กรมทะเลชายฝั่ง สืบพบเฟซบุ๊กซื้อ-ขายกัลปังหา สั่งตรวจสอบ จับ-ปรับ-ดำเนินคดี
กรมทะเลชายฝั่ง สืบพบเฟซบุ๊กซื้อ-ขายกัลปังหา สั่งตรวจสอบ จับ-ปรับ-ดำเนินคดี
นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (รรท.อทช.) เปิดเผยว่า สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 (ระยอง) โดยศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดตราด ได้รับแจ้งจากเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดตราดว่ามีการซื้อ-ขาย กัลปังหา ดอกไม้ทะเล ซากปะการัง ในพื้นที่ จ.ตราด โดยเบื้องต้นศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดตราด ได้ทำการสืบหาข้อเท็จจริงพบว่า มีการประกาศขายจริงในเพจ เครื่องราง..ทนสิทธิ์ แปลก!! หายาก!! และเพจเครื่องรางของขลังจากธรรมชาติทุกชนิด กะลา กาฝาก ไม้ไผ่ฯ โดยการซื้อ-ขาย กัลปังหา ดอกไม้ทะเล ซากปะการังมีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562
ทั้งนี้ กรม ทช. ได้ประสานกับท้องถิ่นในพื้นที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฝ่ายความมั่นคงอำเภอเขาสมิง งานสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเขาสมิง และศูนย์รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดตราด เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบและได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดตราดในการเข้าตรวจค้นพร้อมจับกุมนายภูมิศักดิ์ จีนะศิริ อายุ 46 ปี และนางปวีณา จีนะศิริ อายุ 37 ปี รวมถึงของกลาง ประกอบด้วย ซากกัลปังหา แปรสภาพเป็นแหวน กำไล จำนวน 30 ชิ้น ซากกัลปังหา บรรจุกล่องพร้อมส่ง จำนวน 47 ชิ้น ซากกัลปังหา อยู่ในภาชนะกาละมัง จำนวน 20 ชิ้น ซากกัลปังหาแข็ง จำนวน 6 ชิ้น ในการนี้ ได้แจ้งข้อกล่าวหา และควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาสมิง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
รรท.อทช.กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามขบวนการนี้มาเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะมีการร้องเรียนจากกลุ่มนักอนุรักษ์ว่า มีการประกาศขายกำไล และแหวนที่ทำจากกัลปังหาผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งหากพบว่ามีการค้า และมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดฐานค้าฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับกัลปังหา เป็นสัตว์ใต้ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลัง จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับปะการัง อาศัยรวมกันอยู่ในโคโลนีที่เรามองเห็นเป็นกอ หรือกิ่งก้านสีสันต่างๆ เพื่อดักจับแพลงก์ตอนเป็นอาหาร ซึ่งแต่ละกิ่งก้านอาจมีตัวกัลปังหาอาศัยอยู่นับแสนนับล้านตัว และยังเป็นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกมาก กัลปังหาเป็นสัตว์ทะเลที่เจริญเติบโตค่อนข้างช้า บางชนิดอาจจะใช้เวลาเป็นร้อยปีในการเติบโตเพียงแค่ 1 ฟุตเท่านั้น บางต้นที่มีขนาดใหญ่จึงอาจมีอายุหลายร้อยปี มีรูปร่างและสีสันแตกต่างกันไป
บางชนิดรูปร่างคล้ายต้นไม้ หวีผม หรือขนนก ซึ่งสีของกัลปังหามีตั้งแต่สีขาว เหลือง ชมพู ม่วง แดง ไปจนถึงแดงเข้ม สีอิฐแดงสนิมเหล็ก และสีน้ำตาลเข้ม แต่เมื่อนำขึ้นมาจากทะเลตัวกัลปังหาจะตายเหลือแต่แกนที่มีสีดำมีลักษณะแข็ง ทั้งนี้ ภัยคุกคาม กัลปังหาคือเรืออวนลาก อวนรุน และอีกส่วนหนึ่งคือมนุษย์ที่ลักลอบนำมาค้าขายเป็นเครื่องประดับ เครื่องราง หรือนำมาทำเป็นยารักษาโรคตามความเชื่อ ซึ่งตนอยากบอกว่าความเชื่อเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นความเชื่อที่ผิดๆ
“ดังนั้น จึงขอฝากถึงนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวทางทะเล หากพบเจอปะการัง กัลปังหา รวมถึงสัตว์น้ำ และสัตว์ทะเลหายาก ขอให้สัมผัสความงามของธรรมชาติ ด้วยการดูแต่ตา มืออย่าต้อง ไม่เอาอะไรกลับไป นอกจากรูปถ่าย ไม่ทิ้งอะไรไว้ นอกจากรอยเท้า”
อย่างไรก็ตาม หากท่านพบเห็นการทำลายปะการัง หญ้าทะเล สัตว์ทะเลหายาก การล่าและค้าสัตว์ทะเลหายาก การครอบครองซากสัตว์ป่า ให้รีบแจ้งเบาะแสมายังสายด่วนพิทักษ์รักษาทะเล โทร.1362 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อกรม ทช. จะได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งดำเนินการตรวจสอบอย่างทันท่วงที สุดท้ายนี้ เราสามารถช่วยกันพิทักษ์รักษาระบบนิเวศทางทะเลได้ ด้วยการหยุดซื้อ หยุดขาย หยุดสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ เพื่อรักษาความสมบูรณ์ใต้ท้องทะเลให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป