โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

IMF ฉายภาพโลกที่ 'อยู่ในเรือลำเดียวกัน' AI–วิกฤตพลังงาน–หนี้ท่วม

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นางคริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวสุนทรพจน์ในช่วงพิธีเปิดการประชุมประจำปี IMF และกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2026 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ณ กรุงเทพมหานคร โดยฉายภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ถูกขับเคลื่อนโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมรายงานบทบาทของ IMF ในการรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้น

"เราทุกคนอยู่ในเรือลำเดียวกัน"

นางจอร์จีวาเริ่มต้นสุนทรพจน์ด้วยการกล่าวขอบคุณประเทศสมาชิก IMF และคณะกรรมการบริหาร พร้อมขอบคุณประเทศไทยสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยกล่าวถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และแบบจำลองเรือเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ที่จัดแสดงภายในงานว่า เป็นเครื่องเตือนใจว่า "เราทุกคนอยู่ในเรือลำเดียวกัน"

นอกจากนี้ ยังกล่าวขอบคุณธนาคารโลกในฐานะพันธมิตร โดยกล่าวถึงนายอเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก ว่าแม้ทั้งสองสถาบันจะปฏิบัติภารกิจด้วยวิธีที่แตกต่างกัน แต่ "เราพายเรือไปด้วยกัน"

โลกอยู่บนเส้นทางที่ดีขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้มาฟรี

นางจอร์จีวาระบุว่า ตนเชื่อมั่นว่าไม่ว่าประวัติศาสตร์จะคดเคี้ยวเพียงใด โลกยังอยู่บนเส้นทางที่ดีขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นเอง ทุกฝ่ายต้องทำงานหนัก ต้องใช้ประโยชน์จากโอกาสให้มากที่สุด และบริหารความเสี่ยงเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใครหรืออยู่ที่ใด

"วันนี้ เรือของเรากำลังถูกคลื่นแห่งเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์ซัดกระหน่ำ ความสามารถในการหักเลี้ยวและหลบหลีกถูกจำกัดด้วยภาระหนี้สาธารณะที่หนักอึ้ง จนถึงขณะนี้เรือยังพิสูจน์ได้ว่าแข็งแรง แต่การรักษาสภาพนี้ไว้ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก" นางจอร์จีวากล่าว

ความเร็วของเทคโนโลยี คือสิ่งใหม่

กรรมการผู้จัดการ IMF ชี้ว่า เทคโนโลยีอยู่คู่มนุษย์มาตั้งแต่อดีต แต่สิ่งที่แตกต่างในวันนี้คือ "ความเร็ว" ของการเปลี่ยนแปลง นอกเหนือจาก AI ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่ากลัวอย่างยิ่ง ยังมีหุ่นยนต์ขั้นสูง ควอนตัมคอมพิวติง ไฮเปอร์คลาวด์ ฟินเทค และความก้าวหน้าก้าวกระโดดทางการแพทย์

ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ บรรยากาศแห่งความไม่ไว้วางใจทำให้ประเทศต่าง ๆ ต้องเพิ่มประเด็นความมั่นคงเข้ามาพิจารณา นอกเหนือจากการมุ่งเน้นประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม ความไม่พอใจต่อระบบการค้าโลกในบางพื้นที่ก่อให้เกิดการหยุดชะงัก และ "จากยูเครนถึงอ่าวเปอร์เซีย เราเห็นแนวโค้งแห่งสงคราม"

จีดีพีโลกโต 3.1% คงที่ แต่ภายในแตกต่างสูง

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างกว้างขวาง นางจอร์จีวาระบุว่า เศรษฐกิจโลกยังมีเสถียรภาพอย่างน่าทึ่ง โดยเมื่อเดือนตุลาคม 2025 IMF คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2026 ไว้ที่ 3.1% และหนึ่งปีต่อมาตัวเลขยังคงอยู่ที่ 3.1% เท่าเดิม ขณะที่การค้าโลกยังไหลเวียนผ่านอุปสรรคทั้งหลายไปได้

การเติบโตที่ทรงตัวนี้เป็นผลสุทธิจาก 2 แรงใหญ่ที่สวนทางกัน ได้แก่ วิกฤตพลังงานซึ่งฉุดการเติบโต และกระแสบูมของ AI ซึ่งช่วยหนุนการเติบโต

