ความทรงจำจะพาเรากลับไปเจอใครบางคนเสมอ... “ใครบ้าง...ไม่เคยบอบช้ำจากการเติบโต?”
ปากกาขนนก /สกุล บุณยทัต
“เราต่างมีความทรงจำเป็น…สมบัติที่พะรุงพะรังติดตัวบ้างเป็นความสุขที่ไม่อยากจะลืมเลือน แต่บ้างก็เป็นความทุกข์เหนือความทุกข์ที่ไม่อยากจะจดจำ…ชีวิตไม่อาจเลือกความสุขที่เลิศล้ำให้แก่ตนเองได้เช่นเดียวกับการไม่อาจเลี่ยงพ้นหลุมบ่อแห่งความทุกข์เศร้า ที่พันธนาการการรับรู้ของตัวตนอยู่ทุกเมื่อ!
…ในทุกๆ การเติบโต แม้จะเคยประสบกับโชคดีอยู่บ้าง…แต่ส่วนใหญ่แล้ว ความเป็นชีวิตไม่ว่าจะของใครก็ตาม ก็ย่อมจะต้องเคยเผชิญกับความยากลำบากที่โหมกระหน่ำเข้าใส่ ไม่โอกาสใดก็โอกาสหนึ่ง…!”มันคือวิถีแห่งชะตากรรมที่แท้!
…“ใครบ้าง…ที่ไม่เคยบอบช้ำจากการเติบโต?”
ซึ่งหากไม่เสแสร้งแกล้งลืมไปเสียหมด…เราล้วนต่างตกเป็นเหยื่อของความบอบช้ำ…ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับว่า…เราได้ตระหนักรู้กับรสชาติอันขมขื่นแห่งกาลเวลาของชีวิตนี้กัน…สักเพียงไหน?!
“สุดท้ายแล้วดอกไม้ทุกดอก ก็มีชีวิตจำกัดในการเติบโต เหมือนกับชีวิตของคนเราทุกคน”
บทกล่าวนำข้างต้น คือสาระอันชวนใคร่ครวญจากหนังสือแห่งความพินิจพิเคราะห์ของชีวิต… “ความทรงจำจะพาเรากลับไปเจอใครบางคน” …ประพันธกรรมแห่งความรู้สึกและสำนึกคิดโดย “Iwloli” ผู้ผูกเรื่องราวด้วยแก่นเรื่องหลัก (Core Theme) โดยเน้นย้ำถึงความคิดถึง ความทรงจำ และความรู้สึกตกค้างที่ฝังอยู่ในใจ…
หลังจากสัมพันธภาพบางอย่างได้จบลงไปแล้วในโลกแห่งความเป็นจริง แต่กลับมีชีวิตอยู่ต่อ…ในความทรงจำ…“ความทรงจำคือไฟที่ไม่เคยมอดดับลง ส่วนความคิดถึงคือน้ำมันที่พร้อมทำให้ไฟกลับมาลุกโชนขึ้นอีกครั้ง…!”
นั่นหมายถึงว่า…สิ่งต่างๆ ย่อมจะไม่อยู่กับเราตลอดไป…เป็นการเน้นย้ำถึงความเป็นจริงที่ว่า…
“ครั้งหนึ่งในสิ่งที่เคยมี…มันจะไม่ได้ดำรงอยู่ในความหมายที่แปลว่าจักต้องยั่งยืนถาวรตลอดไป…ที่สุดแล้ว มีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะเยียวยาแผลใจ พร้อมกับค่อยๆ ลบเลือนบางสิ่งบางอย่างออกไปตามกาลเวลา…
ไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่งตลอดเวลา ปล่อยความรู้สึกไปตามที่หัวใจรับไหวก็พอ”
ว่ากันว่า…บางครั้งเพียงแค่บทเพลงเก่า กลิ่นฝน หรือสถานที่เดิมๆ ก็สามารถพาใครบางคนหวนกลับมาในความรู้สึกได้อย่างไม่ทันตั้งตัว…มันคือสิ่งที่กระตุ้นเร้าความทรงจำ (Triggers)
“ไม่มีสิ่งใดในโลกไร้การเปลี่ยนแปลง ไม่มีดอกไม้ชนิดใดจะคงความงามได้ตลอดไปทุกชีวิตล้วนมีวันเสื่อมสลาย และสุดท้ายก็ถูกลืม…”
เหตุนี้…เราจึงจำเป็นที่จะต้องโอบกอด “ชีวิตของอดีต”…อย่างเข้าใจ เพราะมันคือสิ่งที่สอนให้เราได้เรียนรู้ในการจดจำอีกฝ่าย ด้วยสถานะของความทรงจำ แม้ช่วงเวลานั้นๆ จะจบสิ้นลงไปแล้วก็ตาม…!
