ยอดหมอหญิงเทพโอสถ
ข้อมูลเบื้องต้น
เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ :Beijing Fantasy Workshop Culture Media Co., Ltd.
ประพันธ์โดย :芥沫
ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยถูกต้องโดย :Glory Forever Public Co.,LTD
แปลและเรียบเรียงโดย :อมรรัตน์ กัลปพฤกษ์
พิสูจน์อักษร :อัลนูร์ วาจิ
“กูเฟยเยี่ยน” หญิงสาวที่ไม่มีความทรงจำใดหลงเหลืออยู่เลย
นางไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใคร? มาจากที่ใด? มาอยู่ที่แห่งนี้ได้อย่างไร?
มีเพียงท่านอาจารย์เท่านั้นที่เลี้ยงดูนางมาตั้งแต่นางได้มาอยู่ที่ “แดนสวรรค์ปิงไห่”
ในวันเกิดอายุครบ 18ปี ท่านอาจารย์ที่เลี้ยงดูนางมาได้ให้ของขวัญเป็นหม้อปรุงยาวิเศษ “หวางเป่าติง”
และการส่งนางไป ‘เกิดใหม่’ที่ “ดินแดนเสวียนคง”
“เยี่ยนเอ๋อร์ เจ้าจำเป็นต้องไปยังดินแดนเสวียนคง สักวันเจ้าจะเข้าใจเอง! ”
.
ณ ดินแดนเสวียนคง ความทรงจำมากมายของเจ้าของร่างเดิมที่หน้าตาคล้ายนางทุกประการได้หลั่งไหลเข้ามาในหัว
แต่ที่น่าแปลกคือเจ้าของร่างนี้กลับไม่มีความทรงจำในวัยเด็กของตนเองเลย
นางรู้เพียงแค่ว่าตอนนี้นางคือแพทย์หญิงในวังหลวง มีหน้าที่ส่งมอบโอสถและปรุงยาเท่านั้น
เพื่อนร่วมงานจอมวุ่นวาย องค์หญิงกลั่นแกล้งดูถูก แม้แต่คู่หมั้นก็มาทำลายการแต่งงาน?
แต่เหตุใด ทำไมท่านอาจารย์ถึงให้นางมาเกิดใหม่ที่ดินแดนแห่งนี้กัน?
แล้วนางจะสามารถกลับไปที่แดนสวรรค์ปิงไห่ได้หรือไม่? ทั้งสองดินแดนมันเกี่ยวข้องกันอย่างไร?
.
.
หากนางอยู่ที่แห่งนี้นางจะได้รู้เรื่องราวความทรงจำที่หายไปของนางอย่างนั้นหรือ??
----------------------
พลาดไม่ได้! อ่าน ‘ยอดหมอหญิงเทพโอสถ’
และนิยายจาก Jinovel ทั้งหมด ทุกเรื่อง ทุกตอน ไม่จำกัด
เพียง 99 บาท/ เดือน คลิกเลย > https://bit.ly/3tZnsSu
.
ขอแนะนำนิยายสนุกๆ คัดสรรค์มาเพื่อคุณท่านโดยเฉพาะ
อยากอ่านเรื่องไหน จิ้มได้เลย <3
บทนำ
“รีบไป!”
“รุ่ยเอ๋อร์ เจ้าต้องพาเยี่ยนเอ๋อร์หลบหนีไปต้าฉิน ชีวิตของเยี่ยนเอ๋อร์คงต้องฝากฝังไว้กับเจ้าแล้ว!”
“ไป! นี่เป็นรับสั่งของเสด็จพ่อ รีบไปเดี๋ยวนี้!”
……
ด้านหลังตลบอบอวลไปด้วยฝุ่นหมอกควัน ข้าศึกที่แข็งแกร่งกำลังไล่ตามมา
ฮ่องเต้แห่งจักรวรรดิต้าฉินกำลังสู้รบกับศัตรูที่อยู่ไม่ไกล พระองค์ยืนหยัดต่อสู้เพียงคนเดียวกับศัตรูมากมายนับไม่ถ้วน ร่างกายบาดเจ็บสาหัส
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีอายุเพียงแค่แปดปีถูกเสด็จพี่ที่มีอายุมากกว่านางสองปีโอบกอดไว้ในอ้อมแขนอย่างเหนียวแน่น พระหัตถ์บดบังดวงตา นางจนมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ได้ยินเพียงแค่เสียงตึงเครียดจากการปะทะของอาวุธที่ดังอยู่ไม่ไกล
เสด็จพี่พยายามอุ้มนางอย่างสุดชีวิตเพื่อที่จะวิ่งไปทางทิศใต้ ไม่ช้าก็ได้ส่งมอบนางให้กับคนคนหนึ่ง “กู้หนานเฉิน ดูแลน้องสาวของข้าให้ดี! ”
“องค์รัชทายาท ท่านมิอาจเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ ได้!”
“ข้าคือองค์รัชทายาทแห่งต้าฉิน ข้าจะไม่มีวันละทิ้งหน้าที่อย่างเด็ดขาด บ้านเมืองประสบปัญหาข้าควรแบกรับไว้ ยิ่งฮ่องเต้เกิดปัญหา ข้ายิ่งต้องควรแบกรับ เจ้าพาน้องสาวของข้าหลบหนีออกจากปิงไห่ไปเร็วเข้า!”
