โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กทม. น้อมนำพระราชดำริ “แก้มลิง” เดินหน้าเพิ่มพื้นที่รับน้ำต่อเนื่อง 7 แห่ง แจงยกเลิกบางโครงการเพราะประชาพิจารณ์คนพื้นที่ไม่ผ่าน-ไม่สอดคล้องกับระบบระบายน้ำภาพรวม

สวพ.FM91

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กทม. น้อมนำพระราชดำริ “แก้มลิง” เดินหน้าเพิ่มพื้นที่รับน้ำต่อเนื่อง 7 แห่ง แจงยกเลิกบางโครงการเพราะประชาพิจารณ์คนพื้นที่ไม่ผ่าน-ไม่สอดคล้องกับระบบระบายน้ำภาพรวม

(30 ก.ย. 69) นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการยกเลิกโครงการบึงรับน้ำ หรือ “แก้มลิง” ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยยืนยันว่า กทม. ไม่ได้ยกเลิกการใช้พื้นที่หน่วงน้ำ อีกทั้งยังคงน้อมนำพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ รัชกาลที่ 9 มาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาแก้มลิงและเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่รับน้ำอย่างต่อเนื่อง ชี้แจงเหตุผลยกเลิกบางโครงการจากเหตุประชาพิจารณ์ไม่ผ่านความเห็นชอบคนในพื้นที่ ควบคู่กับการพิจารณาความเหมาะสมของโครงการบึงรับน้ำคลองคู้บอนและคลองบางชัน ให้สอดคล้องกับโครงสร้างระบบระบายน้ำฝั่งตะวันออกที่เปลี่ยนแปลงไป

• น้อมนำพระราชดำริ “แก้มลิง” 38 แห่ง รับน้ำกว่า 13.7 ล้าน ลบ.ม.

ปัจจุบัน กทม. ได้น้อมนำแนวพระราชดำริโครงการแก้มลิงมากำหนดและพัฒนาพื้นที่รับและหน่วงน้ำ 38 แห่ง รวมปริมาตรเก็บกัก 13,712,305 ลูกบาศก์เมตร เพิ่มจากเดือน พ.ค. 2565 ซึ่งมี 34 แห่ง ความจุรวม 13,468,605 ลูกบาศก์เมตร โดยนับตั้งแต่ปี 2565 มีการเพิ่มพื้นที่และปรับปรุงประสิทธิภาพแก้มลิงอย่างต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มเติมอีก 7 แห่ง รวมประมาณ 290,000 ลูกบาศก์เมตร เมื่อดำเนินการครบจะมีแก้มลิงรวม 45 แห่ง รองรับน้ำได้มากกว่า 14 ล้านลูกบาศก์เมตร

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวพระราชดำริโครงการแก้มลิงที่ให้จัดหาพื้นที่บึงหรือแอ่งน้ำเพื่อเก็บกักน้ำไว้ชั่วคราว และเชื่อมต่อกับระบบคลองและระบบระบายน้ำเพื่อระบายออกเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

• ภายในปี 2569 เพิ่มแก้มลิงอีก 4 แห่ง ทั้งสร้างใหม่–เพิ่มประสิทธิภาพของเดิม

สำหรับพื้นที่รับน้ำ 4 แห่งที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ได้แก่ แก้มลิงคลองระหัสถึงคลองครุ รองรับน้ำ 89,700 ลูกบาศก์เมตร บึงสีกัน ซึ่งปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพเป็น 150,000 ลูกบาศก์เมตร บึงสาธารณะลาดพร้าว 71 รองรับน้ำ 38,000 ลูกบาศก์เมตร และบึงวงเวียนบางเขน รองรับน้ำ 6,000 ลูกบาศก์เมตร สะท้อนแนวทางของ กทม. ที่นอกจากพัฒนาพื้นที่รับน้ำแห่งใหม่แล้ว ยังมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพบึงเดิมให้รองรับน้ำได้มากขึ้น ทั้งนี้ เอกสารแผนงานของ กทม. ระบุการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงในกลุ่มดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

• เดินหน้าเพิ่มพื้นที่รับน้ำต่ออีก 7 แห่ง เป้าหมายรวม 45 แห่ง มากกว่า 14 ล้าน ลบ.ม.

ขณะเดียวกัน กทม. อยู่ระหว่างเร่งรัดพื้นที่แก้มลิงอีก 7 โครงการ รวมปริมาตรรองรับน้ำประมาณ 290,000 ลูกบาศก์เมตร ได้แก่ บึงวัดพรหมรังสี เขตดอนเมือง 10,000 ลูกบาศก์เมตร กำหนดแล้วเสร็จปี 2569 และอีก 6 โครงการที่ตั้งเป้าแล้วเสร็จในปี 2570 ได้แก่ ทำนบเพื่อการเกษตร ตอนคลองหลวงแพร่ง 120,000 ลูกบาศก์เมตร แก้มลิงสวน 60 พรรษาฯ 45,000 ลูกบาศก์เมตร บึงสวนพระนคร 42,000 ลูกบาศก์เมตร แก้มลิงศูนย์ราชการบางนา 30,000 ลูกบาศก์เมตร แก้มลิงบริเวณถนนอำนวยสงคราม 28,000 ลูกบาศก์เมตร และปรับปรุงแก้มลิงบึงกระเทียม เพิ่มปริมาตรอีก 15,000 ลูกบาศก์เมตร

