โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“ต๋อย ไตรภพ” เปิดใจปิดบริษัทบอร์นฯ หลังสู้คลื่นลมเศรษฐกิจ 40 ปี ยันไม่คิดเลิกทำรายการ เผยเตรียมปรับโฉมลุยออนไลน์ 3 ปีแล้ว

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

“ต๋อย ไตรภพ” เปิดใจปิดบริษัทบอร์นฯ หลังสู้คลื่นลมเศรษฐกิจ 40 ปี ยันไม่คิดเลิกทำรายการ เผยเตรียมปรับโฉมลุยออนไลน์ 3 ปีแล้ว พร้อมดูแลพนักงานชดเชย 300-400 วัน ลั่นถ้าคลื่นสงบพร้อมนำเรือกลับลงทะเลอีกครั้ง

จากกรณีบริษัท บอร์น ออพเพอเรชั่น จำกัด บริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ของพิธีกรชื่อดัง “ต๋อย” ไตรภพ ลิมปพัทธ์ ประกาศเตรียมปิดกิจการในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 พร้อมเลิกจ้างพนักงานทุกตำแหน่ง โดยระบุถึงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำและชะลอตัวอย่างรุนแรง จนกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากแฟนรายการและผู้ติดตามเป็นจำนวนมากนั้น

ล่าสุด วันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายไตรภพได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า เรื่องการปิดบริษัทบอร์นฯ เป็นเรื่องภายในองค์กรที่ไม่ได้มีเจตนาให้เผยแพร่ผ่านสื่อ แต่มีเอกสารบางส่วนหลุดออกไปก่อน พร้อมยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เนื่องจากบริษัทได้ดำเนินการปรับโครงสร้างมาอย่างต่อเนื่องประมาณ 3 ปี เพื่อประเมินทิศทางธุรกิจและหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด

นายไตรภพกล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา บริษัทพยายามดำเนินการทุกอย่างอย่างถูกต้อง และคำนึงถึงศักดิ์ศรีของทุกฝ่ายเป็นสำคัญ หลังประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่า หากยังเดินหน้าธุรกิจต่อไป อาจส่งผลกระทบและสร้างภาระในอนาคต จึงนำเรื่องเข้าหารือกับสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 หลายครั้ง ก่อนมีข้อสรุปเกี่ยวกับการหยุดผลิตรายการ “ครัวคุณต๋อย” และ “ทูเดย์โชว์” ภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2569 โดยได้แจ้งให้ทางช่องทราบล่วงหน้าแล้ว 3 เดือน

สำหรับการดำเนินธุรกิจตลอด 40 ปีที่ผ่านมา นายไตรภพเปรียบบริษัทเป็นเสมือนเรือที่แล่นอยู่กลางมหาสมุทร โดยตนเองทำหน้าที่เป็นกัปตันเรือ แต่เมื่อเผชิญกับคลื่นลมที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยพบมา จึงต้องตัดสินใจว่าจะฝืนต่อสู้กับพายุต่อไปจนทุกคนอาจจมไปพร้อมกับเรือ หรือเลือกนำเรือขึ้นฝั่งเพื่อรักษาลูกเรือเอาไว้

เมื่อหารือร่วมกับพนักงาน ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าการนำเรือขึ้นฝั่งเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เพื่อให้พนักงานได้รับเงินชดเชยและมีโอกาสตั้งหลักสำหรับอนาคต แทนการฝืนดำเนินธุรกิจต่อไปจนเกิดความเสียหายมากกว่าเดิม โดยพนักงานบางส่วนร่วมงานกับบริษัทมาเป็นเวลานาน และพนักงานที่อายุน้อยที่สุดมีอายุประมาณ 51 ปี สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างองค์กรกับบุคลากรที่ทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนาน

ทั้งนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานและบุคคลภายนอกที่เป็นกำลังสำคัญในการดำเนินงาน โดยมีการหารือเรื่องเงินชดเชยในระดับประมาณ 300-400 วัน เพื่อให้ทุกคนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมที่สุด

นายไตรภพยังยืนยันว่า บริษัทไม่ได้ประสบภาวะขาดทุนในขณะนี้ แต่เป็นการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า หากยังดำเนินกิจการต่อไปอาจต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนและภาระค่าใช้จ่ายในการชดเชยพนักงานในอนาคต บริษัทจึงเลือกปรับโครงสร้างในช่วงเวลาที่เห็นว่ายังสามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างเหมาะสม

ส่วนกระแสข่าวที่ว่าการปิดบริษัทหมายถึงการยุติการผลิตรายการทั้งหมดอย่างถาวรนั้น นายไตรภพชี้แจงว่า ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย เนื่องจากเอกสารที่เผยแพร่ออกไปเป็นเพียงร่างเอกสารภายในที่อยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินงาน และยังมีขั้นตอนอื่นที่ต้องดำเนินการต่อไป

พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีความคิดที่จะเลิกทำรายการ แต่ต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตและช่องทางการนำเสนอให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเปรียบเทียบว่าการนำเรือขึ้นฝั่งครั้งนี้เป็นเพราะคลื่นลมรุนแรงเกินกว่าจะฝืนเดินหน้าต่อ แต่หากสถานการณ์กลับมาสงบลง ก็พร้อมนำเรือกลับลงสู่ทะเลอีกครั้ง

นายไตรภพกล่าวด้วยว่า ในฐานะนักธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมาได้เตรียมแนวทางดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ไว้แล้ว มุ่งเน้นการทำงานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมปรับโฉมรายการและรูปแบบการผลิตใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้ชมในยุคปัจจุบัน

การปรับโครงสร้างบริษัทบอร์นฯ ครั้งนี้จึงเป็นการเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ ควบคู่กับการดูแลพนักงานที่ร่วมงานกันมาอย่างยาวนาน ขณะที่นายไตรภพยังคงมีแผนเดินหน้าสร้างสรรค์รายการในรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นแนวทางที่เตรียมการมาอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...