เด็กหญิงมองดูทุกสิ่งทุกอย่างบริเวณรอบๆ นางตกตะลึงไม่แม้แต่จะเคลื่อนไหว ตกใจจนเปรียบเสมือนเป็นคนโง่ไปแล้ว นัยน์ตาเบิกโพลงจ้องมองไปที่เสด็จพี่ที่ถือดาบสั้นพุ่งกลับเข้าสู่สนามรบ ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
ผู้ที่อุ้มนางมุ่งหน้าสู่ทางทิศใต้ เสด็จพี่มุ่งไปทางทิศเหนือ นางนอนคว่ำหน้าอยู่บนไหล่ของเขา ไม่พูดไม่จาดูภาพเงาด้านหลังของเสด็จพี่ที่ค่อยๆ ไกลออกไป
ทันใดนั้น!
“ซ่า” เกิดเสียงดังต่อเนื่องจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก ก้องไปทั่วทั้งสนามรบ ลูกศรแหลมคมลอยมาจากด้านทิศตะวันออกเจาะทะลุร่างกายของเสด็จพี่ทันที
เด็กหญิงได้แต่ตกตะลึง ในทันทีทันใดนั้นจึงได้สติขึ้นมา ตะโกนเรียกร้องด้วยเสียงที่บีบคั้นหัวใจ “ท่านพี่…!”
……
กูเฟยเยี่ยนเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนด้วยความรุนแรง ใบหน้าขาวซีดเผือด หัวใจเต้นถี่รัว นางยื่นมือไปสัมผัสจึงพบว่าน้ำตาตัวเองไหลอีกเช่นเคย
สิบปีแล้ว นางมักจะฝันถึงเด็กผู้หญิงคนนั้น ถึงแม้ว่าทุกครั้งทุกคราผู้ที่อุ้มเด็กผู้หญิงจะแตกต่างกัน ทว่าสิ่งที่เหมือนกันคือการต่อสู้เพื่อหนีเอาชีวิตรอด
กูเฟยเยี่ยนไม่รู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นคือผู้ใด ยิ่งไม่รู้ว่าเหตุใดมักจะฝันถึงนางอยู่เสมอ
“ต้าฉิน? ปิงไห่? เสด็จพ่อ…… ท่านพี่ กู้หนานเฉิน? ” นางพึมพำกับตนเอง รู้สึกถึงความคุ้นเคยกับคำเหล่านี้เป็นอย่างยิ่ง
นางพยายามที่จะหวนนึกถึงความทรงจำ ศีรษะก็บังเกิดอาการปวดขึ้นมาอย่างรุนแรง ทุกสิ่งทุกอย่างในความฝันเปรียบเสมือนกระแสน้ำที่โหมซัด ทั้งศีรษะเต็มไปด้วยความหนักอึ้งราวกับว่าต้องการดึงให้นางจมดิ่งลงใต้น้ำ
กูเฟยเยี่ยนทนไม่ไหว สองมือกุมศีรษะแน่นหนา เปล่งเสียงร้องออกมาเสียงดัง
“เจ้าคือผู้ใดกันแน่?”
“พวกเขาเป็นใคร?”
“แล้วข้าคือใคร?”
……
เป็นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา กูเฟยเยี่ยนมิอาจจดจำสิ่งใดได้เลย ท้ายที่สุดก็เจ็บปวดจนหมดสติไป ครั้งหนึ่งในความฝัน ครั้งหนึ่งในความทรงจำ ครั้งหนึ่งกับความเจ็บปวด โชคดีที่นางไม่ได้หลงลืมความฝันและยังคงจดจำชื่อเหล่านั้นได้
ในช่วงเวลาบ่าย กูเฟยเยี่ยนตื่นขึ้นมา
นางเดินออกจากห้องพบว่าทั้งภูเขาเต็มไปด้วยทุ่งสมุนไพร แสงแดดอันอบอุ่นส่องกระทบภูเขา ภายในอากาศล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจรุงใจของสมุนไพร ป่าเขาแห่งนี้มีชื่อว่าแดนสวรรค์ปิงไห่ ตัดขาดจากโลกภายนอก อุดมสมบูรณ์ไปด้วยยาสมุนไพรมากมาย
กูเฟยเยี่ยนเรียนแพทย์อยู่ที่นี่มาตั้งแต่ตอนที่อายุแปดปี นางอาศัยอยู่กับอาจารย์บนยอดเขา นางเป็นใครมาจากที่ไหนนางล้วนลืมเลือนไปหมดสิ้นแล้ว
ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในทุ่งสมุนไพรราวกับภาพความฝัน จากแดนไกลมาใกล้ จู่ๆ ก็มาถึงด้านหน้าของนาง ผู้ที่มาเยือนไม่ใช่คนอื่นคนไกล ท่านคืออาจารย์ของนางเอง
ท่านแต่งกายด้วยอาภรณ์สีขาว ร่างกายสูงโปร่ง รูปงาม น่าเคารพนับถือเหมือนเทพเจ้า ท่านดูอายุไม่มาก แต่ความเหนื่อยหน่ายสามส่วน ความเกียจคร้านเจ็ดส่วนในดวงตาเปรียบเสมือนกับผู้ที่มีชีวิตอยู่มาแล้วนับพันปี
กูเฟยเยี่ยนไม่ทราบนามของท่านผู้นี้ ด้วยเพราะท่านชื่นชอบสวมใส่อาภรณ์สีขาว นางจึงเรียกท่านว่าอาจารย์อาภรณ์ขาว
อาจารย์อาภรณ์ขาวจดจ้องมองไปที่นาง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “ลมบูรพาพัดพานกนางแอ่นมา วสันตฤดูหวนกลับคืน เสี่ยวเยี่ยนเอ๋อร์ของข้าอายุเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปีแล้ว”
กูเฟยเยี่ยนไม่ได้พูดถึงเรื่องราวของฝันร้าย ในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้ ทุกครั้งที่นางฝันก็มักจะเล่าให้ท่านอาจารย์ฟังอยู่เสมอ ท่านอาจารย์กล่าวว่าหูของท่านได้ฟังจนเบื่อหน่ายเต็มทีแล้ว เขาไม่สามารถตอบคำถามของนางได้ ท่านอาจารย์ยังกล่าวอีกด้วยว่า ฝันร้ายนั้นไม่อาจเอ่ยออกมาได้ เมื่อเอ่ยออกมาแล้วจะกลายเป็นจริง หลังจากนั้นนางจึงไม่เอ่ยถึงอีกเลย
“ท่านอาจารย์ ในปีนี้ท่านจะมอบสิ่งใดให้เยี่ยนเอ๋อร์เจ้าคะ?”
