น้ำปนเปื้อนสารพิษปราจีนฯ ส่อวิกฤต จี้รัฐเตือนห้ามดื่ม ชี้น้ำต้มไม่ขจัดโลหะหนัก
28 ตุลาคม 2569 นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat ระบุว่า น้ำท่วม เกิดน้ำเสีย สารพิษแพร่กระจาย..กลายเป็นสารตั้งต้นของความไม่ไว้วางใจต่อรัฐบาล ในการจัดการขยะพิษ…คนปราจีนบุรีกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก..รัฐบาลจะจัดการอย่างไร?
ประชาชนขาดความเชื่อมั่น จากกรณี แม่น้ำ ลำคลองถูกปนเปื้อนด้วยสารพิษ สิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรีบดำเนินการทันที เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจากกรณีน้ำในคลองปนเปื้อนสารพิษในพื้นที่ อ.ศรีมโหสถ และ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการดังนี้
1. จัดหาแหล่งน้ำสะอาดและประกาศพื้นที่เฝ้าระวังทันที
-ประกาศเตือนและห้ามประชาชนนำน้ำและสัตว์น้ำจากลำคลองที่ได้รับผลกระทบมาใช้ในการอุปโภคบริโภค ทำการเกษตร หรือเลี้ยงสัตว์น้ำโดยเด็ดขาด
-ตรวจสอบระบบผลิตน้ำประปาในพื้นที่เสี่ยง หากพบน้ำดิบปนเปื้อนสารเคมีหรือโลหะหนัก ต้องสั่งระงับและเปลี่ยนไปใช้แหล่งน้ำสำรองที่ปลอดภัย รวมทั้งตรวจคุณภาพน้ำประปาที่ออกมาจากระบบว่าสามารถใช้อุปโภคบริโภคได้หรือไม่ โดยเฉพาะต้องตรวจโลหะหนักทั้งสารอะลูมิเนียม แคดเมียมโครเมียม ตะกั่ว และปรอทด้วย
-แจกจ่ายน้ำสะอาดและน้ำดื่มบรรจุขวดให้แก่ชุมชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างทั่วถึง
2. ตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เผชิญเหตุ ลงพื้นที่ตรวจรักษาผู้ที่มีอาการทางผิวหนัง ผื่นคัน แสบตา หรือเวียนศีรษะในชุมชนทันที รวมทั้งตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อตรวจระดับสารเคมีและโลหะหนักสำหรับกลุ่มเสี่ยงที่อาศัยอยู่ใกล้เส้นทางการไหลของน้ำปนเปื้อน
และต้องเฝ้าระวังระยะยาวโดยจัดทำทะเบียนผู้ได้รับผลกระทบเพื่อติดตามอาการต่อเนื่องเนื่องจากสารเคมีและโลหะหนักอาจส่งผลต่อร่างกายในระยะยาว รวมทั้งให้คำแนะนำวิธีสังเกตอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น และจัดทำช่องทางการติดต่อขอความช่วยเหลือแก่ชาวบ้านอย่างเป็นระบบ
3. ต้องรายงานผลจากห้อง Lab อย่างตรงไปตรงมา โดยหน่วยงานต้องตรวจสอบตัวอย่างน้ำ ตะกอนดิน และสัตว์น้ำ (เช่น สารอะลูมิเนียม โลหะหนัก และสารตัวทำละลาย) แล้วแถลงความคืบหน้าให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน ห้ามปกปิดข้อมูล
4. เยียวยาเกษตรกร โดยชดเชยกลุ่มเกษตรกรและผู้เลี้ยงปลากระชังที่ได้รับความเสียหายอย่างเป็นธรรมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
5. ควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษและสกัดกั้นการแพร่กระจาย สร้างคันกั้นน้ำหรือสั่งปิดท่อระบายน้ำที่เชื่อมต่อกับคลองสาธารณะ เพื่อกักขังมลพิษไม่ให้แพร่กระจายขยายวงกว้างไปยังลุ่มน้ำอื่นๆ เช่น กรณีที่ อบต.โคกไทยทำระบบกักน้ำเสียและผันน้ำไปพักในพื้นที่ปิด เพื่อไม่ให้สารพิษไหลลุกลามเข้าสู่พื้นที่เกษตร
6. ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบการในพื้นที่ และดำเนินคดีตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมและกฎหมายอาญาอย่างเคร่งครัด
