ขอเป็นนางร้ายให้ท่านไม่รัก (จบแล้ว มี Ebook)
นิยาย Dek-D
อัพเดต 02 พ.ย. 2566 เวลา 17.28 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2566 เวลา 17.28 น. • อิ๋งหั่วฉง (萤火虫)ข้อมูลเบื้องต้น
ขายโปร Ebook หน่อยนะคะ
ลดราคาอยู่ 7 วันนะคะ ในนั้นมี
❖ ตอนหลัก 27 บท
❖ ตอนพิเศษ ของ เฉินอี เซียงเซียง เนื้อเรื่องคร่าวๆ มี เข้าหอ/ท้อง/ลูกๆ ของทั้งสอง
❖ ตอนพิเศษ ของ เจียวหวง เยว่เล่อ เนื้อเรื่องคร่าวๆ มี เข้าหอกรุบกริบ /บทสรุปความรักของทั้งสอง
MEB วางจำหน่ายแล้ว (คลิกสปอยเพื่อดูโปร) เริ่มโปร 31-6/9/66 นี้
โปรโมชั่น Android / WEB = 169 ปกติ 219 โปรโมชั่น IOS = 179 ปกติ 219 (IOS แนะนำให้เข้าเว็บซื้อนะคะ แต่ถ้าอยากเปย์ก็ลุยยย)
ลิงก์ MEB
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMjU1MDk2MiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI1OTAzNSI7fQ
DEK- D Ebook(คลิกสปอยเพื่อดูโปร) เริ่มโปร 7-14/9/66 นี้
ช่วงโปรโมชั่น 339 เหรียญ ปกติ 439 เหรียญ ลดไป -100 เหรียญ
ลิงก์ Ebook
https://novel.dek-d.com/ebook/9737
❖ อัพเดท 31/8/66 : เกี่ยวกับตอนพิเศษ เนื่องจากไรท์ต้องการทำราคารายตอนกับอีบุ๊คให้เท่ากัน จึงทำแพ็กเกจเหมา 2 บทสุดท้าย + ตอนพิเศษนะคะ ใครอ่านใน Dek-D สามารถกดซื้อได้เลยโดยไม่ต้องรอขาย Ebook ไปแล้ว 7 วันเหมือน RAW
แนะนำตัวละคร
"องค์หญิงเจียวหั่ว! ต่อให้เจ้าจะเป็นนางเอกของนิยายเรื่องนี้ ข้าเซียงเซียงก็จะไม่ให้เจ้าได้สมหวังอย่างแน่นอน แผนการคิดร้ายอันใดต่อจากนี้เธอพร้อมแล้ว"
ถึงแม้จะต้องพบจุดจบเช่นเดิมอีกเซียงเซียงก็อยากลองเปลี่ยนแปลงชะตากรรมดูสักครั้ง…
“นางเกิดมาเพื่อเป็นศัตรูกับข้าเสียจริง เแม่นมก็รู้ดีว่าข้าไม่มีทางเชื่อเรื่องพวกนั้น และต่อให้มันเป็นเรื่องจริง ข้านี่แหละที่จะฝืนโชคชะตาให้ได้ หากแผ่นดินนี้มีข้าอยู่ก็ต้องไม่มีนางอยู่!”