กูเฟยเยี่ยนที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวังยื่นมือออกไป นัยน์ตาสีดำทมิฬคู่นั้นเปล่งประกายไปด้วยร่องรอยยินดี คลับคล้ายประกายทอแสงของดวงดารา
วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบสิบแปดปีของนาง และยังเป็นปีที่สิบที่นางได้มาอาศัยอยู่ ณ ทุ่งสมุนไพรแดนสวรรค์ปิงไห่ ท่านอาจารย์กล่าวไว้ นางดูคล้ายกับนกนางแอ่นที่กำพร้าโดดเดี่ยว เขาจึงตั้งชื่อให้นางว่า “กูเฟยเยี่ยน” กำหนดวันคล้ายวันเกิดในช่วงที่นกนางแอ่นหวนคืน นั่นก็คือวสันตฤดู
ท่านอาจารย์อาภรณ์ขาวยกมือขึ้นมาอย่างสง่างาม บนอากาศก็ปรากฏหม้อภาชนะขนาดเล็ก เขายิ้มบางให้นางก่อนกล่าวว่า “เสี่ยวเยี่ยนเอ๋อร์ เจ้าเติบใหญ่แล้ว ภาชนะปรุงยาหวางเป่าติง [1] ชิ้นนี้มอบให้แก่เจ้า”
หวางเป่าติงภายในมีอัคคีเทพ สามารถปรุงยาได้หลายพันชนิด ภายในภาชนะซ่อนช่องว่างเอาไว้ สามารถบุกเบิกทุ่งสมุนไพรได้อีกหลายร้อยพันหมู่ [2]
นี่เรียกได้ว่าเป็นสมบัติอันล้ำค่าของท่านอาจารย์!
กูเฟยเยี่ยนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ช้าก็ตื่นเต้นจนนัยน์ตาทั้งสองข้างเปล่งประกายทอแสงวาววบ นางรีบคว้าภาชนะปรุงยามาหลบซ่อนไว้ด้านหลัง กล่าวขึ้นมาอย่างจริงจังว่า “มอบให้แล้วมอบให้เลยนะเจ้าคะ ไม่เสียใจในภายหลังนะเจ้าคะ! ”
อาจารย์อาภรณ์ขาวหัวเราะขึ้นมา เกิดจากความจำใจสามส่วน ตามใจเจ็ดส่วน ท่านลูบผมหน้าม้าของกูเฟยเยี่ยนอย่างแผ่วเบาจากนั้นก็ย้อนถามว่า “เด็กน้อย สำหรับเจ้าแล้วอาจารย์เคยเสียใจภายหลังด้วยหรือ? ”
กูเฟยเยี่ยนรู้สึกว่าคำพูดของท่านอาจารย์มีบางสิ่งบางอย่างที่ให้ความรู้สึกแปลกประหลาด แต่นางก็ไม่ได้คิดอะไรมาก กัดที่ปลายนิ้วตนเองเพื่อใช้เลือดในการทำพันธสัญญากับหวางเป่าติงอย่างมีความสุข ในช่วงเวลานี้ ท่านอาจารย์อาศัยจังหวะที่นางไม่ได้คาดคิดมาก่อนผลักนางจากด้านหลังตกลงไปในเหวลึกทันที
“อ๊า…”
กูเฟยเยี่ยนตกลงไป โชคดีที่นางคว้ากิ่งไม้เอาไว้ได้ นางตื่นตระหนกตกใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ตะโกนร้องเสียงดัง “ท่านอาจารย์ ท่านทำอะไร? ท่านอาจารย์…”
น้ำเสียงอันไพเราะของท่านอาจารย์อาภรณ์ขาวปรากฏถึงความอาลัยอาวรณ์ทว่าท่าทางยังคงสงบนิ่งดั่งเคย “เยี่ยนเอ๋อร์ เจ้าจำเป็นต้องไปยังดินแดนเสวียนคง สักวันเจ้าจะเข้าใจเอง! ”
กูเฟยเยี่ยนจึงตระหนักได้ทันทีว่าท่านอาจารย์ไม่ได้หยอกล้อนางเล่น นางตกใจจนร้องออกมาเสียงดัง “ข้าไม่เข้าใจว่าท่านพูดถึงสิ่งใด ท่านอาจารย์ ช่วยข้าขึ้นไป ช่วยข้า……”
เสียงที่ตอบสนองต่อนางหาใช่เสียงของท่านอาจารย์อาภรณ์ขาวไม่ แต่เป็นเสียงของกิ่งไม้ที่หักดังเปราะ
“อ๊า… ท่านอาจารย์คนเลว ท่านจักต้องเสียใจในภายหลัง! ท่านจักต้องเสียใจในภายหลังอย่างแน่นอน…….”