“ทุกอย่างมีเวลาจำกัดเสมอ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องราวในความทรงจำและไม่ว่าความทรงจำนั้นจะเป็นเรื่องดีหรือเลวร้ายหากถึงวันหนึ่งที่ชีวิตสิ้นสุดลง ความทรงจำเหล่านั้นก็ร่วงโรยไปตามกาลเวลา…เช่นกัน…!”
หนังสือเล่มนี้…เป็นหนังสือเล่มแรกของผู้เขียน “Iwloli” เป็นการนำเสนอผ่านบทเรียนแห่งบทความและความเรียงสั้นๆ…ที่ตั้งใจจะบอกกล่าวถึงความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับความทรงจำถึงใครบางคน ไม่ว่าจะเป็นคนรัก เพื่อน คนในครอบครัว หรือแม้แต่ตัวเราของเราเอง…โดยการเร้นซ่อนรอยยิ้ม คราบน้ำตา ความทุกข์ ความสุข ในหลากหลายภาวะรู้สึก…ของเมื่อ “วันวาน” ได้อย่างละเอียดอ่อนและเป็นอย่างดี…!
ไม่ว่าจะหวนคืนกลับไปนึกถึงอีกกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง…ก็ยังสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของการเป็นวันวานและอดีตได้อย่างอิ่มเต็ม…!
ซึ่งก็จะทำให้ผู้อ่านทุกคน…ย่อมสามารถที่จะค้นพบใครคนหนึ่งในความทรงจำของตน…เมื่อเนิ่นนานมาแล้ว…!
“เมื่อดอกไม้ที่สดใส…กลับกลายเป็นเพียงดอกไม้ที่ไร้ชีวิต…ผีเสื้อที่เคยบินวนรอบดอกไม้ดอกนั้น จึงหายไปเหมือนกับเธอ ผู้เคยเป็นดั่งดอกไม้ที่สดใส ทว่าตอนนี้กลับไม่เป็น…เช่นนั้น”
“Iwloli” ได้ตั้งสมมติฐานว่า…มนุษย์ทุกคนล้วนมีความทรงจำจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจมีหรืออาจเป็นความทรงจำที่ยังคิดถึงอยู่ ตลอดจนความทรงจำที่หายไป หรือกระทั่ง…เรื่องราวที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกเบื้องลึกผ่านออกมาเป็นตัวอักษร โดยซ่อนความสุข ความเศร้า และรอยน้ำตาเอาไว้…!
โดยเชื่ออยู่เสมอว่า…ความทรงจำไม่มีวันจางหาย แม้เราจะลืมเลือนมันไปเพียงชั่วคราว แต่สุดท้ายแล้วเราก็ยังจดจำใครคนหนึ่งไว้ในความทรงจำได้เสมอ ไม่ว่าจะเปลี่ยนผ่านไปกี่ฤดูกาลแล้วก็ตาม เพราะมันจะวนเวียนกลับมาอยู่เช่นนั้นตลอดไป…!
“ดอกไม้แห่งความทรงจำชั่วนิรันดร์ยังคงเติบโตอยู่ในสวนหลังบ้าน ฉันปลูกมันไว้ตั้งแต่ที่เธอยังอยู่ และมันยังคงออกดอกให้ได้เชยชมมาโดยตลอด…
แม้วันที่เธอจากไป…ดอกไม้นั้นก็ยังเติบโตอย่างสวยงามเสมอมา เช่นเดียวกับความทรงจำของเราที่ยังคงอยู่และไม่ถูกลืมเลือนไป…
ไม่ว่าเธอจะอยู่แห่งหนใด ฉันหวังว่าเธอจะเติบโตขึ้นในพื้นที่ของตัวเองเป็นอย่างดี…!”
รูปรอยของความทรงจำในวันวาน…ความทรงจำในความคิดถึง และความทรงจำที่ถูกลืม…ได้ถูกร้อยเรียงเป็นลำนำอักษรเฉพาะตัว ที่แผ่ขยายออกไปสู่โลกกว้างทางความคิดและการซึมซับสู่ภาวะรับรู้ด้านใน…มันคือ “ถ้อยคำถาม” ที่ปรารถนาคำตอบแห่งใจและใจ…!
“ถึงใครสักคนที่ฉันเคยตกหลุมรัก…
วันที่ฉันแหงนหน้ามองท้องฟ้า…แล้วยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกจากใจจริง…เป็นเวลาที่ฉันไม่เคยลืมเธอได้เลย…และเธอยังคงอยู่ในใจฉันเสมอ…แม้ความรู้สึกที่เคยมีจะไม่เหมือนเดิมแล้ว…ก็ตาม!”
