โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุทาหรณ์! อินฟลูฯผ่าไส้ติ่ง แต่เคลมประกันไม่ได้ อ้างต้องรอประวัติ เป็นหนี้เกือบ 2 แสน

Khaosod

อัพเดต 21 ต.ค. 2566 เวลา 08.51 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2566 เวลา 08.51 น.

อุทาหรณ์! อินฟลูฯแชร์ประสบการณ์ ผ่าไส้ติ่ง แต่เคลมประกันไม่ได้ อ้างต้องรอประวัติการรักษาจากรพ.ทั้งหมด เป็นหนี้เกือบ 2 แสน

โลกออนไลน์กำลังถกเถียงกันสนั่นหลังกะทิ หิ้วหวี หรือที่ใครหลายคนรู้จักจาก Miss Keemao 2023 (มิสขี้เมา) ออกมารีวิวบริษัทประกันแห่งหนึ่งและแชร์อุทาหรณ์ผ่าไส้ติ่ง แต่เคลมประกันไม่ได้ จนตัวเองต้องเป็นหนี้

กะทิแชร์คลิปวิดีโอผ่านทางติ๊กต็อกว่าเธอป่วยเป็นไส้ติ่ง มีอาการบวม ถ้าปล่อยไส้ติ่งไว้นานจะอักเสบกว่านี้จึงไปรักษาและทำการผ่าตัด ซึ่งที่ผ่านมา ตนซื้อประกันของบริษัทหนึ่งมา 7 เดือน เบี้ยประกันอยู่ที่ 6 ล้านบาท จ่ายเบี้ยประกันปีละประมาณ 36,000-37,000 บาท

ที่ผ่านมากระทิได้ส่งผลตรวจสุขภาพล่าสุดไปเพราะเธอได้ทำหน้าอกและดูดไขมันมาจึงส่งให้ทางประกันไปว่า ตนเองปกติ ไม่ได้เป็นโรคอะไร ซึ่งทางประกันก็อนุมัติ

ภาพจาก gangkati

ก่อนหน้านี้ในวันที่ 3 กันยายน 2566 กะทิมีอาการเท้าบวมซึ่งแพทย์ก็ระบุว่า เป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่ใช้เท้าบ่อยและใส่ส้นสูงทั้งวัน ทางกะทิก็ส่งบัตรประกันไปและสำรองจ่ายเงินตามปกติ ซึ่งค่ารักษาครั้งนั้นประมาณ 2,000 บาท

ล่าสุด กะทิมีป่วยเป็นไส้ติ่ง เมื่อถามตัวแทนประกันก็บอกว่าไม่ต้องสำรองจ่าย สามารถเข้าแอดมิดได้เพราะการเป็นไส้ติ่ง ไม่ใช่โรคติดต่อ การเป็นไส้ติ่งคล้ายกับอุบัติเหตุที่อยู่ ๆ ก็เป็นได้ "มันจะเป็นตอนไหนก็ไม่รู้ ไส้ติ่งจึงจำเป็นต้องผ่าเลย เพราะอันตรายมาก ไส้ติ่งแตกอาจเสียชีวิตได้"

หลังจากที่เธอรักษาตัวเสร็จ ทางบริษัทประกันส่งข้อความมาโดยระบุว่า “ทั้งนี้การอนุมัติสินไหมขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์ และความจำเป็นของทางการแพทย์ ด้วยความห่วงใย” แต่เมื่อวันที่กะทิจะออกจากโรงพยาบาล

ทางบริษัทประกันส่งข้อความมาอีกครั้งระบุว่า “อยู่ระหว่างรอข้อมูลเพิ่มเติมจากโรงพยาบาล” ซึ่งทางโรงพยาบาลส่งข้อมูลไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งมีความงุนงงว่า ผู้ป่วยเป็นไส้ติ่ง จะรอประวัติอะไร ซึ่งกะทิชื่นชมโรงพยาบาลที่เธอเข้ารับการรักษาว่า ทางโรงพยายาลช่วยกันพูดเพื่อช่วยเธอสุด ๆ