กูเฟยเยี่ยนตกลงไปในแนวดิ่งอย่างรวดเร็วประหนึ่งว่านางตกลงไปในเหวลึกที่ไร้จุดหมายปลายทาง ความรู้สึกแบบนั้นไม่เหมือนกับร่างกายที่ตกลงไปแต่กลับเหมือนวิญญาณของนางที่กำลังร่วงหล่นลงไป…
--------------------------------
เชิงอรรถ
[1] หวางเป่าติง ภาชนะปรุงยาสมุนไพรสมัยโบราณ สามารถปรุงยารักษาได้หลากหลายชนิด
[2] หมู่ หน่วยการนับพื้นที่ของจีน มีค่าเท่ากับ เอเคอร์ 1 หมู่ = 666.6667 ตารางเมตร
----------------------
พลาดไม่ได้! อ่าน ‘ยอดหมอหญิงเทพโอสถ’
และนิยายจาก Jinovel ทั้งหมด ทุกเรื่อง ทุกตอน ไม่จำกัด
เพียง 99 บาท/ เดือน คลิกเลย > https://bit.ly/3tZnsSu
.
หากคุณท่านชอบนิยายเรื่องนี้ สามารถกดติดตาม
เพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ๆได้ที่นี่เลยค่า~ >/\<
> จิ้มตรงนี้เพื่อติดตาม <
.
ขอแนะนำนิยายสนุกๆ คัดสรรค์มาเพื่อคุณท่านโดยเฉพาะ
อยากอ่านเรื่องไหน จิ้มได้เลย <3
ปล้นสะดมยารักษา ชายผู้สวมหน้ากาก
ดินแดนเสวียนคง อาณาจักรเทียนเหยียน
กูเฟยเยี่ยนตื่นขึ้นมาบนรถม้าพบว่าบนมือโอบอุ้มหวังเป่าติงขนาดเล็กเอาไว้ นี่คือหวังเป่าติงของท่านอาจารย์ ไม่ช้าความทรงจำมากมายที่ไม่คุ้นเคยก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองของนาง
นางยังไม่ตาย นางนึกไม่ถึงเลยว่าจะได้มาเกิดใหม่ใน “ดินแดนเสวียนคง” ตามที่ท่านอาจารย์กล่าวไว้!
วิญญาณของกูเฟยเยี่ยนได้มาเกิดใหม่ในร่างของคุณหนูคนโตตระกูลกูแห่งเมืองจิ้นหยาง ณ อาณาจักรเทียนเหยียน เจ้าของร่างเดิมรูปร่างหน้าตาเหมือนกับนางทุกประการ อีกทั้งนามของนางยังเป็นกูเฟยเยี่ยนเหมือนกันอีกด้วย ช่างเป็นเรื่องบังเอิญนักที่เจ้าของร่างเดิมได้รับการช่วยเหลือจากการจมน้ำตอนอายุแปดปี สลบไสลไม่ได้สติหนึ่งปี เมื่อฟื้นขึ้นมาก็สูญเสียความทรงจำเหมือนกับนางที่ไม่มีความทรงจำในวัยเด็ก
ตระกูลกูเดิมทีเป็นครอบครัวตระกูลขุนนาง แต่ต่อมาครอบครัวตกต่ำไม่ร่ำรวยเฉกเช่นในอดีต เจ้าของร่างเดิมไม่มีทางเลือกอื่นจึงจำใจต้องเข้าวังหลวงไปเป็นบ่าวยาในสำนักหมอหลวง เมื่อไม่กี่วันก่อนได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้กลายมาเป็นแพทย์หญิง
ในค่ำคืนนี้เจ้าของร่างเดิมนางได้รับคำสั่งให้ไปค่ายทหารเขตแดนบูรพาชานเมืองของเมืองหลวงเพื่อส่งมอบโอสถและปรุงยารักษาให้แก่ท่านแม่ทัพเฉิง อย่างช้าที่สุดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น นางจำเป็นที่จะต้องมาถึงค่ายทหาร มิฉะนั้นแล้วชีวิตน้อยๆ ของนางก็คงจะสูญสิ้น
“ดินแดนเสวียนคง ตระกูลกู แพทย์หญิง? ” กูเฟยเยี่ยนโอบกอดหวางเป่าติงใบเล็กจมลึกอยู่กับการครุ่นคิดอย่างหนัก
เพราะเหตุใดนางจึงได้มาเกิดใหม่?
เป็นเพราะพลังอำนาจของท่านอาจารย์อาภรณ์ขาว หรือเป็นเพราะ “ดินแดนเสวียนคง” กับ “แดนสวรรค์ปิงไห่” ระหว่างสองโลกมีช่องทางพิเศษเชื่อมต่อกัน?
นางยังสามารถกลับไปยังแดนสวรรค์ปิงไห่ได้หรือไม่? ในดินแดนเสวียนคงจะมีผู้ที่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับแดนสวรรค์ปิงไห่ใช่หรือไม่? ท่านอาจารย์ ตกลงท่านต้องการให้นางมายังดินแดนที่ไม่คุ้นเคยนี้เพื่อทำอะไรกันแน่?
กูเฟยเยี่ยนครุ่นคิดจนสมองแทบระเบิดก็คิดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น นางขี้เกียจที่จะคิดแล้ว ตราบใดที่นางยังมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นก็อยู่อย่างมีความสุขก่อนเถิด!