นั่นแหละจึงจะเรียกว่าโชคชะตาอย่างแท้จริง ข้าเองก็อยากรู้ว่า ข้า หรือ นาง ใครจะเป็นฝ่ายย่อยยับก่อนกันแน่
❤️ มี ebookและติดเหรียญภายหลัง
❤️ ถ้าไม่ชอบขอให้กดผ่านไปเลย
❤️ ฝากกดรักไรท์ให้กำลังในการแต่งด้วยน้า
** สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ไ ม่อนุญาตให้แสกนเนื้อหาหรือคัดลอกเนื้อหาหรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่ง
** นิยายเรื่องนี้ทั้งหมด เกิดจากจินตนาการและความคิดส่วนบุคคล ของผู้แต่ง มิได้มีเจตนาสร้างความแตกแยก หรือเจตนาทำร้าย แต่ประการใด
** ขอให้ผู้อ่านเข้าใจตรงกันว่า เนื้อหาในเรื่องสร้างขึ้น ไม่ได้อิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สถานที่ส่วนใดของจีนทั้งสิ้น
แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
ตัวละคร
☘️เซียงเซียง/ท่านหญิงฉินเซียง
หญิงสาวย้อนเวลากลับมาเป็นท่านหญิงที่เป็นน้องสาวบุญธรรมของฮ่องเต้ และหนานปาอ๋องของแคว้นหนาน ร่างกายแต่เดิมขี้โรคและอ่อนแอตั้งแต่เด็ก (แต่ถูกวางยาแล้วรอดตายมาได้) ทำให้พี่ชายทั้งสอง ทั้งรักและหวงแหนกว่าสิ่งใด จนหญิงสาวเติบโตขึ้นมาอย่างหลงระเริงและเอาแต่ใจ มีนิสัยร้ายกาจจนเป็นที่หวาดกลัวของคนทั้วทั้งแคว้น ดวงชะตาตามเดิมเป็นดาวกาลกิณี ทำให้ญาติพี่น้องต้องตายและแคว้นล่มสลาย เป็นที่จดจำไปด้านตัวอัปมงคลในยุคต่อมา แต่ภายหลังถูกลอบทำร้ายจนตาย กลับเป็นเซียงเซียงที่ฟื้นขึ้นมาในร่างแทนที่ ทำให้นิสัยและบุคลิกเปลี่ยนไปเป็นเฉลียวฉลาดไม่ยอมคน
☘️รัชทายาทหนานเฉินอี/ไป๋เฉินอี
เป็นโอรสที่เกิดจากฮองเฮาและฮ่องเต้เพียงคนเดียว เพียบพร้อม และเฉลียวฉลาด เป็นโอรสที่ฮ่องเต้ใส่ใจที่สุด ดูเหมือนมีชีวิตราบรื่นไร้อุปสรรค ไม่มีใครรู้ว่าเขาเกลียดชังพระบิดาของตัวเองและพาลเกลียดฉินเซียงตามไปด้วย
☘️หนานปาอ๋อง/หนานซีซวน
ท่านอ๋องผู้ที่มีอำนาจรองจากฮ่องเต้ เป็นน้องชายที่คอยผลักดันให้พี่ชายเป็นฮ่องเต้ (องค์ปัจจุบัน) และเขาได้รวบรวมอำนาจไว้ให้ฮ่องเต้แต่เพียงผู้เดียว รักพระมารดาและน้องสาวบุญธรรมมาก รักแบบผู้ชายรักผู้หญิงคนหนึ่ง อยากปกป้องดูแลตลอดไป
☘️ฮ่องเต้หนานซิ่วหลง
เป็นฮ่องเต้ที่เกิดจากสนมเล็กๆ คนหนึ่ง ไต้เต้าด้วยการมีพระโอรสจนถูกแต่งตั้งเป็นเฟยแต่ไร้ซึ่งอำนาจ ทำให้เขาและน้องๆ ถูกข่มเหงและดูถูกมาโดยตลอด เป็นคนเก่งแต่ไม่มีอำนาจ ต้องคอยหลบซ่อนความสามารถของตัวเองเอาไว้เพื่อรักษาชีวิต รักน้องชายและน้องสาวบุญธรรมมาก หลังจากที่อดีดฮ่องเต้พระมารดาถูกวางยาพิษจนเสียชีวิต เขาจึงกวาดล้างเข่นฆ่าเชื้อพระวงศ์ที่เกี่ยวข้องจนหมดสิ้น แล้วขึ้นเป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นหนาน