กรมการแพทย์ ห่วงประชาชนปราจีนบุรี แนะเลี่ยงใช้น้ำสงสัยปนเปื้อนอะลูมิเนียม ย้ำต้มไม่ช่วยกำจัด
ขณะเดียวกัน กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานีแนะประชาชนดูแลสุขภาพ หลังมีรายงานการตรวจพบอะลูมิเนียมในแม่น้ำปราจีนบุรี ขอให้ติดตามประกาศคุณภาพน้ำจากหน่วยงานในพื้นที่ หลีกเลี่ยงนำน้ำที่สงสัยปนเปื้อนมาใช้ดื่มและประกอบอาหาร ย้ำการตรวจพบสารในน้ำไม่ได้หมายความว่า ผู้สัมผัสจะเกิดพิษทุกราย โดยผู้ป่วยโรคไตควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากกรณีมีรายงานการตรวจพบอะลูมิเนียมในแม่น้ำปราจีนบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำและจำเป็นต้องใช้น้ำในชีวิตประจำวัน กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี จึงให้คำแนะนำในการป้องกันและสังเกตอาการ เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ
อะลูมิเนียมเป็นโลหะที่พบได้ตามธรรมชาติในดินและหิน และอาจปนเปื้อนในแหล่งน้ำจากกิจกรรมอุตสาหกรรมหรือน้ำเสียได้ อย่างไรก็ตาม การตรวจพบอะลูมิเนียมในน้ำไม่ได้หมายความว่าประชาชนที่สัมผัสน้ำจะเกิดพิษทุกราย ต้องพิจารณาว่าได้รับสารมากเพียงใด ได้รับผ่านช่องทางใด และนานเท่าใด รวมถึงสุขภาพของแต่ละบุคคล ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ และหลีกเลี่ยงนำน้ำที่สงสัยปนเปื้อนมาใช้ดื่ม ประกอบอาหาร ล้างผักผลไม้ หรือแปรงฟัน จนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย โดยการต้มน้ำไม่สามารถกำจัดอะลูมิเนียมและโลหะหนักที่ละลายในน้ำได้
นายแพทย์ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวเพิ่มเติม อะลูมิเนียมที่เข้าสู่ร่างกายจากอาหารและน้ำส่วนใหญ่ไม่ถูกดูดซึม ส่วนที่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดจะถูกขับออกทางไต ขณะที่การดูดซึมผ่านผิวหนังเกิดขึ้นได้น้อยมาก หากได้รับในปริมาณสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตที่ขับสารออกได้ลดลง อาจเกิดการสะสมและส่งผลต่อระบบประสาท กระดูก และกล้ามเนื้อ เช่น ความจำหรือการรับรู้ผิดปกติ ปวดกระดูก และกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผลกระทบเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับการสะสมในปริมาณสูง ไม่ใช่อาการที่คาดว่าจะเกิดจากการสัมผัสน้ำเพียงครั้งเดียว
หากดื่มหรือสัมผัสน้ำที่สงสัยปนเปื้อนแล้วมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หรือระคายเคืองผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำ เพราะอาการดังกล่าวอาจเกิดจากสารปนเปื้อนชนิดอื่นร่วมด้วย ไม่สามารถสรุปว่าเกิดจากอะลูมิเนียมโดยตรง หากมีอาการรุนแรง เช่น ซึม สับสน ชัก หรือหายใจลำบาก ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำหรือสัมผัสน้ำและตะกอนดินในบริเวณที่มีประกาศแจ้งเตือน หากจำเป็นต้องทำงานในพื้นที่ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม หลังสัมผัสน้ำให้ล้างผิวหนังด้วยน้ำสะอาดและสบู่ พร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกหรือเปื้อน และไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าช่วย “ขับสารพิษ” มาใช้เอง เพราะอาจไม่ได้ประโยชน์และเกิดอันตรายได้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โทร. 02-548-1000 ต่อ 5706 หรือ 5713