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะลึกลงไปจะพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ โดยเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงครามถูกปรับลดประมาณการเติบโตลงอย่างมาก ขณะที่เศรษฐกิจที่อยู่ในห่วงโซ่มูลค่า AI ได้แก่ สหรัฐฯ จีน อินเดีย และประเทศอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย ได้รับการปรับเพิ่มประมาณการ

ประมาณการเศรษฐกิจของ IMF

หนี้สาธารณะสูงเกินไป ประเทศรวยหนักสุด

นางจอร์จีวาเตือนว่า มีหลายประเทศเกินไปที่แบกภาระหนี้สาธารณะมากเกินไป โดยประเทศร่ำรวยคือกลุ่มที่มีปัญหาหนักที่สุด แต่ระดับหนี้ในตลาดเกิดใหม่ก็กำลังเพิ่มขึ้นเช่นกัน

สำหรับประเทศรายได้ต่ำ แม้จะมีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีต่ำกว่า แต่ก็มีภาระดอกเบี้ยสูงและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เมื่อประกอบกับความช่วยเหลือทางการจากต่างประเทศที่ลดลง จึงเบียดบังงบประมาณที่ควรใช้เพื่อการพัฒนา

สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี

3 ผลกระทบมหภาค + ซูเปอร์เอลนีโญ

กรรมการผู้จัดการ IMF สรุปผลกระทบทางเศรษฐกิจมหภาคจากกระแสที่ตัดกันไว้อย่างชัดเจน 3 ประการ

ประการแรก วิกฤตอุปทานพลังงานดันเงินเฟ้อขึ้นและกดการเติบโตลง การขนส่งทางเรือยังอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตราย การขาดแคลนกำลังการกลั่นน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเริ่มส่งผลกระทบ และประเทศในซีกโลกเหนือจำเป็นต้องเร่งเติมคลังสำรองเชื้อเพลิงเพราะฤดูหนาวกำลังมาถึง

ราคาน้ำมัน

ประการที่สอง หนี้และการขาดดุลงบประมาณที่สูงบั่นทอนความสามารถของประเทศในการรองรับแรงกระแทก และยังอาจเป็นปัจจัยเร่งเงินเฟ้อ แม้การเติบโตทางเศรษฐกิจจะช่วยได้ แต่ไม่มีการเติบโตในระดับที่เป็นไปได้จริงใดที่จะพลิกเส้นทางหนี้ขาขึ้นได้รวดเร็วเพียงพอ หากปราศจากความพยายามด้านการคลัง

ประการที่สาม การมาถึงอย่างรวดเร็วของ AI ช่วยดันการเติบโตขึ้นจริง แต่ก็เติมเชื้อเงินเฟ้อในระยะสั้นด้วย เนื่องจาก AI สร้างความต้องการโครงสร้างพื้นฐานมหาศาล ซึ่งพึ่งพาเงินกู้มากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นกำลังจะมาถึงและคาดว่าจะมีมากขึ้นอีก แต่จะมากและเร็วเพียงใดยังต้องรอดู

นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญในปีนี้ยังเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยกระทบราคาอาหารซึ่งส่งผลต่อคนยากจนมากที่สุด และก่อให้เกิดความปั่นป่วนในด้านอื่น ๆ

บอนด์ยีลด์สหรัฐ-เยอรมนี-ญี่ปุ่น สูงสุดในรอบหลายสิบปี

นางจอร์จีวาระบุว่า ผลลัพธ์หนึ่งจากปัจจัยทั้งหมดนี้คือ "ตลาดพันธบัตรกำลังพูดกับเรา" โดยหลังจากปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของสหรัฐฯ เยอรมนี และญี่ปุ่น ได้แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002, 2009 และ 1996 ตามลำดับ

อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่สูงขึ้นนี้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนในทั้งตลาดเกิดใหม่และประเทศพัฒนาแล้ว รวมถึงยูโรโซน ปรับขึ้นตาม โดยประเทศที่มีหนี้สูงเห็นการปรับขึ้นมากกว่าตามที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือพลวัตของตลาดยังคงเป็นไปอย่างมีระเบียบ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น

หนุนเฟด-ECB-BOJ คุมเข้ม "ขึ้นดอกเบี้ยวันนี้ดีกว่าตามไม่ทัน"