ภาพจาก gangkati

ต่อมาทางบริาทประกันส่งข้อความมาว่า “ไม่สามารถเคลมได้ กรุณาถามรายละเอียดได้ที่จุดบริการโรงพยาบาล” เธอจึงถามตัวแทนถึงเหตุผลที่เคลมไม่ได้ ซึ่งได้คำตอบมาว่า “ต้องดูประวัติการตรวจสุขภาพก่อน” ทำให้กะทิมีคำถามว่า ทำไมทางบริษัทประกันจะต้องตรวจสอบ

โดยทางประกันให้คำเหตุผลว่า ครั้งแรกที่กะทิเท้าบวม ทางบริษัทสงสัยว่าสาเหตุเกิดจากอะไร เลยต้องขอประวัติการรักษาทั้งหมดเพื่อดูว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ซึ่งเธอก็เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเท้าบวม แต่กรณีล่าสุดคือ เธอป่วยต้องผ่าตัดไส้ติ่งแล้วจึงเกี่ยวอะไรกับเท้าบวม ถึงไม่สามารถเคลมได้ ซึ่งทางประกันตอบกลับมาว่าต้องพิจารณาอันแรกก่อน อันที่สองถึงจะตามมา

ทำให้กะทิเกิดคำถามว่า หากเธอประสบอุบัติเหตุรถชนเป็นเคสที่สาม ทางบริษัทประกันต้องรอประวัติอะไรอีกหรือไม่ ทั้งนี้ ทางประกันให้สำรองจ่ายก่อน ซึ่งค่ารักษาพยายาลเกือบ 184,610 บาท เป็นเหตุให้มีการตั้งคำถามว่าหากต้องสำรองจ่ายก่อนแล้วจะซื้อประกันไปเพื่ออะไร และถ้าไม่จ่ายก็ไม่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้เหรอ

เมื่อเธอโทรไปถามคอลเซ็นเตอร์ก็ยังยืนยันคำเดิมว่า "ก็เหมือนที่แจ้งไปค่ะ ต้องรอประวัติการรักษาจากแพทย์ค่ะ" และทางคอลเซ็นเตอร์บริการได้แย่มาก ไม่มีขอโทษสักคำ และเมื่อถามว่าถ้าคนไม่มีเงินจะให้ทำอย่างไรก็บอกให้กะทิไปคุยกับโรงพยาบาลเอง ซึ่งปัดความรับผิดชอบหมดเลย

“แล้วที่ซื้อประกันไปเพื่ออะไร ถ้ารู้ว่าเคลมไม่ได้ เราจะได้แก้ไขแต่แรก รู้สึกเฟลมาก" ทั้งนี้ ทางการเงินของโรงพยาบาลก็งงเช่นกันว่า ทำไมถึงเคลมไม่ได้เพราะผู้ป่วยทุกรายก็สามารถเคลมได้ อย่างไรก็ตาม ตัวแทนประกันแจ้งกลับมาอีกครั้งว่า หากไม่ติดอะไร ได้เงินคืนหมดแน่นอน แต่ขอให้รอก่อน แล้วถ้าเคลมไม่ได้ต้องทำอย่างไร ตนก็ต้องเป็นหนี้และเดือดร้อน

ทางกะทิก็ต้องไปยืมเงินนัทนิสามาจ่ายค่ารักษาเพื่อให้ตัวเองออกจากโรงพยาบาล และฝากไว้ให้ทุกคนพิจารณาและอ่านรายละเอียดการทำประกันดี ๆ

ขอบคุณที่มาจาก gangkati

@gangkati EP.2 ลงเลยละกัน เดือดสุดๆ ดูให้จบแล้วจะโมโห #กะทิยา #กะทิmvp #โตเกียวมารีนประกันชีวิต ♬ เสียงต้นฉบับ - Katiya

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...