โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อัปเดต "เขื่อนป่าสักฯ" น้ำไหลผ่าน 2,245 ลบ.ม. "กรมชลประทาน" ทยอยระบายแบบขั้นบันได ชี้ต้องเฝ้าระวังกทม.ปริมณฑล ฝนเพิ่ม 5-7 ต.ค.นี้

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

วันนี้ ( 3 ต.ค.) กรมชลประทาน อัปเดตสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,245 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลง , สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,500 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อน +17.82 ม.รทก. ทรงตัว แต่จากสถานการณ์ฝนตกหนักบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาและในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาขณะนี้ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป ขณะเดียวกัน กรมชลประทาน ยืนยัน ติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำป่าสักอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการและจัดจราจรน้ำในระบบชลประทานอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมปริมาณน้ำและกระจายการระบายน้ำให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ โดยปัจจุบันการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ และ ไม่ส่งผลกระทบต่อแนวคันกั้นน้ำของกรุงเทพมหานคร พร้อมเร่งพร่องน้ำในระบบคลองและเตรียมพื้นที่รองรับฝนระลอกใหม่ พร้อมขอให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำฝนสะสมในพื้นที่เป็นสำคัญ ปัจจุบัน (3 ตุลาคม 2569) ปริมาณน้ำที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ มีแนวโน้มลดลง หลังปริมาณน้ำสูงสุดผ่านไปแล้ว ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำท้ายเขื่อนประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยกรมชลประทานติดตามปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาและฝนที่ตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมบริหารจังหวะการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ สำหรับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งมีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ในระดับสูง กรมชลประทานได้ทยอยระบายน้ำแบบขั้นบันได เพื่อพร่องน้ำและเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ โดยจะบริหารการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงศักยภาพของระบบระบายน้ำด้านท้าย ทั้งนี้ ปริมาณน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะไหลมาบรรจบกัน ก่อนจะไหลผ่านที่สถานีวัดน้ำ C.29B อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดวัดน้ำก่อนไหลผ่านกรุงเทพมหานคร โดยเช้านี้มีปริมาณน้ำเฉลี่ยประมาณ 2,382 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ยังอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อแนวคันกั้นน้ำของกรุงเทพมหานคร (ไม่เกิน 3,600 ลบ.ม./วินาที) โดยกรมชลประทานได้บริหารจัดจราจรน้ำผ่านระบบคลองและอาคารชลประทาน เพื่อกระจายและชะลอปริมาณน้ำ รวมทั้งพร่องน้ำในระบบล่วงหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับน้ำก่อนเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในระยะนี้ คือฝนตกหนักและน้ำฝนสะสม เนื่องจากน้ำฝนที่ตกลงในเขตเมืองโดยตรงจะเข้าสู่ระบบระบายน้ำในทันที ซึ่งแตกต่างจากน้ำที่ระบายจากเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะบริเวณลุ่มต่ำ จุดที่มีข้อจำกัดด้านการระบายน้ำ และริมตลิ่ง จึงขอให้ติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด จากการคาดการณ์สภาพอากาศ ช่วงวันที่ 5 - 7 ตุลาคม จะมีฝนเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ ก่อนที่ช่วงวันที่ 8 - 9 ตุลาคม ฝนมีแนวโน้มลดลง และในช่วงวันที่ 11 - 14 ตุลาคม มีแนวโน้มเกิดฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคกลาง ตั้งแต่นครสวรรค์ลงมา กรมชลประทานจึงเร่งใช้ช่วงเวลาที่ปริมาณน้ำเหนือมีแนวโน้มลดลงในการพร่องน้ำในระบบชลประทาน เพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ และเตรียมความพร้อมของระบบระบายน้ำ เพื่อรองรับฝนระลอกใหม่ กรมชลประทานขอให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ติดตามพยากรณ์อากาศ สถานการณ์ฝน และประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ กรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์น้ำและฝนอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับการบริหารจัดการและจัดจราจรน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้การระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนและพื้นที่เมืองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสะสมของน้ำ และลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...