TRUE คาดกำไร Q3 พุ่ง 52% รับรายได้โต-ต้นทุนลด
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 29 ก.ย เวลา 10.32 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย เวลา 03.32 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บล.หยวนต้า ระบุ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เติบโตต่อเนื่องจาก Revenue Growth และ Cost Reduction
คาดกำไรปกติ 3Q26 เติบโตเล็กน้อย QoQ และโดดเด่น YoY เราคาดกำไรปกติ 3Q26 ที่ 6.95 พันล้านบาท (+4% QoQ, +52% YoY) จากการเติบโตของรายได้ธุรกิจหลัก โดยเฉพาะ Mobile และ Broadband ประกอบกับการลดต้นทุนจากการได้มาซึ่งคลื่นความถี่และการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด
ธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ คาดมีรายได้ Service revenue ex-IC ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท (+0.5% QoQ, +2.5% YoY) โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของฐานลูกค้าและ ARPU ขณะที่กลุ่ม Tourism มีแนวโน้มดีขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง MoM และมาตรการไทยช่วยไทยพลัสที่ช่วยสนับสนุนกำลังซื้อ
ธุรกิจ Broadband คาดมีรายได้ 6.6 พันล้านบาท (+1.0% QoQ, +1.5% YoY) จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้บริการและ ARPU ซึ่งยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงผลจากการปรับปรุงคุณภาพโครงข่าย
ธุรกิจ Media และ Entertainment คาดมีรายได้ 1.3 พันล้านบาท (+15.0% QoQ, -23.8% YoY) โดยบริษัทยังคงปรับ Portfolio ไปสู่ธุรกิจดนตรีและ Entertainment Content ขณะที่การนำ TRUE Academy Fantasia กลับมาทำตลาดอีกครั้งช่วยสร้าง Engagement กับกลุ่มลูกค้า
ด้านต้นทุน เราคาดว่าต้นทุนส่วนใหญ่จะถูกควบคุมอย่างเข้มงวดและทรงตัว QoQ แม้บางรายการอาจเพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำใน 1H26 ซึ่งมีผลกระทบจากรายการพิเศษทางบัญชีกับบางรายการ เช่น Regulatory cost และ Network cost อย่างไรก็ตาม หากตัดผลกระทบดังกล่าวออก เรามองว่าต้นทุนหลักยังอยู่ในระดับควบคุมได้ ขณะที่ SG&A คาดอยู่ที่ 5.25 พันล้านบาท (-1.8% QoQ, +2.6% YoY) จาก Bad debt และค่าใช้จ่ายการตลาดที่ลดลง
เราคาด EBITDA อยู่ที่ 2.87 หมื่นล้านบาท (+1.2% QoQ, +6.4% YoY) คิดเป็น EBITDA Margin ที่ 61.9% โดย Margin ยังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากทั้ง Revenue Growth และ Cost Saving
ภาพรวม 3Q26 สะท้อนว่า TRUE ยังอยู่ในช่วงที่ Revenue Growth และ Cost Reduction เกิดขึ้นพร้อมกัน ทำให้กำไรสามารถเติบโตได้เร็วกว่ารายได้ และช่วยเพิ่ม Operating Leverage ในระยะถัดไป แม้อาจมีผลกระทบจากรายการทางบัญชีบางรายการระหว่างไตรมาส แต่เรามองว่าไม่มีนัยสำคัญต่อแนวโน้มผลประกอบการ และไม่น่ามีรายการพิเศษขนาดใหญ่ในลักษณะเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในอดีตจนส่งผลต่อแนวโน้มกำไรอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทมีกำหนดรายงานผลประกอบการวันที่ 2 พ.ย. 2026
คงประมาณการและคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ 18.60 บาทต่อหุ้น
กำไร 9M26F คิดเป็น 73% ของประมาณการกำไรปี 2026 เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2026 ที่ 2.75 หมื่นล้านบาท (+44% YoY) และปี 2027 ที่ 3.0 หมื่นล้านบาท (+9% YoY)
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” อิงราคาเหมาะสมที่ 18.60 บาทต่อหุ้น จากวิธี DCF (WACC 9.0%, Terminal Growth 1.5%) โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันมี Downside จำกัดในเชิงพื้นฐาน จาก Dividend Yield ปี 2026F-2027F ที่ 4.9% และ 5.4% ตามลำดับ และบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลเป็นรายไตรมาส นอกจากนี้ หุ้นซื้อขายบน EV/EBITDA 2027F เพียง 6.6 เท่า ต่ำกว่าระดับ 8-9 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยในช่วงที่การแข่งขันของอุตสาหกรรมอยู่ในระดับไม่รุนแรงอย่างมีนัยสำคัญ
ความเสี่ยงสำคัญ 1) การลดสัดส่วนของ China Mobile 2) การแข่งขันด้านราคา 3) ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์