กูเฟยเยี่ยนไม่รู้ว่าเหตุใดเจ้าของร่างเดิมจึงได้เสียชีวิตในรถม้า ขบวนรถม้าและทหารคุ้มกันไม่มีสิ่งใดผิดปกติ นางจึงวางใจลงและใช้ญาณสมาธิเพ่งมองเข้าไปในหวางเป่าติง หวางเป่าติงนี้ถูกท่านอาจารย์บำเพ็ญญาณจนมันพัฒนาไปถึงขั้นบรรลุเขตแดนระดับสูงสุดแล้ว เพียงแต่พันธสัญญาเมื่อมาถึงมือนางแล้วทุกอย่างล้วนต้องเริ่มต้นใหม่
กูเฟยเยี่ยนตรวจสอบจึงพบว่าท่านอาจารย์ยังคงมีจิตเมตตาอยู่บ้าง ภายในทุ่งสมุนไพรยังคงหลงเหลือพืชสมุนไพรที่นางมักจะใช้อยู่เล็กน้อย นางจึงทดลองใช้คาถาอัคคีเทพพบว่าพรสวรรค์ของตนเองนั้นไม่เลวเลย ครั้งแรกก็สามารถเรียกอัคคีเทพระดับสามออกมาได้
กูเฟยเยี่ยนที่กำลังดีใจจู่ๆ ก็พบว่ารถม้าได้หยุดตัวลง ได้ยินเสียงทหารคุ้มกันด้านนอกตะโกนร้อง “มีนักฆ่า! ทุกคนโปรดระวัง!”
นักฆ่า?
ลอบสังหารแพทย์หญิงตัวน้อยหนึ่งราย? ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย!
กูเฟยเยี่ยนลอบยกม่านขึ้นเพื่อต้องการมองออกไปยังด้านนอก ทว่ากลับพบดาบคมเล่มหนึ่งพุ่งจู่โจมมาที่นาง นางตกใจจนรีบกระเถิบถอยไปด้านหลัง ดาบคมเล่มนั้นปักเข้าที่พื้นที่ด้านข้างของนาง เฉียดไปนิดเดียวก็จะปักเข้าที่นางแล้ว หญิงสาวตกใจเหงื่อซึมไปทั้งตัว ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเคลื่อนไหว เมื่อดาบคมถูกเรียกกลับไปนางจึงฉกฉวยโอกาสตัดสินใจอย่างฉับพลัน หยิบถุงยาสมุนไพรข้างกายเก็บไว้ในช่องว่างของหวางเป่าติงจากนั้นก็กระโดดลงจากทางหน้าต่าง!
ในยามนั้นนางพลันเห็นถึงสถานการณ์อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
คนขับรถม้าเสียชีวิต ทหารคุ้มกันที่เดินทางมาด้วยหกนายกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับนักฆ่าหนึ่งคน นักฆ่าสวมใส่ชุดจิ้นจวง [1] สีดำทั้งตัว หน้ากากสีเงิน ลักษณะคล้ายกับจอมยุทธ์ผู้ชำนาญศิลปะการต่อสู้เป็นอย่างมากแม้ว่าสู้กันหนึ่งต่อหกก็ไม่เห็นถึงความสิ้นเปลืองเรี่ยวแรง
เจตนาร้าย!
กูเฟยเยี่ยนไม่แม้แต่จะกล้าลุกขึ้นยืน นางแอบกลิ้งไปตามแถบต้นหญ้าที่เจริญงอกงามดีโดยต้องการที่จะหลบหนีแบบไร้เสียง
ใครจะไปคาดคิดนักฆ่าที่สวมใส่หน้ากากสังเกตนางมาสักพักแล้ว เมื่อกำจัดทหารคุ้มกันเรียบร้อย นักฆ่าที่สวมใส่หน้ากากก็พลิกตัวทะยานมาตรงหน้านางไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียวก็ยกดาบขึ้นประชิดตัว
“เดี๋ยวก่อน!”
วิกฤตอันตรายอย่างใหญ่หลวง กูเฟยเยี่ยนหลับตาร้องตะโกน “ยารักษาของท่านแม่ทัพมิใช่ข้าที่เป็นผู้ส่งของ!”