กรรมการผู้จัดการ IMF ระบุว่า เมื่อมีหลายปัจจัยผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น และความทรงจำเรื่องเงินเฟ้อสูงในช่วงที่ผ่านมายังสดใหม่ ธนาคารกลางจึงควรมุ่งเน้นเสถียรภาพด้านราคาอย่างแน่วแน่ โดย IMF สนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดและการสื่อสารที่หนักแน่นของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในช่วงที่ผ่านมา

"การขึ้นอัตราดอกเบี้ยวันนี้ ดีกว่าการตามหลังสถานการณ์ แล้วต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยแรงกว่าเดิมในวันหน้า" นางจอร์จีวากล่าว พร้อมยอมรับว่า นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้นย่อมเพิ่มต้นทุนการระดมทุนของรัฐบาล และจะส่งผลเร็วขึ้นหากรัฐบาลมีหนี้ระยะสั้นในสัดส่วนสูง

ประเทศหนี้สูงต้องปรับสมดุลการคลัง

นางจอร์จีวาย้ำว่า "บทสรุปที่หลีกเลี่ยงไม่ได้" คือ การรักษาเสถียรภาพจำเป็นต้องมีการปรับสมดุลการคลังในประเทศที่มีหนี้สูงส่วนใหญ่ รัฐบาลต้องจัดทำแผนการคลังระยะกลางที่น่าเชื่อถือ และในบางกรณีต้องมีมาตรการที่ดำเนินการทันทีรองรับ

ข้อเรียกร้องให้รัดเข็มขัดทางการคลังนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับประเทศพัฒนาแล้วที่มีความสำคัญเชิงระบบและมีหนี้กับการขาดดุลสูง ไม่เพียงเพื่อประโยชน์ภายในประเทศ แต่ยังเพื่อช่วยประเทศอื่น เนื่องจากประเทศเหล่านี้สามารถสร้างผลกระทบล้นข้ามไปยังส่วนอื่นของโลกได้

"การปรับสมดุลการคลังเป็นเรื่องยาก ไม่ว่าที่ใดและเมื่อใด" กรรมการผู้จัดการ IMF กล่าว พร้อมระบุว่าผู้กำหนดนโยบายต้องอธิบายถึงความจำเป็น ต้องวางแผนที่จำกัดผลกระทบต่อการเติบโตในอนาคตให้มากที่สุด ขณะเดียวกันต้องคุ้มครองกลุ่มเปราะบางที่สุด และต้องดำเนินการปฏิรูปการคลังควบคู่กับนโยบายเชิงโครงสร้างเพื่อยกระดับศักยภาพการเติบโต

เตรียมพร้อมรับ AI–นำอนาคตไปสู่ทุกคน

นางจอร์จีวาระบุว่า ด้วยความเร็วที่ AI ก้าวไป นโยบายเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการสร้างความพร้อมด้าน AI ซึ่งมีความหมายแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นผู้ให้บริการ ผู้จัดหา หรือผู้ใช้ AI

AI แบบเรียบง่ายที่เข้าถึงได้ผ่านสมาร์ทโฟนอาจกลายเป็นเครื่องมือที่เป็นประชาธิปไตยอย่างยิ่ง โดยนางจอร์จีวายกคำกล่าวของวิลเลียม กิบสัน นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ ที่ว่า "อนาคตมาถึงแล้ว เพียงแต่ยังกระจายไม่ทั่วถึง" และระบุว่าภารกิจของทุกฝ่ายคือการนำอนาคตนี้ไปสู่ทุกคน

ภัยไซเบอร์ คือความกังวลลึกที่สุด

ขณะเดียวกัน ทุกประเทศต้องปกป้องตนเองจากความเสี่ยงสำคัญที่มาพร้อมกับ AI ตั้งแต่ปัญหาการว่างงานในกลุ่มเยาวชน การกัดกร่อนฐานภาษี ไปจนถึงความไม่มั่นคงทางการเงิน โดยความกังวลที่ลึกที่สุดอาจเป็นความเสี่ยงทางไซเบอร์ ซึ่งก่อให้เกิดความหวาดกลัวต่อความปั่นป่วนทางการเงิน การหยุดชะงักของโครงสร้างพื้นฐาน หรือสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น

