โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมทะเลชายฝั่ง สืบพบเฟซบุ๊กซื้อ-ขายกัลปังหา สั่งตรวจสอบ จับ-ปรับ-ดำเนินคดี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 มี.ค. 2566 เวลา 02.40 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. 2566 เวลา 15.42 น.

กรมทะเลชายฝั่ง สืบพบเฟซบุ๊กซื้อ-ขายกัลปังหา สั่งตรวจสอบ จับ-ปรับ-ดำเนินคดี

นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (รรท.อทช.) เปิดเผยว่า สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 (ระยอง) โดยศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดตราด ได้รับแจ้งจากเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดตราดว่ามีการซื้อ-ขาย กัลปังหา ดอกไม้ทะเล ซากปะการัง ในพื้นที่ จ.ตราด โดยเบื้องต้นศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดตราด ได้ทำการสืบหาข้อเท็จจริงพบว่า มีการประกาศขายจริงในเพจ เครื่องราง..ทนสิทธิ์ แปลก!! หายาก!! และเพจเครื่องรางของขลังจากธรรมชาติทุกชนิด กะลา กาฝาก ไม้ไผ่ฯ โดยการซื้อ-ขาย กัลปังหา ดอกไม้ทะเล ซากปะการังมีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562

ทั้งนี้ กรม ทช. ได้ประสานกับท้องถิ่นในพื้นที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฝ่ายความมั่นคงอำเภอเขาสมิง งานสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเขาสมิง และศูนย์รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดตราด เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบและได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดตราดในการเข้าตรวจค้นพร้อมจับกุมนายภูมิศักดิ์ จีนะศิริ อายุ 46 ปี และนางปวีณา จีนะศิริ อายุ 37 ปี รวมถึงของกลาง ประกอบด้วย ซากกัลปังหา แปรสภาพเป็นแหวน กำไล จำนวน 30 ชิ้น ซากกัลปังหา บรรจุกล่องพร้อมส่ง จำนวน 47 ชิ้น ซากกัลปังหา อยู่ในภาชนะกาละมัง จำนวน 20 ชิ้น ซากกัลปังหาแข็ง จำนวน 6 ชิ้น ในการนี้ ได้แจ้งข้อกล่าวหา และควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาสมิง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รรท.อทช.กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามขบวนการนี้มาเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะมีการร้องเรียนจากกลุ่มนักอนุรักษ์ว่า มีการประกาศขายกำไล และแหวนที่ทำจากกัลปังหาผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งหากพบว่ามีการค้า และมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดฐานค้าฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับกัลปังหา เป็นสัตว์ใต้ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลัง จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับปะการัง อาศัยรวมกันอยู่ในโคโลนีที่เรามองเห็นเป็นกอ หรือกิ่งก้านสีสันต่างๆ เพื่อดักจับแพลงก์ตอนเป็นอาหาร ซึ่งแต่ละกิ่งก้านอาจมีตัวกัลปังหาอาศัยอยู่นับแสนนับล้านตัว และยังเป็นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกมาก กัลปังหาเป็นสัตว์ทะเลที่เจริญเติบโตค่อนข้างช้า บางชนิดอาจจะใช้เวลาเป็นร้อยปีในการเติบโตเพียงแค่ 1 ฟุตเท่านั้น บางต้นที่มีขนาดใหญ่จึงอาจมีอายุหลายร้อยปี มีรูปร่างและสีสันแตกต่างกันไป

บางชนิดรูปร่างคล้ายต้นไม้ หวีผม หรือขนนก ซึ่งสีของกัลปังหามีตั้งแต่สีขาว เหลือง ชมพู ม่วง แดง ไปจนถึงแดงเข้ม สีอิฐแดงสนิมเหล็ก และสีน้ำตาลเข้ม แต่เมื่อนำขึ้นมาจากทะเลตัวกัลปังหาจะตายเหลือแต่แกนที่มีสีดำมีลักษณะแข็ง ทั้งนี้ ภัยคุกคาม กัลปังหาคือเรืออวนลาก อวนรุน และอีกส่วนหนึ่งคือมนุษย์ที่ลักลอบนำมาค้าขายเป็นเครื่องประดับ เครื่องราง หรือนำมาทำเป็นยารักษาโรคตามความเชื่อ ซึ่งตนอยากบอกว่าความเชื่อเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นความเชื่อที่ผิดๆ

“ดังนั้น จึงขอฝากถึงนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวทางทะเล หากพบเจอปะการัง กัลปังหา รวมถึงสัตว์น้ำ และสัตว์ทะเลหายาก ขอให้สัมผัสความงามของธรรมชาติ ด้วยการดูแต่ตา มืออย่าต้อง ไม่เอาอะไรกลับไป นอกจากรูปถ่าย ไม่ทิ้งอะไรไว้ นอกจากรอยเท้า”

อย่างไรก็ตาม หากท่านพบเห็นการทำลายปะการัง หญ้าทะเล สัตว์ทะเลหายาก การล่าและค้าสัตว์ทะเลหายาก การครอบครองซากสัตว์ป่า ให้รีบแจ้งเบาะแสมายังสายด่วนพิทักษ์รักษาทะเล โทร.1362 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อกรม ทช. จะได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งดำเนินการตรวจสอบอย่างทันท่วงที สุดท้ายนี้ เราสามารถช่วยกันพิทักษ์รักษาระบบนิเวศทางทะเลได้ ด้วยการหยุดซื้อ หยุดขาย หยุดสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ เพื่อรักษาความสมบูรณ์ใต้ท้องทะเลให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...