อัปเดต "เขื่อนป่าสักฯ" น้ำไหลผ่าน 2,245 ลบ.ม. "กรมชลประทาน" ทยอยระบายแบบขั้นบันได ชี้ต้องเฝ้าระวังกทม.ปริมณฑล ฝนเพิ่ม 5-7 ต.ค.นี้
วันนี้ ( 3 ต.ค.) กรมชลประทาน อัปเดตสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,245 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลง , สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,500 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อน +17.82 ม.รทก. ทรงตัว แต่จากสถานการณ์ฝนตกหนักบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาและในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาขณะนี้ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป ขณะเดียวกัน กรมชลประทาน ยืนยัน ติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำป่าสักอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการและจัดจราจรน้ำในระบบชลประทานอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมปริมาณน้ำและกระจายการระบายน้ำให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ โดยปัจจุบันการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ และ ไม่ส่งผลกระทบต่อแนวคันกั้นน้ำของกรุงเทพมหานคร พร้อมเร่งพร่องน้ำในระบบคลองและเตรียมพื้นที่รองรับฝนระลอกใหม่ พร้อมขอให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำฝนสะสมในพื้นที่เป็นสำคัญ ปัจจุบัน (3 ตุลาคม 2569) ปริมาณน้ำที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ มีแนวโน้มลดลง หลังปริมาณน้ำสูงสุดผ่านไปแล้ว ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำท้ายเขื่อนประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยกรมชลประทานติดตามปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาและฝนที่ตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมบริหารจังหวะการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ สำหรับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งมีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ในระดับสูง กรมชลประทานได้ทยอยระบายน้ำแบบขั้นบันได เพื่อพร่องน้ำและเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ โดยจะบริหารการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงศักยภาพของระบบระบายน้ำด้านท้าย ทั้งนี้ ปริมาณน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะไหลมาบรรจบกัน ก่อนจะไหลผ่านที่สถานีวัดน้ำ C.29B อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดวัดน้ำก่อนไหลผ่านกรุงเทพมหานคร โดยเช้านี้มีปริมาณน้ำเฉลี่ยประมาณ 2,382 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ยังอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อแนวคันกั้นน้ำของกรุงเทพมหานคร (ไม่เกิน 3,600 ลบ.ม./วินาที) โดยกรมชลประทานได้บริหารจัดจราจรน้ำผ่านระบบคลองและอาคารชลประทาน เพื่อกระจายและชะลอปริมาณน้ำ รวมทั้งพร่องน้ำในระบบล่วงหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับน้ำก่อนเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในระยะนี้ คือฝนตกหนักและน้ำฝนสะสม เนื่องจากน้ำฝนที่ตกลงในเขตเมืองโดยตรงจะเข้าสู่ระบบระบายน้ำในทันที ซึ่งแตกต่างจากน้ำที่ระบายจากเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะบริเวณลุ่มต่ำ จุดที่มีข้อจำกัดด้านการระบายน้ำ และริมตลิ่ง จึงขอให้ติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด จากการคาดการณ์สภาพอากาศ ช่วงวันที่ 5 - 7 ตุลาคม จะมีฝนเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ ก่อนที่ช่วงวันที่ 8 - 9 ตุลาคม ฝนมีแนวโน้มลดลง และในช่วงวันที่ 11 - 14 ตุลาคม มีแนวโน้มเกิดฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคกลาง ตั้งแต่นครสวรรค์ลงมา กรมชลประทานจึงเร่งใช้ช่วงเวลาที่ปริมาณน้ำเหนือมีแนวโน้มลดลงในการพร่องน้ำในระบบชลประทาน เพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ และเตรียมความพร้อมของระบบระบายน้ำ เพื่อรองรับฝนระลอกใหม่ กรมชลประทานขอให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ติดตามพยากรณ์อากาศ สถานการณ์ฝน และประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ กรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์น้ำและฝนอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับการบริหารจัดการและจัดจราจรน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้การระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนและพื้นที่เมืองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสะสมของน้ำ และลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล