โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฆ่าสามีแล้วหั่นศพทิ้งทั่วซิดนีย์ ศาลจำคุกแม่วัย 55 ปี แค่ 6 ปี 3 เดือน

Thaiger

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวประเทศไทย

เนอร์มีน นูฟล์ ถูกศาลรัฐนิวเซาท์เวลส์พิพากษาคดีฆ่าสามีหลังศาลรับฟังหลักฐานว่าชีวิตคู่เต็มไปด้วยความรุนแรงและการควบคุมมานานหลายปี ร่างของสามียังไม่พบจนถึงปัจจุบัน

ศาลสูงรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย พิพากษา เนอร์มีน นูฟล์ (Nirmeen Noufl) วัย 55 ปี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ให้จำคุกในคดีทำให้ มัมดูห์ นูฟล์ (Mamdouh Noufl) สามีวัย 62 ปี เสียชีวิตภายในบ้านของครอบครัวที่ย่านกรีนเอเคอร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซิดนีย์ ก่อนหั่นร่างและนำชิ้นส่วนใส่ถุงไปทิ้งตามถังขยะหลายแห่ง

ศาลรับฟังว่าชีวิตคู่ของทั้งสองมีปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมาหลายปี ส่วนใหญ่ไม่ถูกรายงานต่อเจ้าหน้าที่ ลูกของทั้งคู่ให้ข้อมูลต่อศาลถึงความรุนแรง การควบคุม และการบงการทางจิตใจภายในครอบครัว ผู้พิพากษาปีเตอร์ แฮมิลล์ (Peter Hamill) ระบุว่าความสัมพันธ์มีการทำร้ายอย่างรุนแรงทั้งทางกายและทางจิตใจ

ก่อนเกิดเหตุ มัมดูห์บอกภรรยาว่าพบผู้หญิงอีกคนระหว่างเดินทางไปอียิปต์ในปี 2565 และมีแผนจะแต่งงานใหม่ ขณะเดียวกันปฏิเสธคำขอหย่าของเนอร์มีน

คืนวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 หลังมัมดูห์กลับถึงบ้าน ทั้งคู่มีปากเสียงกันก่อนสถานการณ์กลายเป็นการทำร้ายร่างกาย ตามข้อเท็จจริงที่คู่ความยอมรับ เนอร์มีนให้ข้อมูลกับจิตแพทย์ว่าสามีไล่ตามและทำร้ายเธอขณะพยายามหนี จนถูกกดลงกับพื้นห้องครัวและบีบคอ เธอคว้าอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้มือจากงานปรับปรุงบ้านแล้วแทงสามีหนึ่งครั้งบริเวณหน้าอกด้านซ้าย ทำให้เสียชีวิตอย่างรวดเร็ว วันต่อมาพยานที่เข้าไปในบ้านพบว่าเธอมีบาดแผลที่หน้าผาก ริมฝีปากมีเลือดออก และกรามบวม

ระหว่างวันที่ 4 ถึง 5 พฤษภาคม เนอร์มีนหั่นร่างสามี ก่อนนำชิ้นส่วนใส่ถุงขยะ พยานที่ศาลสั่งห้ามเปิดเผยชื่อพบพลาสติกมีคราบเลือดและชิ้นส่วนเลื่อยวงเดือนขนาดใหญ่ภายในบ้าน จากนั้นช่วยทำความสะอาดพื้นที่และนำถุงชิ้นส่วนร่างไปทิ้งตามถังขยะหลายแห่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของซิดนีย์

เนอร์มีนพยายามทำให้คนรอบตัวเชื่อว่าสามียังมีชีวิตอยู่ โดยส่งข้อความผ่านโทรศัพท์ของมัมดูห์และใช้บัญชีออนไลน์ของเขาต่อ เมื่อตำรวจเริ่มสอบถามเรื่องการหายตัว เธอปฏิเสธว่าไม่ทราบว่าเขาอยู่ที่ไหน พร้อมสั่งเปลี่ยนพื้นและส่วนต่าง ๆ ภายในบ้าน

ครอบครัวแจ้งมัมดูห์หายตัวไปในเดือนกรกฎาคม 2566 หลังไม่มีใครพบเขาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ตำรวจสืบสวนต่ออีกกว่าหนึ่งปี ก่อนจับเนอร์มีนในเดือนตุลาคม 2567 และค้นบ้านที่กรีนเอเคอร์ ตั้งข้อหาฆาตกรรม

การไม่พบร่างมีผลโดยตรงต่อรูปคดี อัยการยอมรับว่าไม่สามารถหักล้างคำอธิบายของเนอร์มีนเกี่ยวกับการต่อสู้ก่อนเสียชีวิตได้ รวมถึงตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่ได้ว่าบาดแผลตรงกับคำให้การที่ว่าแทงเพียงครั้งเดียวหรือไม่ อัยการจึงยอมรับคำรับสารภาพฐาน manslaughter จากการป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ (excessive self-defence) แทนข้อหาฆาตกรรม ก่อนเริ่มพิจารณาคดีในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ในการพิพากษา ผู้พิพากษาแฮมิลล์ระบุว่าหลักฐานยังไม่เพียงพอให้สรุปโดยปราศจากข้อสงสัยตามสมควรว่าเนอร์มีนมีเจตนาฆ่าสามี ขณะเดียวกันศาลแยกการกระทำหลังเสียชีวิตออกจากเหตุที่นำไปสู่การแทง โดยมองว่าการหั่นร่าง การนำไปทิ้ง และการปกปิดเหตุเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเรื่องความสำนึกผิด การฟื้นฟู และความเสี่ยงในอนาคต

ศาลยังนำประวัติการถูกทำร้ายในวัยเด็กของเนอร์มีน รวมถึงความรุนแรงที่เผชิญระหว่างชีวิตสมรส มาประกอบการกำหนดโทษ ขณะที่ญาติของมัมดูห์ยื่นคำแถลงถึงผลกระทบจากการเสียชีวิตและการที่ครอบครัวยังไม่มีร่างสำหรับประกอบพิธีหรือเป็นสถานที่ระลึกถึง

ABC News และ 7NEWS รายงานตรงกันว่าศาลกำหนดโทษจำคุก 6 ปี 3 เดือน พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ไม่มีสิทธิขอทัณฑ์บน 3 ปี นับโทษย้อนหลังตั้งแต่ถูกจับในเดือนตุลาคม 2567 ทำให้เนอร์มีนมีสิทธิยื่นขอทัณฑ์บนได้ครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2570 การมีสิทธิขอทัณฑ์บนไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการปล่อยตัวโดยอัตโนมัติ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข่าวอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...