☘️องค์หญิงใหญ่หนานเจียวหั่ว
เดิมที่เป็นนางเอกของเรื่องนี้ เป็นองค์หญิงที่เกิดจากพระสนมคนโปรดจิ่นเม่ยกุ้ยเฟย มีพี่ชายจากมารดาเดียวกันคือองค์ชายใหญ่หยางเจียวหวง ฉากหน้าเป็นองค์หญิงที่เพียบพร้อมงดงาม แต่เบื้องหลังมีความโหดเหี้ยมไม่แพ้มารดา ฉลาดเฉลียวกว่าหญิงสาวทั่วไป เกลียดชังและอิจฉาฉินเซียงมาโดยตลอด เนื่องจากพระบิดารักนางมากกว่าตนเองที่เป็นองค์หญิง ที่สำคัญเป็นศัตรูหัวใจของตัวเอง ในหัวมีแต่ความเกลียดชังและแผนการชั่วร้ายอยู่ตลอดเวลา คอยคิดแต่จะทำลายฉินเซียงให้ย่อยยับเพื่อความสะใจของตัวเอง
☘️องค์ชายใหญ่หนานเจียวหวง
เป็นพี่น้องที่เกิดจากมารดาเดียวกับองค์หญิงใหญ่เจียวหั่ว นิสัยอ่อนโยน รักสงบ แต่จริงๆ แล้วถูกกดดันจากมารดาจนเป็นคนเก็บกด มีเพียงฉินเซียงเท่านั้น ที่เขายอมเปิดใจให้จนเกิดเป็นความรัก ภายหลังยอมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนๆ เดียว จนหลงอยู่ ในวังวนของอำนาจ และสามารถทำลายทุกคนได้ หากขวางเส้นทางตนจนสูญเสียสิ่งที่ตนรักไปตลอดกาล
บทนำ
บทนำ
ในคุกเหม็นอับชื้น มีร่างของหญิงสาวนอนนิ่งอยู่บนพื้นที่เย็นเฉียบ ข้อเท้าเล็กจนเห็นถึงข้อกระดูกปูดโปนออกมา ถูกโซ่ตรวนขนาดใหญ่ล่ามไว้ แน่นหนาเสียจนบริเวณนั้นห้อเลือด เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ในตอนนี้แทบมองไม่ออกว่าเป็นสีอะไรมาก่อน เพราะมีแต่เลือดที่แห้งกรังเปรอะเปื้อนเต็มไปหมด
เซียงเซียงกึ่งหลับกึ่งฝัน ครั้งล่าสุดเธอหลับอยู่บนเตียงนอนของตัวเองที่บ้าน แต่เหตุใดเธอถึงรู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูกเช่นนี้ ทั้งยังรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งตัว เซียงเซียงพยายามลืมตาขึ้นมาแต่ก็ไม่เป็นผล ข้างหูเหมือนว่าจะได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทุกที
“หึ อึดดีนี่ เอายานี่ให้มันกินทุกสามชั่วยามจนกว่ามันจะตาย” เสียงผู้หญิงที่ฟังมีอายุเป็นคนออกคำสั่ง
ไม่ทันไรก็เหมือนมีคนหลายคนเข้ามารุมทึ้งตัวเธอ พร้อมกับกรอกอะไรใส่เข้าปากโดยไม่ให้เซียงเซียงได้ขัดขืนแม้แต่น้อย
“อื้อ…อื้อ!”
เซียงเซียงเพิ่งเข้าใจทันทีว่าเธอพูดออกไปไม่ได้ แม้แต่จะส่งเสียงร้องให้พวกเขาหยุดทำแบบนี้กับเธอก็เกินกำลังของร่างนี้ไป กลิ่นคาวเลือดที่คลุ้งอยู่ในปากทั้งใหม่และเก่าอัดอยู่เต็มไปหมด ความเจ็บปวดทรมานเหลือแสน เหมือนมีใครมาบิดลำไส้ คล้ายกับอวัยวะภายในทั้งหมดของเธอดั่งจะฉีกแยกออกจากกัน
