงปู่ดู
“เอ็งลองหลับตาแล้วแตะที่รูปนั้นสิ ” เมื่อหวงปู่พูดจบ เทียนหอมก็ทำตามที่หลวงปู่บอก
“เห็นอะไรไหมล่ะ ”
เห็นค่ะหลวงปู่ เทียนเห็นพื้นที่ว่างเปล่าที่กว้างขวางมาก " เทียนหอมตอบหลวงตา
“ถ้าอย่างนั้นลองหยิบขวดน้ำแล้ว คิดว่าให้มันเข้าไปอยู่ในนั้นสิ ลองทำดู ”
เมื่อได้ยินหลวงปู่พูดดังนั้น เทียนหอมก็หยิบขวดน้ำแล้วก็คิดว่าจะเก็บขวดน้ำนี้เข้ามาในพื้นที่ว่างเปล่าของตัวเอง ทันใดนั้น ขวดน้ำก็หายไปจากมือของเทียนหอมแบบทันตาเห็น
“โอ๊ะ!! หายจริงๆด้วยพ่อดูสิ” เทียนหอมชี้ให้พ่อดูความว่างเปล่าในมือ
“แล้วจะเอามันออกมายังไงล่ะคะหลวงพ่อ” เทียนหอมถามอย่างสงสัย
“ลองเอามือแตะที่รูป แล้วนึกถึงมัน” หลวงปู่บอกเทียนหอม
หลังจากนั้นเทียนหอมก็ทำตามที่หลวงปู่บอก ก็มีขวดน้ำออกมาจริงๆตามด้วย
“นี่มันสุดยอดเลยนะพ่อ เก็บของได้ด้วย เหมือนกับมิติที่เทียนอ่านมาจากในการ์ตูนเลย” เทียนหอมพูดก่อนจะเอาขวดน้ำเข้าไปและเอาออกอยู่อย่างนั้นหลายครั้ง
“จะเรียกมันว่ามิติก็ได้ ไม่ใช่เรื่องผิดหรอกเจ้าเทียน”
“เอาล่ะ เลิกเล่นได้แล้ว แล้วลองเข้าไปดูซิ ว่าข้างในมันมีอะไรแล้วบ้าง ” หลวงปู่บอก หลังจากที่เห็นเทียนเล่นขวดน้ำอยู่
“มันจะมีอะไรได้ล่ะคะหลวงปู่ ก็เทียนเพิ่งเก็บขวดน้ำเข้าไปเอง มันก็ต้องมี ตะ….” เทียนหอมยังพูดไม่ทันจบก็เห็นเข้ากับขวดน้ำแบบที่เธอถืออยู่ อยู่ในมิติมากมาย นี่มันเป็นไปได้ยังไง หรือว่ามิติของเธอจะคัดลอกสิ่งของได้
และเพื่อความแน่ใจ เทียนหอมจึงลองเอาธูปและเทียนที่ห่อเป็นชุดเข้าไป แล้วก็เอาออกมา ก่อนจะเข้าไปดูข้างในมิติ ก็ปรากฎว่ามันมีธูปและเทียนอยู่จริงๆด้วย เธอจึงอนุมานได้ว่า มิติของเธอมันคัดลอกสิ่งของได้
“รู้แล้วใช่ไหมว่ามิตินี้ทำอะไรได้บ้าง” หลวงปู่ถามเมื่อเห็นสีหน้าของเทียนหอม
“รู้แล้วค่ะหลวงปู่ ถ้าเป็นแบบนี้ ต่อให้ข้ามไปอีกกี่ยุค เทียนก็ไม่กลัวแล้วค่ะหลวงปู่” เทียนหอมพูดอย่างมั่นใจ
“น้อยๆหน่อยเจ้าเทียน แค่ครั้งนี้พ่อก็จะขาดใจตายอยู่แล้ว ” คุณพิทักษ์พูดขึ้น อย่างเป็นห่วงลูกสาว
“ไม่ต้องห่วงหรอกเจ้าพิทักษ์ เจ้าเทียนไปไม่นาน ก็ได้กลับมาแล้ว”
“จริงเหรอครับหลวงพ่อ ได้ยินแบบนี้ผมก็เบาใจ”
“เอาล่ะ ทีนี้ก็กลับไปเตรียมตัวกันได้แล้ว อีกสามวันเจ้าเทียนต้องมาถือศีล เพิ่มบุญบารมีที่วัดก่อนจะข้ามไป อย่าลืมเสียล่ะ ” หลวงพ่อพูดเตือนสองพ่อลูก
"ไม่ลืมแน่นอนครับหลวงพ่อ แต่เดี่ยวผมจะรีบพาเจ้าเทียนไปเตรียมของที่จำเป็นก่อน เวลาไปถึงที่โน่น เจ้าเทียนจะได้ไม่ลำบาก
.
.
หลังจากที่กราบลาหลวงพ่อแล้ว สองพ่อลูกก็รีบกลับมาปรึกษากันที่บ้าน ว่าจะต้องเตรียมอะไรไปบ้าง แต่หลักๆเลยก็คือตำราปราบผี ประจำตระกูล ที่เจ้าเทียนต้องห้ามลืมเด็ดขาด…………..
********** เตรียมตำราปราบผีแล้วนะ
มาคอยดูกันว่า ตอนหน้า เจ้าเทียนของเราจะคัดลอกอะไรเข้าไปในมิติบ้าง
แล้วเมื่อข้ามไปแล้ว เจ้าเทียนต้องเจอกับตัวอะไร มาลุ้นกันนะคะ **********