โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปลดล็อกเครื่องมือกำจัด “ปลาหมอคางดำ” แบ่งชัดปรับใช้ตามบริบทพื้นที่

Khaosod

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมประมง ออกแนวทางเครื่องมือประมงกำจัด “ปลาหมอคางดำ” แบ่งชัด 3 กลุ่ม เครื่องมือพื้นบ้านใช้ได้ เครื่องมือที่ขอผ่อนผัน ส่วน “ลอบพับได้-โพงพาง” ยังห้ามเด็ดขาด

นายประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงได้ออกประกาศ “แนวทางการใช้เครื่องมือทำการประมงเพื่อกำจัดปลาหมอคางดำ” เพื่อรวบรวมและซักซ้อมแนวทางปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่ ชาวประมง และประชาชนเข้าใจตรงกัน หลังการใช้เครื่องมือกำจัดปลาหมอคางดำในทางปฏิบัติที่ผ่านมาเผชิญข้อจำกัดทางกฎหมาย

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มความคล่องตัวในการใช้เครื่องมือประมงประเภทต่าง ๆ เพื่อเร่งควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำ ภายใต้กรอบพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามข้อสั่งการของศาลปกครองและนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายประเทศ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากรมประมงได้ทยอยพิจารณาผ่อนผันให้สามารถใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นตามสถานการณ์ แต่เพื่อให้ทุกพื้นที่ดำเนินการในทิศทางเดียวกัน จึงจัดทำแนวทางรวมขึ้นมา โดยเปิดให้คณะกรรมการประมงประจำจังหวัดสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและบริบทของแหล่งน้ำแต่ละพื้นที่

“กรมประมงพร้อมสนับสนุนการทำงานของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคประชาชน โดยมุ่งเน้นการกำจัดปลาหมอคางดำให้หมดไปโดยเร็วที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาสมดุลของระบบนิเวศและเคารพกติกาทางกฎหมายด้วย” นายประเทศ กล่าว

สำหรับแนวทางการใช้เครื่องมือ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก กลุ่มแรก คือเครื่องมือที่ประชาชนสามารถใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาตผ่อนผัน ได้แก่ เบ็ด ข่าย อวนติดตา แห ยอ ลอบ อวนลาก และอวนรุนประเภทที่ไม่ประกอบเครื่องยนต์ โดยการใช้เครื่องมือกลุ่มดังกล่าวมีเงื่อนไขเพื่อปกป้องสัตว์น้ำชนิดอื่น โดยห้ามลากขึ้นฝั่ง ห้ามล้อมจับ และห้ามใช้ในช่วงฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ วางไข่ หรือเลี้ยงตัวอ่อน ตามประกาศกรมประมงที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มที่ 2 เครื่องมือที่โดยปกติผิดกฎหมาย หรือมีข้อจำกัด แต่สามารถขออนุญาตผ่อนผัน หรือให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัด โดยสำนักงานประมงจังหวัดต้องแจ้งความประสงค์มายังกรมประมง พร้อมมติเห็นชอบจากคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด และระบุรูปแบบเครื่องมือ ขนาดเรือ วิธีการ และพื้นที่ใช้งานอย่างชัดเจน

สำหรับการใช้กระแสไฟฟ้า กรมประมงย้ำว่าเป็นวิธีที่ห้ามประชาชนใช้โดยเด็ดขาด เนื่องจากมีอันตรายต่อชีวิตและระบบนิเวศ หากมีความจำเป็นต้องใช้กำจัดปลาหมอคางดำ ต้องดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่กรมประมงเท่านั้น โดยประมงจังหวัดต้องประเมินความเหมาะสม และความจำเป็น พร้อมแจ้งฝ่ายปกครองในพื้นที่ล่วงหน้า และรายงานผลต่อกรมประมงหลังดำเนินการทุกครั้ง

ปัจจุบันอธิบดีกรมประมงได้อนุญาตให้หน่วยงานของกรมประมง ได้แก่ กองวิจัย และพัฒนาประมงน้ำจืด และสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่แพร่ระบาด ใช้กากชาเป็นสารเบื่อเมาเพื่อจับปลาหมอคางดำได้ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึง ใช้อวนล้อมจับ อวนลาก อวนทับตลิ่งในแหล่งน้ำจืด รวมถึงอวนรัง และเผือกรัง เพื่อกำจัดปลาหมอคางดำได้

อย่างไรก็ตาม หากสำนักงานประมงจังหวัดต้องการใช้กากชา หรือกลุ่มอวนขนาดใหญ่ดังกล่าว ต้องแต่งตั้งประมงจังหวัด หรือเจ้าหน้าที่กรมประมงในพื้นที่เป็นผู้ควบคุม กำกับดูแล และตรวจสอบการดำเนินงานโดยตรง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

กลุ่มที่ 3 เครื่องมือที่ยัง ห้ามเด็ดขาด และไม่มีการผ่อนผัน ได้แก่ ลอบพับได้ หรือที่เรียกว่า “ไอ้โง่” และเครื่องมือโพงพาง เนื่องจาก เครื่องมือทั้งสองประเภทไม่มีประสิทธิภาพในการจับปลาหมอคางดำ ขณะที่มีลักษณะทำลายล้างสูง กีดขวางทางน้ำ มีความเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมาย และกระทบต่อการใช้ประโยชน์ลำน้ำของส่วนรวม จึงไม่มีการผ่อนผันให้ใช้

นายประเทศกล่าวว่า แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมาย ให้การกำจัดปลาหมอคางดำดำเนินการได้อย่างถูกกฎหมาย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ รวมถึงลดความสับสนของหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ กรมประมงได้ส่งหนังสือเวียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ทั้งพื้นที่ที่พบ และยังไม่พบการแพร่ระบาด เพื่อให้หน่วยงานในพื้นที่ เกษตรกร ชาวประมง และประชาชนใช้แนวทางดังกล่าวเป็นบรรทัดฐานเดียวกันในการดำเนินงานต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปลดล็อกเครื่องมือกำจัด “ปลาหมอคางดำ” แบ่งชัดปรับใช้ตามบริบทพื้นที่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...