“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย ดูสภาพของเจ้าในเวลานี้สิ ฉินเซียง ฮ่าๆๆ”
เสียงหวานที่มาพร้อมกัน เอ่ยขึ้นอย่างขบขันเยาะเย้ย มองสิ่งตรงหน้าด้วยความรู้สึกสะใจ ที่ได้เห็นหญิงสาวที่นางเกลียดชังที่สุดในชีวิต มีสภาพอเนจอนาถเช่นนี้ได้
“หน้าตางดงามแล้วอย่างไร”
“สูงศักดิ์กว่าผู้ใดแล้วอย่างไร”
“เจ้ารู้ไหมว่าข้ารอเวลานี้มานานแค่ไหน ดูเจ้าในตอนนี้สิฉินเซียง ทั้งสกปรกและน่ารังเกียจมากเพียงใด ฮ่าๆๆ”
หญิงสาวหน้าตางดงามราวกับดอกไม้สวยสด กำลังพรั่งพรูความในใจของตนออกมาทั้งหมด ราวกับว่าหากไม่พูดในตอนนี้แล้วก็จะไม่ได้พูดมันอีก เพราะเกรงว่าคนตรงหน้าจะตายเสียก่อนที่จะทันได้ฟัง
‘ฮึก ใครคือฉินเซียงกัน ทรมานเหลือเกินใครก็ได้ช่วยด้วย คุณแม่ช่วยเซียงเซียงด้วย’
เซียงเซียงเริ่มอยากตื่นจากฝันร้ายนี้แล้ว เธอควรจะทำอย่างไรดี คนพวกนี้ช่างโหดร้ายกับคนไม่มีทางสู้เช่นนี้ได้
ในขณะที่เซียงเซียงดิ้นทรมานนานหลายนาที ก็มีคนใหม่เดินเข้ามา และเหมือนว่าพวกเขาจะโต้เถียงกันอยู่สักพัก และคนผู้นั้นก็กำลังก้าวเข้ามาใกล้เธอทุกทีๆ
“คงทรมานมากสินะท่านหญิง”
เซียงเซียงพยายามลืมตาเพื่อมองเขาให้ชัดมากขึ้น แต่ก็ไร้ผลเพราะภาพตรงหน้าของเธอเลือนลางเหลือเกิน
ฉึก!
มีดสั้นปักตรงขั้วหัวใจของหญิงสาวเหมือนจับวางอย่างพอดี เซียงเซียงรู้สึกได้ถึงของเหลวอุ่นๆ ที่ไหลซึมออกมาจากหน้าอกของตัวเอง
“จริงๆ แล้วเรื่องนี้เจ้าไม่ได้มีความผิดอันใด ถ้าจะผิด ก็ผิดที่เจ้าเกิดมาชื่อหนานฉินเซียงเถิด”
อยู่ๆ เซียงเซียงก็รู้สึกหนาวเย็นไปทั่วร่าง เธออยากขอบคุณเขาเหลือเกิน ที่ทำให้เธอหลุดพ้นจากความทรมานนี้เสียที แต่ก็ทำได้เพียงแค่ยกยิ้มเป็นครั้งสุดท้ายให้เท่านั้น เธออยากตื่นจากฝันร้ายพวกนี้แล้ว ความตายช่างดูไม่ได้น่ากลัวสำหรับเธออีกต่อไป เปลือกตาของหญิงสาวปิดลง พร้อมกับร่างที่แน่นิ่งไปในที่สุด
บทที่ 1 ข้าคือท่านหญิงฉินเซียง
บทที่ 1
ณ ตำหนักรัชทายาทแห่งแคว้นหนาน
หญิงสาวหน้าตางดงามดั่งเทพธิดานอนอยู่บนเตียงไม้สี่เสาที่ฉลุลวดลายโบราณตกแต่งเอาไว้อย่างประณีต รอบๆ บริเวณนั้นมีกลิ่นยาและสมุนไพรชั้นดีลอยตลบ เพื่อทั้งรักษาและกลบกลิ่นคาวเลือดของคนที่นอนอยู่บนเตียง
รอบศีรษะของคนงามถูกพันด้วยผ้าพันแผล มีเลือดไหลซึมออกมาจนเห็นสีแดงจางๆ แต่ก็ไม่ทำให้ใบหน้าที่ซีดเซียวหมดความน่ามองแต่อย่างใดกลับยิ่งทำให้คนรักถนอมสงสาร