นางจอร์จีวาระบุว่า จำนวนการโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ขณะที่ระยะเวลาระหว่างการค้นพบช่องโหว่กับการถูกใช้ประโยชน์โจมตีกำลังหดสั้นลงจากหลายเดือนเหลือหลายชั่วโมง และอีกไม่นานจะเหลือเพียงไม่กี่นาที "เราอยู่ในการแข่งขันเพื่อให้ฝ่ายคนดีนำหน้าฝ่ายคนร้ายอยู่หนึ่งก้าวเสมอ"

"ระบบ AI ระดับโลกที่ไร้พรมแดน อาจแข็งแกร่งได้เพียงเท่าจุดที่อ่อนแอที่สุด" ดังนั้น การทำให้หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกสามารถเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ได้จึงกลายเป็นเรื่องของประโยชน์ส่วนรวม และสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนคือความร่วมมือระหว่างประเทศที่เร่งด่วนและปฏิบัติได้จริง

IMF ยกเครื่องงานหลัก "กองทุนไม่เคยหยุดพัก"

ในส่วนของบทบาท IMF นางจอร์จีวาระบุว่า ผ่านงานพัฒนาขีดความสามารถและโครงการประเมินภาคการเงิน (FSAP) IMF ช่วยให้ประเทศต่าง ๆ เสริมความแข็งแกร่งของระบบการเงิน รวมถึงการป้องกันความท้าทายด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลก

ในแต่ละปี IMF ดำเนินโครงการความช่วยเหลือทางวิชาการและการฝึกอบรมด้านการกำกับดูแลภาคการเงินราว 300 โครงการ และจัดทำ FSAP ราว 15 ครั้ง โดยในปีนี้ได้ทบทวน FSAP ซึ่งทำทุก 5 ปีแล้วเสร็จ เพื่อให้มั่นใจว่างานยังอยู่ในแถวหน้า

นอกจากนี้ IMF ยังได้ทบทวนอย่างรอบด้านในงานติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ (Surveillance) เงื่อนไขการให้กู้ยืม และวิธีการประเมินความยั่งยืนทางหนี้สำหรับประเทศรายได้ต่ำแล้วเสร็จด้วยเหตุผลเดียวกัน "กองทุน ซึ่งเป็นกองทุนของท่าน ไม่เคยหยุดพัก" นางจอร์จีวากล่าว

ความไม่สมดุลโลก: สหรัฐฯ ต้องออม จีนต้องบริโภค ยุโรปต้องลงทุน

นางจอร์จีวาระบุว่า โดยพื้นฐานแล้ว งานด้านเศรษฐกิจมหภาคของ IMF คือการแก้ไขความไม่สมดุลทั้งภายในประเทศและระดับโลก ทั้งด้านการคลัง และความไม่สมดุลระหว่างการออมภาคเอกชน การลงทุน และการค้า ทั้งภายในและระหว่างประเทศ ซึ่ง IMF กำลังพัฒนาวิธีการประเมินและคำแนะนำให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

IMF เรียกร้องให้สมาชิกรายใหญ่ที่สุดให้ความสำคัญกับความท้าทายนี้อย่างจริงจัง โดย "สหรัฐฯ ต้องออมมากขึ้น จีนต้องบริโภคมากขึ้น และยุโรปต้องลงทุนมากขึ้น" ทุกฝ่ายมีการบ้านด้านนโยบายมากมาย ได้แก่ การปรับสมดุลการคลังในสหรัฐฯ การลดบทบาทรัฐในการตัดสินใจทางเศรษฐกิจและการสร้างตาข่ายรองรับทางสังคมที่ดีขึ้นในจีน และการบูรณาการที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในสหภาพยุโรป

อย่างไรก็ตาม ในระยะใกล้ แนวโน้มยังคงเดินไปผิดทิศทาง โดยสหรัฐฯ ยังพึ่งพาอุปสงค์ในประเทศมากเกินไป ขณะที่จีนพึ่งพาการส่งออกสุทธิ แต่นี่เป็นภารกิจระยะกลาง ที่มีเป้าหมายเพื่อสกัดการสะสมความเปราะบางของโลก