• กรณี 6 โครงการบึงรับน้ำ พิจารณาความเหมาะสมรอบด้านและต้องผ่านประชาพิจารณ์

สำหรับโครงการบึงรับน้ำ 6 แห่งที่สำนักการระบายน้ำศึกษาและเคยกำหนดมาก่อน พบว่า 4 แห่งทำประชาพิจารณ์แล้วไม่ผ่านความเห็นชอบของประชาชนในพื้นที่ ขณะที่โครงการบึงรับน้ำคลองคู้บอน เนื้อที่ประมาณ 130 ไร่ และคลองบางชัน เนื้อที่ประมาณ 39 ไร่ มีประเด็นเรื่องความคุ้มค่าในการเวนคืนและก่อสร้าง เมื่อเปรียบเทียบกับการพัฒนาบึงหนองบอน ระบบคลองสายหลัก และระบบลำเลียงน้ำ เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่อุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายบึงหนองบอน

• กทม. ยืนยันทั้ง 6 แก้มลิง ไม่เคยอยู่ในผังเมืองปัจจุบัน

สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่า การจัดทำผังเมืองใหม่ไม่ปรากฏเรื่องของแก้มลิงอยู่ในผังเมืองนั้น กรุงเทพมหานครโดยสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง ยืนยันว่ากระแสข่าวดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เนื่องจากแก้มลิงทั้ง 6 นี้ไม่เคยอยู่ในผังเมืองปัจจุบัน เนื่องจากไม่ผ่านตั้งแต่ขั้นตอนประชาพิจารณ์

• มีบึงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีคลองพาน้ำเข้า–ระบายออก

การบริหารจัดการน้ำไม่ได้พิจารณาเฉพาะปริมาตรของบึงรับน้ำ แต่ต้องทำงานร่วมกับคลอง ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และระบบลำเลียงน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถไหลเข้าสู่พื้นที่หน่วงน้ำและระบายออกได้อย่างต่อเนื่อง เพราะหากบึงเต็มและระดับน้ำในคลองโดยรอบสูง ก็จะไม่สามารถพร่องน้ำออกเพื่อเตรียมรองรับฝนระลอกใหม่ได้

นอกจากการพัฒนาแก้มลิง กทม. ยังเพิ่มประสิทธิภาพการหน่วงน้ำในระบบคลอง โดยช่วงปี 2565–2569 ดำเนินการดาดท้องคลองรวมประมาณ 437,000 ลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ระบบคลองรองรับน้ำได้ประมาณ 2.4 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีแผนดำเนินการเพิ่มเติมในช่วงปี 2570–2572 เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำอีกประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นประมาณ 5.4 ล้านลูกบาศก์เมตร

• พิจารณารอบด้าน ทั้งค่าเวนคืน–ก่อสร้าง–ประสิทธิภาพระบบ

สำนักการระบายน้ำได้ศึกษาความเหมาะสมของแนวทางต่าง ๆ โดยเปรียบเทียบทั้งค่าเวนคืน ค่าก่อสร้าง และประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำ แนวทางพัฒนาบึงรับน้ำคลองคู้บอนและคลองบางชัน พร้อมระบบสูบน้ำและประตูระบายน้ำ มีมูลค่าประมาณ 11,000 ล้านบาท ขณะที่แนวทางพัฒนาระบบคลองสายหลักและระบบลำเลียงน้ำเพื่อเชื่อมต่อกับอุโมงค์ระบายน้ำ มีมูลค่าประมาณ 6,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในพื้นที่ยังมีแก้มลิงเดิม เช่น บึงกระเทียมและบึงกุ่มเสรีไทย ซึ่งสามารถพัฒนาร่วมกับระบบคลอง สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ และระบบลำเลียงน้ำในคลองสายหลักแนวเหนือ–ใต้ เพื่อเชื่อมต่อระบบประเวศเข้ากับบึงหนองบอน

• โครงสร้างฝั่งตะวันออกเปลี่ยน เชื่อม “อุโมงค์ส่วนต่อขยายบึงหนองบอน”

การพิจารณาโครงการต้องคำนึงถึงโครงสร้างระบบระบายน้ำฝั่งตะวันออกที่เปลี่ยนแปลงจากช่วงที่เริ่มศึกษาโครงการ โดย กทม. มีแผนพัฒนาอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายบึงหนองบอน ควบคู่กับการปรับปรุงคลองสายหลักแนวเหนือ–ใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลำเลียงน้ำจากพื้นที่ตอนบนเข้าสู่ระบบระบายน้ำตอนล่าง

• ชู “ระบบลำเลียงน้ำ” ดึงน้ำตอนบนลงอุโมงค์ตอนล่าง

การบริหารจัดการน้ำจึงมุ่งเชื่อมโยงพื้นที่รับน้ำแก้มลิงตามแนวพระราชดำริ คลอง และระบบระบายน้ำให้เป็นระบบเดียวกัน โดยเพิ่มประสิทธิภาพการลำเลียงน้ำจากพื้นที่ตอนบนเข้าสู่อุโมงค์ระบายน้ำ พร้อมควบคุมระดับน้ำในคลองให้สามารถรับน้ำจากคลองสายรองและพื้นที่ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพมหานครยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กทม. ยังคงน้อมนำพระราชดำริ “แก้มลิง” มาใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงพัฒนาพื้นที่รับน้ำ ต้องอาศัยความเห็นชอบจากประชาชนผู้อยู่ในท้องที่ และจำเป็นต้องใช้เวลาในการก่อสร้างเชื่อมโยงโครงข่ายการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถอยู่ร่วมกับน้ำได้ทั้งยามฝนตกและยามแล้งในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...