ผิวของนางขาวนวลละเอียดแทบจะร่อนออกมาได้ ปาก คิ้ว จมูก ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เรือนร่างหรือก็สลักเสลา เห็นได้ชัดว่าสวรรค์ประทานความรักให้นางมากกว่าผู้ใด หญิงสาวจึงได้มีรูปโฉมโนมพรรณอันชวนตื่นตะลึงเช่นนี้ได้
บัดนั้นเรียวคิ้วงามย่นเข้าหากัน ด้วยความเจ็บปวดแล่นเข้ามา จู่โจมอย่างกะทันหันจนเกิดเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้า
เซียงเซียงพยายามที่จะยกเปลือกตาให้ลืมขึ้นมาอย่างยากลำบาก เพราะเหมือนมีอะไรหนักๆ มากดทับอยู่บนร่างกายเอาไว้
“ปวดหัว”
การเคลื่อนไหวของเธอทำให้คนด้านนอกเริ่มรู้ตัวว่าหญิงสาวภายในห้องฟื้นขึ้นมาแล้ว ไม่นานนักก็มีหญิงรับใช้สองคนก้าวเข้ามาในห้องทันที
“บ่าวชิงหลานและชิงลี่ หากท่านหญิงต้องการสิ่งใดโปรดบอกกล่าวกับบ่าวได้ ท่านหมอหลวงของตำหนักได้มารักษาพระองค์และดูอาการเสร็จไปเมื่อสักครู่ ได้มีข้อห้ามว่าหากท่านหญิงฟื้นขึ้นมาแล้ว อย่าได้ขยับเขยื้อนร่างกายไปไหนเพคะ”
น้ำเสียงของนางกำนัลที่ใช้พูดถูกกดให้เบาทั้งยังรีบพูดให้จบอย่างรวดเร็ว ด้วยเกรงว่าหากพูดอะไรผิดไปแม้แต่น้อย อาจโดนทำโทษโดยที่ไม่มีความผิด พูดไปด้วยก็ก้มหน้าก้มตาไปด้วย เม็ดเหงื่อซึมขึ้นมาทั่วใบหน้า
เซียงเซียงมองดูคนพูดที่น้ำเสียงดูเหมือนห่วงใยร่างนี้ แต่เมื่อมองไปในแววตาคู่นั้น กลับไร้ซึ่งความยินดีทั้งยังถูกฉาบไว้ด้วยความหวาดกลัว นั่นทำให้เธอรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
แล้วสถานที่นี้คือที่ใดกันแน่ เธอจำได้ว่าครั้งสุดท้าย คือตอนนอนหลับที่ห้องในบ้านของเธอเอง แล้วความฝันน่ากลัวอย่างสถานที่นั้นอีก มันทั้งมืดและเย็น หนาวเหน็บไปจนถึงกระดูก ความรู้สึกเจ็บปวดที่เธอโดนพวกเขาทรมาน มันเหมือนจริงเสียจนเธอเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาอีกครั้ง
เซียงเซียงลืมตัวรีบเอามือเล็กไปคลำแถวบริเวณหน้าอก เมื่อสำรวจดูให้ดีแล้ว ไม่มีบาดแผลและไม่มีร่องรอยใดๆ เกิดขึ้นแม้แต่น้อย
ทำไมคนพวกนั้นถึงเรียกเธอว่า ฉินเซียง ชื่อนี้ช่างคุ้นเคยเหมือนกับได้ยินมาจากที่ไหนสักที่ มันทำให้เซียงเซียงต้องใช้ความคิดทบทวนอยู่สักพักหนึ่ง
‘เอาเถอะในเมื่อเป็นอย่างนี้ก็ขอแค่นอนอีกสักรอบก็คงตื่นขึ้นมาจริงๆ เสียที’ ตอนนี้ร่างกายทั่วทั้งตัวของเธอปวดร้าวและเจ็บระบมไปหมด
แต่ทว่าคนเหล่านี้กลับไม่กล้าขยับเขยื้อน เหมือนรอฟังคำสั่งของเซียงเซียงอยู่นั่นเอง ท่าทางของแต่ละคนเอาแต่ก้มหน้างุด แม้แต่เสียงลมหายใจก็แทบจะไม่ได้ยินแม้แต่น้อย
“ออกไปกันเถอะ แค่เอาน้ำมาให้ก็พอแล้ว”
เพล้ง!
“ว้าย!”