ในห้วงขณะของความรัก…ความรู้สึกอันจริงแท้มักเติบใหญ่ขึ้นจนท่วมโลก…นัยทางความรู้สึกทั้งล่องลอยและเวียนวนจนยากจะหยุดยั้ง…มันคือละอองไอของจิตวิญญาณของการสดับรับรู้อันแผ่วพลิ้ว…!
“เธอเป็นคนเดียวที่ฉันไม่รู้สึกเสียดายรักที่มอบให้เมื่อก่อนเคยรู้สึกดีด้วยอย่างไร ตอนนี้ก็ยังรู้สึกแบบนั้น
แม้ว่า…สุดท้ายฉันจะได้รับความเจ็บปวดกลับมาแต่ฉันยังแอบเฝ้ามอง และ…มอบความรักดีๆ ให้เธอต่อไป…
ความรู้สึกลึกๆ ในใจ…เหมือนน้ำตากำลังตกในเมื่อรับรู้ว่า คนที่มีรอยยิ้มน่าหลงใหล…เขากำลังเลือนรางและหายไป…
…ครั้งแรกที่ได้พบเธอ…ราวกับว่าฉันได้พบทุ่งดอกไม้ในใจที่ตามหามาแสนนานเหมือนมีฝูงผีเสื้อมากมายบินวนเวียนอยู่ในท้องและหลังจากนั้นหัวใจก็เรียกร้องให้ฉันตกหลุมรักเธอทันที…!”
…ท่วงทำนองทางอารมณ์และความรู้สึกค่อยๆ ดำเนินไปด้วยห้วงคำนึงของ “กวี”…มันคือผัสสะแห่งจินตนาการ และฐานรากของการผสานสำนึกในการหยั่งรู้…“เรียบง่าย…แต่แฝงเร้น” ในภวังค์สำนึก…!
“ทุกครั้งเวลาคิดถึงเธอ…ฉันมักมองไปยังท้องฟ้าที่กว้างใหญ่…และคิดเสมอว่า เธอคงอยู่ที่ไหนสักแห่ง…หรืออาจจะเป็นปลายสายรุ้ง…ที่เธอเคยบอกว่าชอบก็ได้…แต่ไม่ว่าอย่างไร…เธอยังเป็นความทรงจำที่สวยงามเสมอ…!
ฉันเองก็อยากโอบกอดเธอไว้ให้นานกว่านี้…และอยากเห็นเธอ…อยู่ในทุกฤดูกาลของฉัน!”ท้ายที่สุด…ชีวิตก็คือชีวิต “ความรักก็คือความรัก”…เมื่อผ่านพบแล้วก็ต้องพลัดพราก…!…“วิถีแห่งสัจจะ”…นี้ยังคงเกิดขึ้นเงียบๆ ในหัวใจของคนทุกคน…มันเป็นบทสรุปเชิงศรัทธาที่มีต่อการผลักดันตัวตนของคนทุกคนให้โบยบินไปสู่รอยจารึกทางใจ…!
“ผิดหวังหรือสมหวัง”…ล้วนเป็นบทเรียนของแบบเรียน เป็นอุทาหรณ์สอนจริต…ที่กระตุ้นเตือนแรงเหวี่ยงแห่งความรู้สึกของหัวใจ…ที่ราดรดกล้าพันธุ์ใหม่แห่งมโนสำนึก…ให้ได้หยั่งรู้ หยั่งเห็นอย่างประจักษ์แจ้ง…เสมอ!
นี่เป็น…หนังสือใหม่ของนักเขียนใหม่ ซึ่งอาจมี “รอยขีดฆ่าทางความรู้สึกจริงในการสรรสร้างอยู่บ้าง”
แต่ก็ได้มีการระบายเฉดสีทางความรู้สึกที่แนบชิดกับความเป็นจริงแห่งใจ จนสั่นไหวและแนบชิดอารมณ์…!
บางเรื่องราวที่ทำให้รู้สึกหนักใจอาจต้องใช้เวลาทบทวนเพื่อให้ตนเองเข้าใจ แต่ท้ายที่สุดเราจะเข้าใจในทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น และจะไม่รู้สึกแบบที่เคยเป็น…
อย่าให้หัวใจเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เพราะไม่มีใครที่ควรจมอยู่กับความรู้สึกแบบนี้…จงหาทางเดินออกมาให้ได้…เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ…
“โอบกอดตัวเองดั่งเช่นความรักที่โอบล้อมหัวใจวันใดที่ใจเธอแตกสลาย ขอให้เธอยึดมั่น และโอบกอดตัวเอง…ด้วยความรัก!”