เมื่อเอ่ยจบกูเฟยเยี่ยนรู้สึกถึงลมดาบหยุดอยู่หน้านางอย่างรุนแรง นางลอบถอนหายใจออกมา ดีใจที่ตนเองคาดเดาถูกต้อง
ดูจากความชำนาญด้านศิลปะการต่อสู้ของนักฆ่าผู้นี้ เบื้องหลังย่อมไม่ธรรมดาเป็นแน่ อยู่ดีๆ เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมาลอบสังหารนางที่เป็นเพียงแพทย์หญิงตัวเล็กๆ ดังนั้นแล้วเขาน่าจะมาปล้นสะดมยารักษา คนในห้องยาสำนักหมอหลวงกำชับชัดเจน ก่อนรุ่งอรุณจำเป็นต้องส่งมอบยารักษาไปที่ค่ายทหาร มิฉะนั้นแล้วอาการของท่านแม่ทัพเฉิงจะเข้าขั้นอันตราย
กูเฟยเยี่ยนกำลังที่จะลืมตาขึ้น นักฆ่าที่สวมหน้ากากกลับนำดาบคมมาจ่อที่คอของนาง สัมผัสเย็นเฉียบให้ความรู้สึกสั่นสะท้าน อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับคมดาบแล้วน้ำเสียงของนักฆ่าเย็นยะเยือกยิ่งกว่า
เขาเอ่ยขึ้น “ยาอยู่ที่ใด? ”
“อยู่ อยู่……”
กูเฟยเยี่ยนระมัดระวังเป็นอย่างมากที่จะลืมตา นางพบว่านักฆ่าสวมใส่หน้ากากแต่งตัวด้วยชุดที่ใช้พรางตัวยามราตรี รูปร่างสูงโปร่ง หน้ากากสีเงินปกคลุมใบหน้าส่วนใหญ่ของเขาเผยให้เห็นเพียงแค่ปากและดวงตา หยิ่งผยองโอหัง กระแสนัยน์ตาเย็นชามีความดึงดูด
เพียงแค่ปากหนึ่งปาก ดวงตาหนึ่งคู่ กลับให้ความรู้สึกดีจนจิตใจเบิกบาน มองจากไกลๆ ความโอหังและถือดีที่มิอาจดูถูกสบประมาท สวรรค์รู้ซึ้งภายใต้หน้ากากนั้นรูปงามหล่อเหลาน่าประหลาดใจปานใด
เมื่อสบตากับเขา กูเฟยเยี่ยนตกตะลึงชั่วขณะ นางเคยเห็นแค่แสงจากนัยน์ตาของท่านอาจารย์ที่ให้ความรู้สึกที่พุ่งตรงเข้าสู่จิตใจ ทว่าชายผู้นี้กลับมีเช่นกัน
——————————————
เชิงอรรถ
[1] ชุดจิ้นจวง ชุดจีนโบราณที่เน้นความคล่องตัว
----------------------
พลาดไม่ได้! อ่าน ‘ยอดหมอหญิงเทพโอสถ’
และนิยายจาก Jinovel ทั้งหมด ทุกเรื่อง ทุกตอน ไม่จำกัด
เพียง 99 บาท/ เดือน คลิกเลย > https://bit.ly/3tZnsSu
.
หากคุณท่านชอบนิยายเรื่องนี้ สามารถกดติดตาม
เพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ๆได้ที่นี่เลยค่า~ >/\<
> จิ้มตรงนี้เพื่อติดตาม <
.
ขอแนะนำนิยายสนุกๆ คัดสรรค์มาเพื่อคุณท่านโดยเฉพาะ
อยากอ่านเรื่องไหน จิ้มได้เลย <3
จิ้งหวาง จวินจิ่วเฉิน
ชายสวมหน้ากากใช้พลังเปลี่ยนแปลงเสียง น้ำเสียงฟังดูไม่คลับคล้ายของจริงแต่กลับให้ความรู้สึกเยือกเย็นสั่นสะท้าน
เขาเอื้อนเอ่ย “ยาอยู่ที่ใด? ”
“อยู่…”
“อยู่ที่นี่! ”
กูเฟยเยี่ยนถอยหลังสองก้าวโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้นจึงนำหวางเป่าติงขนาดเล็กออกมา ภาชนะปรุงยาหวางเป่าติงนั้นมีสีทองแดงสัมฤทธิ์และมีสามขา บนผิวเตาสลักลวดลายเมฆาดูลึกลับโบราณและเรียบง่าย สูงเพียงสามนิ้ว ช่างเล็กกะทัดรัด ผู้ที่ไม่รู้คงคาดคิดว่าเป็นเพียงจี้ห้อย
ชายสวมหน้ากากขมวดคิ้วเป็นปม ทันใดนั้นหวางเป่าติงก็เกิดควันพวยพุ่งขึ้น ผ่านไปสักครู่ก็เกิดกลิ่นหอมแปลกประหลาด ชายสวมหน้ากากรีบกลั้นลมหายใจพร้อมก้าวถอยหลังทันทีทว่ายังคงเกิดความรู้สึกเวียนหัว
กูเฟยเยี่ยนเชิดหน้าใส่เขา “ตัวข้ามิใช่อย่างร่างเดิมที่ขี้ขลาดตาขาว ไม่ง่ายที่จะมารังแกข้า! ”
นางหันหลังวิ่ง เพียงแต่ชายสวมหน้ากากกลับไม่นำพากลิ่นหอมประหลาด จู่ๆ ก็เข้าประชิดตัวนางจากด้านหลังกดไปที่ต้นคอผลักนางชิดลำต้นไม้ทันที
กูเฟยเยี่ยนพยายามขัดขืน เขาจึงโยนดาบยาวทิ้ง ก่อนจะคว้าจับเข้าที่ข้อมือของนางตรึงไว้ด้านหลัง จากนั้นจับหวางเป่าติงโยนห่างออกไปให้ไกล
กูเฟยเยี่ยนไม่อาจขยับเขยื้อนได้ รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ความเก่งกาจด้านการต้านพิษของชายผู้นี้แกร่งกล้าเกินไปแล้ว
หากเปลี่ยนเป็นคนธรรมดาสูดดมกลิ่นหอมเข้าไปขนาดนี้แล้วต่อให้ไม่สลบก็ต้องไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
“ส่งมอบยาแก้พิษมา แล้วบอกข้ามาว่ายาของแม่ทัพเฉิงอยู่ที่ใด ข้าจะไม่ให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งที่สอง! ”
น้ำเสียงของชายสวมหน้ากากเย็นยะเยือก เขาปล่อยมือออกหนึ่งข้างจากนั้นวกกลับมาด้านหน้าคว้าเข้าที่คอของนาง ในครานี้ใช้เรี่ยวแรงเยอะมากขนาดที่ว่าหากไม่ระวังคงสามารถทำให้กูเฟยเยี่ยนหมดลมหายใจได้
กูเฟยเยี่ยนหายใจอย่างยากลำบาก ใบหน้าขึ้นสีแดงบ่งบอกถึงความทรมานเป็นอย่างยิ่ง ทว่านางไม่ได้ประนีประนอมยอมกันง่ายๆ แม้ว่าจะยากลำบากในการเปล่งเสียง แต่คำพูดของนางล้วนชัดเจนทุกคำ
นางกล่าว “พี่ชาย หากข้ามอบยาแก้พิษแล้วท่านจะปล่อยข้าหรือไม่? แค่กๆ ท่านคิดดีๆ หากข้าตายแล้ว… ก็ไม่มีผู้ใดสามารถมอบยาแก้พิษแก่ท่านได้”
นางมิใช่ผู้ที่อ่อนแอโง่เขลาอย่างร่างเดิม เหตุผลฆ่าคนเพื่อปิดปากข้อนี้ นางเข้าใจดี
ไม่ว่าอย่างไรนั่นคือชีวิต นางยอมเดิมพันดูว่ายาของนางจะออกฤทธิ์เร็วหรือมือของชายผู้นี้จะเร็วกว่ากัน?