“มะ…หม่อมฉัน ผะ ผิดไปแล้วเพคะ บ่าว…บ่าวไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ ท่านหญิงไม่พอพระทัยเลยนะเพคะ"
“ก็แค่มืออ่อนแรงเท่านั้น”
ยังไม่ทันได้พูดอะไรเพิ่ม เซียงเซียงก็เริ่มวิงเวียนหน้ามืดอีกครั้ง จึงรีบล้มตัวลงนอนอย่างรวดเร็ว ข้ารับใช้หญิงทั้งสองเมื่อได้เห็นท่าทีที่เหนื่อยล้าของคนตรงหน้า จึงรีบทำตามคำสั่งแล้วพากันเดินออกจากห้องไปทันที
“นางคงคิดว่าที่นี่คือวังของหนานปาอ๋องกระมัง เหตุใดรัชทายาทถึงต้องช่วยนางกลับมาด้วยนะ น่าจะปล่อยให้นางตายๆ ไปเสียได้ก็ดี วังหลวงคงได้สงบสุขมากขึ้นกว่านี้”
“นั่นปากหรืออะไร วาจาเลื่อนลอยเช่นนี้เก็บไปได้ก็ยิ่งดี หากมีใครได้ยินเจ้าพูดเช่นนี้ เจ้ายังคิดว่าจะเก็บชีวิตของตนไว้ได้อีกหรือ ทั้งยังจะทำเอาคนทั่งตำหนักบูรพาเดือดร้อนไปกับความปากพล่อยของเจ้าด้วย เจ้าควรรับรู้ไว้ถึงอย่างไรนางก็สูงศักดิ์เกินกว่าใครจะทำอะไรได้”
“แม้แต่กับตำหนักเจียวลู่กง ยังไม่กล้ามีเรื่องกับนางเลย พวกเรามันก็แค่บ่าวชั้นต่ำ หากวันนี้ทำอะไรให้นางไม่พอใจ วันคืนข้างหน้ายังจะมีที่ให้เจ้าพูดได้เช่นนี้อีกหรือ”
ชิงลี่ฮึดฮัดสายตาไม่ยินยอมแม้แต่น้อย แต่ไม่อาจสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ ได้แต่กัดปากตัวเองด้วยความเจ็บใจจนเลือดซึมออกมา
เสียงที่พูดไม่ดังนัก แต่ทว่าคนในห้องกลับได้ยินอย่างชัดเจน เซียงเซียงคร้านจะสนใจ เธอคิดว่าเรื่องทุกอย่างที่กำลังดำเนินอยู่นี้ เป็นเพียงแค่ความฝันทั้งหมด แต่ชื่อท่านหญิงอะไรนี่เหตุใดถึงคุ้นหูเธอเหลือเกิน แต่ทว่าตอนนี้เซียงเซียงหมดปัญญาและเรี่ยวแรงที่จะฝืนคิดอีกต่อไป
ร่างกายที่รับยาบำรุงชั้นดีเข้าไปมากมายอยากแต่จะนอน เซียงเซียงอยากตื่นขึ้นมาพบหน้าแม่เต็มทีแล้ว ไม่นานนักหญิงสาวก็ผล็อยหลับไปอีกครั้งอย่างง่ายดาย
เซียงเซียงนอนไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่มาสะดุ้งตัวตื่นขึ้นอีกที เพราะได้ยินเสียงฝีเท้าดังกระทบกับพื้นไม้ที่กำลังใกล้เข้ามา ทำให้เธอเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นอีกครั้ง แต่จนแล้วจนรอดตัวเธอยังไม่ยอมลืมตาขึ้นมาง่ายๆ จนเมื่อเสียงนั้นมาหยุดอยู่ใกล้เตียงของเธอแล้วเงียบลง
เมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่ไม่ได้เข้ามาเพื่อที่จะทำร้ายกัน แต่มาเพื่อดูเธอเพียงเท่านั้นเซียงเซียงจึงยอมลืมตาขึ้นมาสักหน่อย