พร้อมปล่อยกู้ สินเชื่อผ่อนปรนสูงกว่าค่าเฉลี่ย 4 เท่า

นางจอร์จีวาระบุว่า ระหว่างทาง บางประเทศอาจสะดุด และเมื่อเกิดขึ้น IMF พร้อมเข้าไปรองรับ ปัจจุบันยอดสินเชื่อคงค้างรวมกับวงเงินที่ผูกพันแต่ยังไม่เบิกจ่ายของ IMF อยู่ที่ 240,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีศักยภาพการปล่อยกู้ที่ยังไม่ได้ใช้อีกราว 3 เท่าของจำนวนดังกล่าว ขณะที่สินเชื่อผ่อนปรนอยู่ที่ 36,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4 เท่าของค่าเฉลี่ยในอดีต

ขอแรงสมาชิกหนุน PRGT ถึงเป้า 90%

กรรมการผู้จัดการ IMF ได้ร้องขอที่สำคัญต่อประเทศสมาชิก โดยระบุว่าการทำให้กองทุนทรัสต์เพื่อการลดความยากจนและการเติบโต (PRGT) ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการให้สินเชื่อผ่อนปรนของ IMF ก้าวสู่ความยั่งยืนด้วยตนเอง จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบในวงกว้างสำหรับการจัดสรรเงินจากบัญชีชั่วคราว

จนถึงขณะนี้ มี 39 ประเทศให้คำยืนยันรวมเกือบ 48% นางจอร์จีวาแสดงความยินดีต่อความพยายามของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปในการหาแนวทางให้คำยืนยัน ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะทำให้สัดส่วนเพิ่มเป็น 74% และจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของกรอบการดำเนินงานนี้ ซึ่งมีเป้าหมายที่ตกลงกันไว้ที่ 90% พร้อมขอให้ประเทศสมาชิกที่เหลือร่วมสนับสนุนเพื่อไปให้ถึงเส้นชัย

นอกจากนี้ ระหว่างการประชุมประจำปีครั้งนี้ IMF ได้รับคำมั่นสนับสนุนใหม่สำหรับงานพัฒนาขีดความสามารถ (CD) มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นความสำเร็จสำคัญ คิดเป็นราวหนึ่งในสี่ของงบประมาณใช้จ่ายด้าน CD ต่อปีของ IMF

ปิดท้ายด้วยพระราชดำรัส ในหลวงรัชกาลที่ 9

ในช่วงท้ายของสุนทรพจน์ นางจอร์จีวากล่าวว่า การยืนอยู่ในประเทศที่งดงามแห่งนี้ ไม่มีวิธีใดดีไปกว่าการปิดท้ายด้วยพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเตือนใจว่า ประโยชน์และผลดีทั้งหลายไม่ได้เกิดขึ้นเองได้ หากแต่ต้องค่อย ๆ สร้างสม สั่งสม และเสริมสร้างให้แข็งแกร่งขึ้นตามกาลเวลา

"นี่คือแก่นแท้ของงานของเรา คือการมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละเพื่อทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลา ต้องใช้ความอุตสาหะ และจะทำได้ดีที่สุดเมื่อเราร่วมมือกัน IMF พร้อมด้วยประเทศสมาชิก 191 ประเทศ จะยังคงทำงานอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อเป้าหมายนี้" นางจอร์จีวากล่าว ก่อนกล่าวขอบคุณประเทศไทยและส่งต่อเวทีให้นายอเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก

ตัวเลขสำคัญจากสุนทรพจน์

ประเด็น

ตัวเลข

ประมาณการจีดีพีโลกปี 2026

3.1% (เท่ากับประมาณการเมื่อ ต.ค. 2025)

บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ / เยอรมนี / ญี่ปุ่น

สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002 / 2009 / 1996

สินเชื่อคงค้าง + วงเงินผูกพันของ IMF

240,000 ล้านดอลลาร์

ศักยภาพปล่อยกู้ที่ยังไม่ใช้

ราว 3 เท่าของยอดข้างต้น

สินเชื่อผ่อนปรน

36,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 4 เท่าค่าเฉลี่ยในอดีต)

คำยืนยันสนับสนุน PRGT

39 ประเทศ เกือบ 48% (เป้าหมาย 90%)

คำมั่นสนับสนุน CD ใหม่

มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์

โครงการ TA/ฝึกอบรมด้านกำกับภาคการเงิน

ราว 300 โครงการต่อปี

FSAP

ราว 15 ครั้งต่อปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...