โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดรหัสจากวิถีชีวิตสู่วันที่แบรนด์เหนือชั้น อนาคตธุรกิจ นวัตกรรม และ AI ในวันที่โลกหมุนเร็วกว่าเดิม

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ถอดรหัสจากวิถีชีวิตสู่วันที่แบรนด์เหนือชั้น อนาคตธุรกิจ นวัตกรรม และ AI ในวันที่โลกหมุนเร็วกว่าเดิม

ในยุคที่โลกหมุนเร็วจนแค่เผลอนอนหลับไป 30 วันตื่นมาก็รู้สึกเหมือนอยู่คนละโลก การทำธุรกิจและการสร้างแบรนด์ในปัจจุบันจึงไม่อาจยึดติดอยู่กับสูตรสำเร็จแบบเดิมๆ อีกต่อไป นี่คือใจความสำคัญจากการเสวนาสุดเข้มข้นในหัวข้อ "From Everyday Living To Extraordinary Brands: เจาะลึกแนวทางสร้างแบรนด์ให้โดดเด่นและเชื่อมโยงกับผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน" โดยสองกูรูแถวหน้าของวงการธุรกิจไทย ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี Founder and CEO จาก PENGUIN X และ ธีระทัต หนูดำ CMO จาก La Glace ที่มาร่วมผ่าทางตันและเปิดมุมมองใหม่ให้กับคนทำงานและเจ้าของธุรกิจ

นวัตกรรม (Innovation) ไม่จำเป็นต้องเป็น Tech Deep เสมอไป

สิ่งแรกที่วิทยากรทั้งสองท่านหยิบยกขึ้นมาทุบโต๊ะคือ ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับคำว่า "นวัตกรรม" ที่คนส่วนใหญ่มักผูกติดไว้กับเทคโนโลยีล้ำสมัยหรือห้องแล็บ R&D ราคาแพง

ทว่าในความเป็นจริงตามทฤษฎีระดับโลกอย่าง 10 Types of Innovation นวัตกรรมประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลักที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง

  • ต้องเป็นสิ่งใหม่ ที่เกิดขึ้นจริง

  • ต้องมีความสร้างสรรค์

  • ต้องมีคุณค่าและหาเงินได้จริง

"ธุรกิจวันนี้ถ้าเราลองกลับไปถอดโมเดลเขาจริง ๆ คนที่ประสบความสำเร็จ เช่น La Glace ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เมื่อก่อนเคยเล็ก ๆ เป็นน้องคนหนึ่งที่เป็นเน็ตไอดอล วันนี้ยอดขายเป็นพันล้าน ล้วนแต่มีคำว่า innovation ผูกไป ไม่ 1 อย่าง 2 อย่าง ก็ 3 อย่างด้วยกันทั้งสิ้น" ธนพงศ์ กล่าว

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการยกระดับสินค้าท้องถิ่น (Local Wisdom) หรือของฝากดั้งเดิม เช่น ขนมหรือสินค้าพื้นบ้าน เมื่อผสานเข้ากับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์และการทำ Product Modernization ก็สามารถเพิ่มมูลค่าจากสินค้าธรรมดาให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่ผู้คนยอมต่อคิวซื้อได้

แก่นแท้ของแบรนด์: ระหว่าง "Marketing" กับ "ความเชื่อ"

เมื่อพูดถึงการสร้างแบรนด์ ธีระทัตได้ให้มุมมองความแตกต่างระหว่าง 2 สิ่งนี้เอาไว้ว่า "แบรนด์กับ Marketing แยกกันตรงที่ Marketing มันคือสิ่งที่เราทำแล้วลูกค้าเห็น แต่แบรนด์คือสิ่งที่เราเป็นแล้วลูกค้ารู้สึก"