ภาพที่เธอเห็นคือชายหนุ่มคนหนึ่งยืนเอามือไพล่หลังอย่างสงบ พร้อมกับมองออกไปอีกด้าน เซียงเซียงพยายามมองหน้าของเขา แต่กลับเห็นไม่ชัด ดูท่าทางแล้วเขาคงไม่ใคร่อยากมองหน้าของเธอเท่าใดนัก ทั้งยังแฝงไว้ซึ่งความเป็นอริอีกด้วย
“ข้าแค่มาดูท่านเท่านั้น ในเมื่อเห็นท่านไม่เป็นอะไรเช่นนี้แล้วก็วางใจ ตั้งแต่เกิดเรื่องมา ข้าได้ให้คนส่งข่าวเร็วไปยังชายแดนแล้ว ทั้ง ฝ่าบาทกับเสด็จอาคงรีบกลับมาหาท่านโดยทันที”
เซียงเซียงรู้สึกได้ว่าพอเขาพูดถึงสองคนนั้น น้ำเสียงกลับเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเหินห่างอย่างเห็นได้ชัด หญิงสาวไม่อยากเก็บเอามาใส่ใจ เพราะตอนนี้เธออยากนอนต่ออีกแล้ว และเธอเองก็เริ่มรู้สึกได้ว่านี่มันเริ่มจะไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปเพราะไม่ว่าจะตื่นกี่รอบเธอก็ยังคงอยู่ที่นี่ตรงนี้เหมือนเดิมไม่ไปไหน
ถ้าหากเรื่องทั้งหมดนี้คือความจริง เธอเองก็ไม่ใช่คนไม่รู้หนักเบา เมื่อตั้งสติได้แล้วก็รู้ได้ทันทีว่าตนเองนั้น จะต้องพักผ่อนเอาแรงให้มากเพื่อจะได้มีกำลังไว้เอาชีวิตรอดต่อไปในวันพรุ่งนี้
“เช่นนั้นหากท่านไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ก็ออกไปเถอะ ข้ายังต้องพักผ่อนอีกมาก หายดีแล้วค่อยว่ากัน ไม่ต้องเป็นห่วงมากจนเกินไป”
ประโยคหลังนั้นเธอเพียงพูดประชดเท่านั้น หากร่างนี้ของเธอและเขาเป็นอริกันตามที่ใจรู้สึก พูดว่าเขาเป็นห่วงกันก็เหมือนไปกระตุกเส้นผมให้เจ็บๆ คันๆ เล่น เป็นสิ่งเดียวที่คนที่นอนเป็นผักเช่นเธอสามารถทำได้ในยามนี้
“…”
“ได้ ข้าเพียงมาแจ้งข่าวเท่านั้น” ชายหนุ่มไม่แม้จะชายตามอง เซียงเซียงเสียด้วยซ้ำ ราวกับนางคือหญิงอัปลักษณ์ที่มองต่ออีกนิดก็จะทำให้กินข้าวไม่ลง เขารีบหันหลังแล้วเดินออกจากห้องไปทันที
‘เฮ้อ..ไปกันหมดสักที ที่แห่งนี้ทำไมมีแต่คนแปลกประหลาด รอเธอหายดีก่อนเถอะค่อยคิดหาวิธีว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี’
เซียงเซียงไม่มีทางรู้เลยว่าการที่เธอฟื้นขึ้นมาในร่างของหญิงสาวผู้นี้ ได้สร้างความคับแค้นใจให้ใครบางคน แล้วก็เป็นความยินดีของใครอีกหลายคน
ณ ตำหนักเจียวลู่กง
ชายชุดดำทั้งห้าคนคุกเข่าพร้อมกับก้มหน้ารอฟังคำตัดสินจากเจ้านายเบื้องบน หลังจากที่ได้ทำงานใหญ่ผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย
“คนอื่นๆ ที่นอกเหนือจากพวกเจ้าตายกันหมดแล้วใช่หรือไม่”
“แม่นมอู่ พวกเขากลืนยาพิษสังหารตัวเองตกตายกันหมดแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงข้าทั้งห้าคนที่มารอรับโทษขอรับ”