การพูดข่มขู่กับกูเฟยเยี่ยนไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ชายสวมหน้ากากก็มิได้ด้อยไปกว่ากัน เขาไม่พูดจาอีกเป็นครั้งที่สอง ออกแรงเพิ่มมากขึ้นเพื่อกำจัดกูเฟยเยี่ยน กูเฟยเยี่ยนเงยหน้าทรมานจนอ้าปากออกอย่างไม่รู้ตัว ริมฝีปากม่วงคล้ำ ร่างกายสั่นไหว ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้มือของชายผู้นี้กลับคลายลงอย่างทันที ไม่ต้องสงสัย พิษออกฤทธิ์แล้ว
ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่กูเฟยเยี่ยนรอคอย
นางดิ้นรนทันที ชายผู้นี้ยังคงคิดจะจับกุมนางทว่าเรี่ยวแรงไม่อาจสู้จิตใจได้ ทั้งสองต่อสู้กันอย่างชุลมุน แผ่นหลังของกูเฟยเยี่ยนกระแทกไปด้านหลังอย่างรุนแรง ชายผู้นั้นก็ยืนขึ้นด้วยความไม่มั่นคงหงายหลังลงกับพื้นเช่นกัน ทว่ามือของเขาคว้าเข้าที่ชายเสื้อผ้าของกูเฟยเยี่ยน และใช้แรงดึงนางให้ล้มตามลงมาไปด้วย
“พลั่ก! "
กูเฟยเยี่ยนล้มลงไปบนร่างของชายหนุ่ม เจ็บปวดที่แผ่นหลังเสมือนมันจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ นางได้แต่ลอบว่าคิดร่างกายชายผู้นี้ไม่แข็งกระด้างเกินไปหน่อยหรือ?
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเป็นปมรู้สึกถึงกล้ามเนื้อหน้าอกเหมือนจะโดนกระแทก ในใจครุ่นคิดหญิงนางนี้น่าจะผอมเกินไปแล้ว ทั้งร่างเต็มไปด้วยกระดูก!
“คนระยำ”
กูเฟยเยี่ยนดิ้นรนที่จะลุกขึ้นทว่าชายหนุ่มไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากที่ไหนพลิกตัวขึ้นกดนางให้จมอยู่ใต้ร่างทันที
กูเฟยเยี่ยนไม่เคยถูกบุรุษรังแกเช่นนี้มาก่อน นางตกตะลึงไปชั่วขณะ มือคู่นั้นของชายหนุ่มกดลงที่ข้อมือของนางอย่างกับต้องการกดนางให้ตาย กว่ากูเฟยเยี่ยนจะได้สติกลับคืนมาก็สายไปเสียแล้ว
“อันธพาล! ไปให้พ้น มิฉะนั้นแล้วข้าจะไม่เกรงใจแล้วนะ!”
“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ได้ยินไหม ไอ้อันธพาล ไปให้พ้น! ”
……
เป็นเพราะความสูงที่แตกต่างกันมากส่งผลให้กูเฟยเยี่ยนเสียเปรียบเป็นอย่างยิ่ง แม้ชายหนุ่มจะไร้เรี่ยวแรงแต่ท่วงท่านี้ก็สามารถกดทับนางให้ตายได้
นัยน์ตาสีดำลึกซึ้งดึงดูดให้ความรู้สึกเย็นสะท้านของชายหนุ่มจ้องมองมาที่นาง ไร้ซึ่งคำพูด เขากำลังลอบคาดการณ์ถึงเวลาที่กองกำลังเสริมจะมาถึง
กูเฟยเยี่ยนไม่อาจดิ้นรนได้จึงหยุดแล้วเอ่ยถาม “ข้าจะถามเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าจะปล่อยไม่ปล่อย?”
ชายหนุ่มไม่พูดไม่จาเช่นเคย แววตาของกูเฟยเยี่ยนทอแสงเย็น ไม่ทันได้คาดคิด จู่ๆ นางก็เงยหน้าหวังจะกัดไปที่หน้ากากของชายหนุ่ม
ชายหนุ่มรีบหลบหลีกส่งผลให้กูเฟยเยี่ยนเดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง นางจ้องเขม็งไปที่เขาอย่างเคืองแค้น
ในระยะประชิดเช่นนี้สายตาทั้งคู่สบประสาน และดูเหมือนจะค่อยๆ ไม่เป็นตัวของตัวเองนัก ชายหนุ่มเป็นผู้หันหน้าหนีหลบหลีกสายตาของหญิงสาว
“สารเลว!”