ธีระทัตได้เปรียบแบรนด์เหมือน "ศาสนา" ที่อยู่รอดมาได้หลายพันปีแม้ผู้ก่อตั้งจะล่วงลับไปแล้ว เพราะแบรนด์ขับเคลื่อนด้วย "ความเชื่อ" และเรื่องราว ไม่ใช่แค่การยัดเยียดขายฟังก์ชันหรือฟีเจอร์ของสินค้า การสร้างความสนิทสนมกับลูกค้าจึงไม่ใช่แค่การบอกว่าเราดีแค่ไหน แต่คือการกล้าเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงและสร้าง Commitment ที่ทำจริงในทุก ๆ วันจนลูกค้ารู้สึกได้

ยุคแห่ง Community Engagement เมื่อคนต้องการ "Belong" มากกว่าแค่การซื้อของ

ในวันที่คอนเทนต์ล้นทะลักจนผู้บริโภคเริ่มเกิดภาวะมีตัวเลือกมากเกินไปจนไม่เลือกอะไรเลย หรือ Paradox of Choice การพึ่งพิงแค่อินฟลูเอนเซอร์หรือโฆษณาแบบเดิมจึงเริ่มเสื่อมความขลัง

แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในระดับสากล เช่น Wingstop หรือการเติบโตของกลุ่ม Running Club ต่าง ๆ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า Offline is the new luxury ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้อยากแค่เสพสินค้าแล้วเดินจากไป แต่พวกเขาต้องการ "Engage" และรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน

การสร้างคอมมิวนิตี้จึงกลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังที่สุด เพราะสุดท้ายแล้ว ลูกค้าที่อยู่ในคอมมิวนิตี้ที่แข็งแกร่งจะลุกขึ้นมาปกป้องแบรนด์ด้วยตัวเอง

ถอดบทเรียนยักษ์ใหญ่เอเชีย: Service Innovation และโครงสร้างองค์กรแบบกลับหัว

งานนี้ยังได้พาไปถอดรหัสความสำเร็จจากยักษ์ใหญ่ฝั่งจีนอย่าง Luckin Coffee และ ไหตี้เหลา (Haidilao) ที่สะท้อนให้เห็นว่า

  • Service Innovation: การดูแลลูกค้าไม่ได้จบแค่ตอนจ่ายเงิน แต่ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนลูกค้ามาร้าน เช่น การจองคิว, บริการรับส่งหลังคอนเสิร์ต ไปจนถึงบริการเหนือความคาดหมายที่ไม่อาจหาได้ในคู่มือ SOP ปกติ

  • Structure Innovation: การปรับโครงสร้างองค์กรแบบ Bottom-up ตัด Middle Management ที่ไม่จำเป็นออก และใช้ระบบ Profit Sharing ให้พนักงานระดับล่างสุดรู้สึกมีส่วนร่วมและมีใจรักเสมือนเป็นเจ้าของกิจการ (Ownership)

ทางรอดในยุค AI และ AEO: เมื่อผู้บริโภคเริ่มหันไปเชื่อ AI Agent

โลกกำลังก้าวผ่านยุค Attention-based สู่ยุค Suggestion-based ที่ผู้บริโภคเริ่มหันไปปรึกษาและเชื่อคำแนะนำจาก AI Agent ของตนเองมากกว่าการไถฟีดหาข้อมูลจากอินฟลูเอนเซอร์

โจทย์ใหญ่ของนักการตลาดและเจ้าของแบรนด์ในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การทำ SEO แบบเดิมอีกต่อไป แต่คือการทำ AEO (Answer Engine Optimization) และ GEO (Generative Engine Optimization) เพื่อให้แบรนด์ สินค้า และบริการของเราเข้าไปฝังตัวอยู่ในฐานข้อมูลที่ AI ไว้ใจและเลือกนำไปแนะนำต่อให้กับผู้ใช้งาน

บทบาทและความรับผิดชอบ จาก Operation สู่ C-Level และการเดิมพันกับอนาคต

ในการบริหารจัดการองค์กร บทบาทหน้าที่ของผู้บริหารในแต่ละระดับมีความชัดเจนและแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