หญิงสาวสูงศักดิ์นั่งอยู่บนตั่งคนงามที่ถูกปูด้วยผ้าบุหนานุ่มอย่างดี เอ่ยขึ้นมาอย่างใจเย็นเหมือนกับไม่ทุกข์ไม่ร้อนต่อเรื่องราวตรงหน้า
“พวกเจ้ารับใช้ท่านลุงของข้ามานานหลายปี เรื่องผิดพลาดครั้งนี้ ข้าจะละเว้นโทษตายให้ พวกเจ้าออกจากเมืองหลวงไปสักพัก คอยรอฟังคำสั่งจากข้าก็พอแล้ว”
“ขอบพระทัยองค์หญิงที่ทรงละเว้นชีวิต พวกกระหม่อมซาบซึ้งใจยิ่งนัก พวกเราจะขอรับใช้พระองค์จนวันตายพ่ะย่ะค่ะ”
แค่ในพริบตาคนทั้งห้าหายไปอย่างรวดเร็วราวกับลมพัดผ่าน ในขณะที่นางกำนัลคนสนิทคนหนึ่ง กำลังบีบนวดไหล่ของหญิงสาว ส่วนอีกคนคอยพัดวีปฏิบัติเอาใจเจ้านายตน โดยที่ทั้งคู่ทำเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเมื่อสักครู่ ราวกับเป็นเรื่องเคยชินของที่นี่ไปเสียแล้ว
“องค์หญิง จะดีหรือเพคะที่ปล่อยพวกมันไปง่ายๆ แบบนี้”
“แม่นม มีอะไรต้องให้ท่านกังวลใจกันเล่า คนเหล่านั้นคือคนของท่านลุง ถึงข้าไม่เอาความผิดพวกมัน ท่านลุงก็ต้องจัดการเก็บกวาดให้ข้าอยู่แล้ว ใยต้องเอามือตนเองไปเปื้อนเลือดด้วย”
มือเรียวงามดุจลำเทียนหยิบผลส้มที่ปอกเปลือกเอาไว้ในจาน ยื่นเข้าปากเล็กของตนอย่างช้าๆ
“เป็นบ่าวที่เป็นห่วงมากจนเกินไปเพคะ เรื่องครั้งนี้เราอุตส่าห์วางแผนอย่างดิบดี แต่ดันมาพลาดท่าเสียได้ หรือว่านางเป็นดวงดาวพิฆาตจริงๆ เพคะองค์หญิง”
“ดาวพิฆาตที่จะทำลายคนอื่นให้พังพินาศนะเหรอ หากแต่ว่าอยู่ใกล้คนที่เป็นดาวมังกร กลับจะส่งเสริมให้มีอำนาจอย่างไร้ขีดจำกัดนะหรือ”
เสียงหัวเราะดั่งระฆังแก้วของหญิงสาวดังขึ้น
“ท่านคิดว่าเรื่องปั้นเสริมเติมแต่งตั้งแต่รุ่นก่อนจะเชื่อได้จริงๆ อย่างงั้นหรือแม่นม”
“แต่ว่าอดีตฮ่องเต้กับฉิงไทเฮายกย่องและรักนางมากนะเพคะ”
หากทั้งสองคนไม่สวรรคตไปเสียก่อน อดีตฮ่องเต้ถึงขนาดเคยคิดให้สตรีผู้นั้นเป็นองค์หญิงใหญ่เลยทีเดียว
แม่นมอู่มองไปที่ใบหน้าหญิงสาวสูงศักดิ์ตรงหน้าด้วยความรัก เหลือบไปเห็นผลส้มที่นางถืออยู่ มีแต่รอยเล็บจิกเต็มไปทั่วจนดูไม่น่ากินอีกต่อไป จึงรีบพยักเพยิดให้กับบ่าวข้างๆ ยื่นผลใหม่ให้เจ้านายตนอย่างรู้งาน
“นางเกิดมาเพื่อเป็นศัตรูกับข้าเสียจริง เแม่นมก็รู้ดีว่าข้าไม่มีทางเชื่อเรื่องพวกนั้น และต่อให้มันเป็นเรื่องจริง ข้านี่แหละที่จะฝืนโชคชะตาให้ได้ หากแผ่นดินนี้ยังมีข้าอยู่ก็ต้องไม่มีนางอยู่!”
นั่นแหละจึงจะเรียกว่าโชคชะตาอย่างแท้จริง
ทั้งในใจก็อยากรู้นักว่า ข้า หรือ นาง
ใครที่จะเป็นฝ่ายย่อยยับไปก่อนกันแน่