'พร้อมพงศ์' จวกคนปล่อยข่าว 'พท.' กดดัน 'รองอ๋อง' ลาออก อัดเป็นปัญหาภายใน 'ก.ก.'
‘พร้อมพงศ์’ จวกคนปล่อยข่าว ‘เพื่อไทย’ กดดัน ‘รองอ๋อง’ ลาออก อัดเป็นปัญหาภายใน ‘ก้าวไกล’
เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวซึ่งระบุว่ามาจากแกนนำพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ว่าพรรค พท.พยายามกดดันให้นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรค ก.ก. ลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เพราะต้องการผลักดันนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค พท. เป็นประธานสภา แทนนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และให้คนของพรรคประชาชาติ (ปช.) มาเป็นรองประธานสภา คนที่ 1 แทนนายปดิพัทธ์ว่า เป็นการกล่าวหาที่ไม่ใกล้เคียงความจริงแม้แต่น้อย พรรค พท.ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องไปกดดันนายปดิพัทธ์ให้ออกจากตำแหน่งรองประธานสภา แต่เป็นพรรค ก.ก.เองต่างหากที่กดดันนายปดิพัทธ์ หลังจากที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ก.ก. ก็ระบุชัดเจนว่าเพื่อให้หัวหน้าพรรค ก.ก. คนใหม่ที่เป็น ส.ส. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ได้รับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภา เท่ากับว่าพรรค ก.ก.เลือกตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภา มากกว่ารองประธานสภาที่นายปดิพัทธ์เป็นอยู่ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 ที่ระบุว่าตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภา จะต้องเป็น ส.ส. ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส.มากที่สุด และไม่มีตำแหน่งในฝ่ายบริหารหรือประธานสภา หรือรองประธานสภา
นายพร้อมพงศ์กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาภายในพรรค ก.ก.เองที่อยากได้ผู้นำฝ่ายค้าน แต่นายปดิพัทธ์ก็กำลังเพลิดเพลินกับตำแหน่งใหญ่โต เห็นได้จากการเบิกใช้งบประมาณนับล้าน จัดทริปไปดูงานต่างประเทศ ก็เลยหวงเก้าอี้ไม่อยากลาออก แล้วก็สร้างประเด็นมากล่าวหาว่าเป็นแผนสมคบคิดของพรรค พท. ไปอยู่เบื้องหลังกดดันให้นายปดิพัทธ์ลาออก ทั้งที่เป็นปัญหาไม่ลงรอยของพรรค ก.ก.เอง
นายพร้อมพงศ์กล่าวต่อว่า เรื่องตำแหน่งรองประธานสภาของนายปดิพัทธ์ ไม่มีใครไปกดดันอะไรได้ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 117 ระบุว่าประธานและรองประธานสภา จะต้องดำรงตำแหน่งจนสิ้นอายุของสภา หรือมีการยุบสภา ขณะที่มาตรา 118 ระบุถึงการพ้นตำแหน่งก่อนวาระว่า 1.ขาดจากสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก 2.ลาออกจากตำแหน่ง 3.ดำรงตำแหน่งนายกฯ รัฐมนตรี หรือข้าราชการการเมืองอื่น และ 4.ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอการลงโทษเท่านั้น
“ถ้านายปดิพัทธ์ไม่ไปก่อคดีความจนต้องติดคุก ก็คงไม่มีใครไปบังคับให้นายปดิพัทธ์ลาออกได้ ส่วนตัวมองว่าเป็นการปูเรื่องหาข้ออ้าง เพื่อที่จะขับนายปดิพัทธ์ออกจากพรรคไปเข้าสังกัดพรรคอื่น เพื่อนั่งเป็นรองประธานสภาต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่ในการเมืองเขาไม่ทำกัน ก็เลยมโนสร้างเรื่องโทษพรรค พท.ให้เป็นผู้ร้ายเท่านั้น” นายพร้อมพงศ์กล่าว