"Operation คือคนที่ดูแลไม่ให้แบรนด์เจ๊งในปีนี้ Management คือคนที่คอยประคับประคองไม่ให้แบรนด์เจ๊งในปีหน้า ส่วน C-Level คือคนที่ต้องมองไปข้างหน้าเพื่อไม่ให้แบรนด์เจ๊งในอีก 10 ปีข้างหน้า" ธีระทัต กล่าว

“สุดท้ายแล้ว เราก็ต้องอยู่กับอะไรแบบนี้ ยิ่งแผนไกลออกไปเท่าไหร่ มันยิ่งคลุมเครือ เวลาเราไปคุยกับนักลงทุน เราจำเป็นต้องวางแผนระยะยาว 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี แต่เอาเข้าจริง ปีหน้าจะเป็นอย่างไรเรายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ แต่เราก็ต้องวางแผนเอาไว้ก่อน แล้วค่อยคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น ใส่ตัวแปร (Factor) ต่าง ๆ เข้าไป แล้วค่อยๆ ถอดออกทีละตัวเมื่อเวลาเดินเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น ซึ่งมันก็จะมีตัวแปรที่เกิดขึ้นจริงและไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่อย่างน้อยมันคือทางเลือกนับร้อยที่เราได้คัดสรรและเตรียมรับมือไว้แล้ว” เขา กล่าว

ธีระทัต กล่าวต่อไปว่า ท้ายที่สุดแล้ว เราหนีไม่พ้นที่จะต้องอยู่กับความคลุมเครือ ยิ่งแผนไกลออกไปเท่าไหร่ ความไม่แน่นอนก็ยิ่งมากเท่านั้น เวลาเราไปคุยกับนักลงทุน เราจำเป็นต้องวางแผนระยะยาว 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี เอาเข้าจริง ปีหน้าจะเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้เลยด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องวางแผนเอาไว้ก่อน

หน้าที่ของเราคือการจำลองความเป็นไปได้ ใส่ตัวแปร (Factors) ต่าง ๆ เข้าไป แล้วค่อย ๆ ถอดออกทีละตัวเมื่อเวลาเดินเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น อย่างน้อยที่สุด แม้ตัวแปรเหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด แต่มันคือทางเลือกนับร้อยที่เราได้คัดสรรและเตรียมรับมือไว้แล้ว

"ผมเข้าใจดีว่าการลงทุนกับความไม่แน่นอนเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนัก การควักงบประมาณไปลงทุนกับสิ่งที่เราพูดถึงเมื่อสักครู่ แล้วถ้ามันไม่เกิดขึ้นล่ะ ? แต่ในทางกลับกัน ถ้ามันเกิดขึ้นล่ะ ? ดังนั้น ในการบริหารงบประมาณ เราจึงจำเป็นต้องกันเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อ 'Bet' หรือเดิมพันกับสิ่งที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นในอนาคตครับ" ธีระทัต กล่าว

ความมั่นคงเดียวในยุคนี้คือ "ความรู้"

ในวันที่วัฏจักรธุรกิจสั้นลงเรื่อย ๆ และความไม่แน่นอนคือเรื่องปกติ วิทยากรทั้งสองท่านได้ฝากข้อคิดเตือนใจคนทำงานและผู้ประกอบการทุกคนไว้ว่า

"ความมั่นคงวันนี้ไม่มีอยู่จริงไม่ว่าจะเป็นอยู่ในฐานะเจ้าของธุรกิจหรือพนักงานเราเสี่ยงเท่ากันหมดสิ่งเดียวที่เราจะไม่เสี่ยงคือเราสร้างภูมิคุ้มกันทางด้านความรู้อย่ารอให้องค์กรป้อนความรู้ให้แต่จงวิ่งออกไปคว้ามัน" ธนพงษ์กล่าว

หมายเหตุ: บทความนี้ใช้เครื่องมือAI ช่วยถอดเทปและเรียบเรียงเนื้อหาโดยมีการตรวจทานและปรับแก้ก่อนเผยแพร่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...