‘ดาวโจนส์’ ปิดตลาดขยับขึ้นแค่ 1.89 จุด ‘แนสแด็ก’ ดิ่งเหวร่วงเกือบ 700 จุด เจอแรงขายหุ้นเทคโนโลยี
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ปิดซื้อขายวานนี้ (22 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" ปิดบวกเล็กน้อย 11.89 จุด ส่วนแนสแด็กดิ่งเกือบ 700 จุด เจอแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยี จากความกังวลเกี่ยวกับการลงทุน AI ขณะตะวันออกกลางตึงเครียด ดันราคาน้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 5 เดือน
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 52,867.98 จุด เพิ่มขึ้น 11.89 จุด หรือ 0.02% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 7,663.43 จุด ลดลง 93.74 จุด หรือ 1.21% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 26,008.859 จุด ลดลง 693.998 จุด หรือ 2.60%
ดัชนี Philadelphia SE Semiconductor (SOX) ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา ดิ่งลง 6.7% นับเป็นการลดลงรายวันรุนแรงที่สุดตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. และทำให้ดัชนีร่วงลงกว่า 26% จากระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ต้นปี ดัชนียังคงเพิ่มขึ้น 51.5%
นักวิเคราะห์ระบุว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งเป็นดาวเด่นของตลาดมาอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงเดือนมิ.ย. กำลังเผชิญแรงกดดัน หลังนักลงทุนเริ่มตระหนักถึงข้อจำกัดบางประการของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นหลักได้รับผลกระทบ จากการมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีอยู่ในระดับสูง
ด้านสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังคงกดดันตลาด หลังกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เปิดฉากโจมตีเป้าหมายในซาอุดีอาระเบียอีกครั้ง ขณะที่มีรายงานว่าสหรัฐ และอิสราเอลกำลังวางแผนกลับมาโจมตีอิหร่านหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนพ.ย. ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 2.32 ดอลลาร์ หรือ 2.39% ปิดที่ 99.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 4.35 ดอลลาร์ หรือ 4% ปิดที่ 113.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐไม่ได้เจรจากับอิหร่าน พร้อมระบุว่าบางสิ่งบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ หลังจากหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า การถอนนักการทูตสหรัฐ ออกจากซาอุดีอาระเบีย เกิดขึ้นในช่วงที่กองทัพสหรัฐ และอิสราเอลจัดทำแผนโจมตีอิหร่านรอบใหม่ โดยเป็นปฏิบัติการระยะสั้น แต่มีความรุนแรง
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาใช้ระเบิด GBU-43/B Massive Ordnance Air Blast (MOAB) หรือที่รู้จักในชื่อ "มารดาแห่งระเบิดทั้งปวง" ในการโจมตีอิหร่าน ขณะที่กองทัพสหรัฐ และอิสราเอลเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกซ้อมทางทหาร รวมถึงการส่งเครื่องบินรบบินเหนือน่านฟ้าอิรักเพื่อฝึกยุทธวิธีโจมตี
รายงานยังระบุว่า พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ได้พบกับเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระหว่างการเดินทางเยือนอิสราเอลโดยไม่ประกาศล่วงหน้าในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ ในการเปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่
นักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลา งอาจทำให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น และบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป โดยตลาดจับตาการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า รวมถึงการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ
FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 89.5% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนต.ค. ขณะที่ให้น้ำหนัก 82.7% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนธ.ค.
สำหรับฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 บริษัทในดัชนีเอสแอนด์พี 500 จำนวน 111 แห่งรายงานผลประกอบการแล้ว โดยข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า 83% ของบริษัทเหล่านี้มีผลประกอบการสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
หุ้น 6 กลุ่ม จาก 11 กลุ่มในดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดบวก โดยกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นเพิ่มขึ้น 3.11% และกลุ่มสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 1.98% ขณะที่กลุ่มบริการด้านการสื่อสาร และกลุ่มเทคโนโลยีลดลงมากที่สุด 3.01% และ 3.00% ตามลำดับ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ทรัมป์' เดือด! เฟดขึ้นดอกเบี้ย ลั่นควรลดเหลือแค่ 1%
- 'วอร์ช' ชี้เฟดขึ้นดอกเบี้ย 'ตัดสินใจถูกต้อง' เงินเฟ้อสูง-เศรษฐกิจแกร่ง ปัจจัยหนุน
- มติเอกฉันท์! 'เฟด' ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด ส่งสัญญาณขึ้นอีก 1 ครั้งปีนี้
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg