โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมรูปปั้นของชาวอียิปต์โบราณ ถูกทำลายตรงจมูก?

Histofun Deluxe

อัพเดต 31 ก.ค. 2566 เวลา 23.33 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2566 เวลา 23.33 น.

อารยธรรมอียิปต์โบราณเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์และปริศนาที่ลึกลับมากมาย และหนึ่งในปริศนาเหล่านี้ก็คือเรื่องที่ว่า ทำไมรูปปั้นบุคคลของชาวอียิปต์ถึงมีร่องรอยการถูกทำลายบริเวณจมูก

เรื่องนี้สร้างความสงสัยให้กับนักโบราณคดีมานานแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรู้เหตุผลที่แท้จริง มีเพียงแค่การตั้งทฤษฎีขึ้นมา

มีคนเคยเสนอทฤษฎีว่า ชาวยุโรปในยุคล่าอาณานิคมคือต้นเหตุของเรื่องนี้ เพราะพวกเขาต้องการทำลายอัตลักษณ์ของชาวแอฟริกา และหนึ่งในวิธีที่ใช้ทำลายอัตลักษณ์ได้ ก็คือทำลายจมูกของรูปปั้น เพราะชาวแอฟริกามีจมูกที่ไม่เหมือนใคร แต่ทฤษฎีนี้ก็ดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่

ส่วนทฤษฎีที่พอเป็นไปได้ก็คือ มันเป็นการสึกกร่อนตามธรรมชาติของรูปปั้น ที่เกิดจากการสัมผัสกับอากาศเป็นเวลานาน

ตัวอย่างรูปปั้นของชาวอียิปต์ที่ถูกทำลายตรงจมูก

ทว่ารูปปั้นที่จมูกได้รับความเสียหายนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นรูปปั้นที่อยู่ในบริเวณแบบปิดที่สัมผัสกับอากาศน้อยมาก และความเสียหายตรงจมูกก็ดูเหมือนจะเจาะจงมากจนเกินไป

ดังนั้นเลยมีอีกทฤษฎีที่บอกว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความเชื่อของชาวอียิปต์ โดยพวกเขาเชื่อว่า เมื่อคนเราเสียชีวิต วิญญาณของคน ๆ นั้นจะสิงสถิตในรูปปั้นของตัวเอง โดยวิญญาณจะเข้าสู่รูปปั้นผ่านรูจมูก

เมื่อมีโจรบุกเข้าไปปล้นสุสานของขุนนางหรือฟาโรห์ โจรเหล่านี้เลยต้องทำลายจมูกของรูปปั้น เพื่อทำลายวิญญาณที่อยู่ในรูปปั้น คล้ายกับการทำให้รูปปั้นหายใจไม่ออกนั่นเอง สอดคล้องกับที่รูปปั้นส่วนใหญ่ที่ถูกทำลายตรงจมูก จะเป็นรูปปั้นที่อยู่ภายในสุสาน

นอกจากเรื่องของความเชื่อ ก็เป็นไปได้เหมือนกันว่าจะเกี่ยวกับเรื่องการเมืองด้วย เพราะเวลาที่มีราชวงศ์ใหม่ขึ้นสู่อำนาจ จะมีการสั่งให้ทำลายรูปปั้นของบุคคลจากราชวงศ์ก่อน ทั้งทำลายจมูก หักแขนขา และทำลายส่วนอื่น ๆ เพื่อทำให้ภาพลักษณ์ของราชวงศ์ก่อนดูแย่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...