กูเฟยเยี่ยนหันศีรษะไปอีกทางและไม่มองไปที่เขาอีก
ใครจะไปคาดคิดว่าชายผู้นี้จะซบศีรษะมาที่ไหล่นาง ทั้งร่างกายค่อยๆ ทับลงมาที่ตัวของหญิงสาว ในขณะนั้นลมหายใจของเขาก็ล้อมรอบอยู่ตามตัวนางให้ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความลึกลับอันตราย ทว่ากลับให้ความรู้สึกอบอุ่น
กูเฟยเยี่ยนตกตะลึงอีกครา ครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดกับบุรุษ นางสามารถรับรู้ถึงเขาได้อย่างชัดเจน ได้กลิ่นแปลกพิเศษจากร่างกายเขา หอมกลิ่นเลิศล้ำคาดการณ์ไม่ได้ นี่ไม่ใช่กลิ่นหอมธรรมดาแต่เป็นกลิ่นหอมจากไม้กฤษณาที่พบเจอได้ยากและมีความล้ำค่า
อย่างไม่ต้องสงสัย พิษในร่างของชายหนุ่มออกฤทธิ์แล้ว เรี่ยวแรงเริ่มหดหาย
กูเฟยเยี่ยนเดิมทีควรดีใจทว่าในใจกลับมีความรู้สึกลนลาน ตนเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จวบจนนางออกแรงผลักเขาออกจากร่าง เสียงตึกตักๆ ของหัวใจจึงค่อยสงบลง นางลุกขึ้นมาเตะไปที่เขาครั้งหนึ่ง “อันธพาล ใครใช้ให้เจ้ารังแกผู้อื่นเช่นนี้! ข้าอยากรู้นักว่าตัวตนที่แท้จริงของเจ้าเป็นผู้ใด! ”
นางยื่นมือไปเตรียมถอดหน้ากาก แต่ชายหนุ่มกลับลืมตาขึ้นโพล่ง แสงจากนัยน์ตาเย็นยะเยือกอีกทั้งทั่วทั้งร่างกายแผ่กระจายรังสีอันตรายออกมาราวกับว่าไม่ได้ถูกพิษ เขาดูคล้ายกับเลี่ยเป้า [1] ตัวหนึ่งที่รอคอยโอกาส ซึ่งนางก็คือเหยื่อตัวนั้นที่โดนเพ่งมอง
กูเฟยเยี่ยนตกตะลึงไม่กล้าลองเสี่ยง “เหอะ ตัวข้ารีบร้อนและจะไม่ยอมเสียเวลาไปกับเจ้าอีกแล้ว เจ้ารอคอยเป็นอาหารของหมาป่าอยู่ที่นี่เถอะ! ”
นางรีบลุกขึ้นยืนไม่ลืมที่จะเตะเขาสักครั้งก่อนหลบหนีไป
ใกล้จะสว่างแล้วนางจำเป็นต้องไปถึงค่ายทหารให้เร็วที่สุด หากเป็นเพราะนางล่าช้าส่งผลให้รักษาชีวิตท่านแม่ทัพเฉิงไม่ได้ ชีวิตของนางก็คงจบสิ้นแล้ว
กูเฟยเยี่ยนจากมาไม่นานทหารคุ้มกันผู้หนึ่งก็มาถึง
เมื่อพบว่าชายผู้นั้นสลบอยู่บนพื้นองครักษ์รีบร้อนไปประคองตัวขึ้น “เตี้ยนเซี่ย จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ย เกิดเหตุใดขึ้นกับท่าน? ”
ชายผู้นี้หาใช่จอมยุทธ์ ทว่าเป็นราชวงศ์ตระกูลจวินแห่งอาณาจักรเทียนเหยียนที่มีการดำรงอยู่อย่างพิเศษ เป็นเพียงหวางเย่ [2] กลับสูงส่งเทียบเท่าองค์รัชทายาท จิ้งหวาง จวินจิ่วเฉิน
เขาได้รับรายงานด่วน ใบสั่งยามีข้อผิดพลาด มีคนต้องการฉวยโอกาสสังหารแม่ทัพเฉิง ดังนั้นตนเองจึงรีบมาปล้นสะดมยา ใครจะไปคาดคิดว่าจะพบเจอกูเฟยเยี่ยนหญิงสาวผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ผู้นี้
——————————
เชิงอรรถ
[1] เลี่ยเป้า หมายถึง เสือชีต้าร์
[2] หวางเย่ หมายถึง องค์ชาย
----------------------
พลาดไม่ได้! อ่าน ‘ยอดหมอหญิงเทพโอสถ’
และนิยายจาก Jinovel ทั้งหมด ทุกเรื่อง ทุกตอน ไม่จำกัด
เพียง 99 บาท/ เดือน คลิกเลย > https://bit.ly/3tZnsSu
.
หากคุณท่านชอบนิยายเรื่องนี้ สามารถกดติดตาม
เพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ๆได้ที่นี่เลยค่า~ >/\<
> จิ้มตรงนี้เพื่อติดตาม <
.
ขอแนะนำนิยายสนุกๆ คัดสรรค์มาเพื่อคุณท่านโดยเฉพาะ
อยากอ่านเรื่องไหน จิ้มได้เลย <3