โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องของอำนาจ

ไทยโพสต์

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันพุธ (๒๑ ตุลาคม) ที่สภาฯ เขาเถียงกันเรื่้อง บทบาท หน้าที่ ของคณะกรรมาธิการประจำสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ได้เถียงกันธรรมดานะครับ

คอเป็นเอ็น!

ปัจจุบันสภาผู้แทนฯ มีคณะกรรมาธิการสามัญจำนวน ๓๕ คณะ

ประเด็นมันอยู่ที่ปัญหากรรมาธิการทำงานซ้ำซ้อนกัน

บางเรื่องมองว่าไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการ

ฝั่งรัฐบาลต้องการจัดระเบียบใหม่

แต่ฝ่ายค้านมองว่ารัฐบาลต้องการปิดปากฝ่ายค้าน

ทีนี้มาดูปัญหาที่มันเกิดขึ้นจริง

ยกตัวอย่าง กรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน และกรรมาธิการติดตามงบประมาณ นำประเด็นเดียวกันมาตรวจสอบในเวลาคาบเกี่ยวกัน

ข้าราชการถูกเชิญให้ไปชี้แจงซ้ำๆ ในเรื่องเดียวกัน

ทั้งๆ ที่ประธานกรรมาธิการทั้ง ๒ คณะ มาจากพรรคเดียวกันคือพรรคส้ม

กรรมาธิการบางคณะประธานลักไก่เรียกบุคคลมาสอบโดยไม่ผ่านมติที่ประชุม

"โสภณ ซารัมย์" ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงเรียกประชุมประธานกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะหารือ เพื่อวางกรอบให้ทำงานไม่ซ้ำซ้อน และยึดตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด

เช่นการบรรจุวาระการประชุมหรือการออกหนังสือเรียกตรวจสอบเรื่องใดๆ ต้องผ่าน "มติที่ประชุม" ของคณะกรรมาธิการก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ประธาน กมธ.รายบุคคลใช้อำนาจตามอำเภอใจในการตั้งวาระเพื่อกลั่นแกล้งทางการเมือง

แต่ฝ่ายค้านโดยเฉพาะ "ไอซ์ รักชนก" ด่ายับ!

มองว่ารัฐบาลต้องการกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ

เรื่องที่ต้องอาศัยมติที่ประชุม ฝ่ายค้านมองอีกมุม

มองว่ากรรมาธิการทุกคณะ สัดส่วนกรรมการส่วนใหญ่เป็นของฝั่งรัฐบาลอยู่แล้ว หากกำหนดว่าต้องใช้มติที่ประชุมก่อนบรรจุวาระ หรือเชิญบุคคลใดมาชี้แจง ฝ่ายรัฐบาลก็จะใช้เสียงข้างมากโหวตปัดตก เพื่อช่วยพวกพ้อง

ฝ่ายค้านมองว่าจุดแตกหักคือกรรมาธิการการกฎหมายฯ ที่ "รังสิมันต์ โรม" เป็นประธานบรรจุวาระตรวจสอบประเด็นหุ้นเว็บพนันของสามี สส.พรรคภูมิใจไทย ทางรัฐบาลจึงต้องการปิดปาก

แต่ "โสภณ ซารัมย์" บอกว่านัดประชุมก่อนที่จะเกิดกรณีนี้ด้วย แต่ฝ่ายค้านจับมาโยงเอง

นั่นคือที่มาของการสาดกัน

ทีนี้มาว่ากันเรื่้องบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมาธิการว่า ทำอะไรได้บ้าง ขอบเขตอยู่ตรงไหน

ไปดูโพสต์ของ "Bow Nuttaa Mahattana" กันก่อน เพราะอธิบายไว้ค่อนข้างชัดเจน

"…กรรมาธิการคืออะไร และไม่ใช่อะไร

กรรมาธิการทำงานได้ในเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภา เช่น การพิจารณากฎหมาย การตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลและหน่วยงานรัฐ หรือการศึกษาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านั้น โดยแต่ละคณะมีขอบเขตงานของตนเอง

เพราะสภาไม่มีเวลาจะไปตรวจสอบในรายละเอียดทุกเรื่องได้ จึงต้องมีกรรมาธิการแยกเป็นคณะไปพิจารณาแล้วเสนอรายงานต่อสภา

การตั้งเรื่อง เรียกข้อมูลเอกสารหรือบุคคลมาพิจารณา จึงต้องเป็นไปด้วยจุดประสงค์นี้

กรรมาธิการไม่ใช่โรงพัก ไม่ใช่ศาล และไม่ใช่หน่วยงานที่จะทำงานแทนผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง แต่สามารถตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานเหล่านั้น หรือศึกษาปัญหาเชิงระบบได้ เมื่อเรื่องนั้นอยู่ในขอบเขตของคณะ

หากกรรมาธิการทำงานแทนหน่วยงานรัฐได้ ก็ไม่จำเป็นต้องมีหน่วยงานผู้รับผิดชอบโดยตรง แต่ในทางปฏิบัติ กรรมาธิการไม่มีอำนาจ เครื่องมือ และกระบวนการตามกฎหมายที่จะทำหน้าที่แทนหน่วยงานเหล่านั้น

เช่น หากมีเหตุโจรกรรม ตำรวจเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับแจ้งความและสอบสวนคดี กรรมาธิการอาจตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่ปกติหรือปัญหาเชิงระบบได้ แต่ไม่มีอำนาจสอบสวนคดีอาญาแทนตำรวจ

แต่หากกรรมาธิการตั้งเรื่องสอบสวนเองแทนตำรวจ โดยไม่สอดคล้องกับหน้าที่ของสภา ก็ย่อมถูกตั้งคำถามว่าเป็นการใช้กลไกผิดวัตถุประสงค์ตามรัฐธรรมนูญ หรือมีวาระทางการเมืองแอบแฝง นำสู่การทักท้วง ความขัดแย้งในคณะกรรมาธิการ

การใช้เครื่องมือผิดประเภทย่อมไม่ช่วยให้ปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ และอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบรัฐสภา…"

ใช่ครับกรรมาธิการมีหน้าที่ "สอบข้อเท็จจริง" มิได้มีอำนาจ "สอบสวน"

การ "สอบข้อเท็จจริง" กับ "สอบสวน" นั้นต่างกันมาก

เพื่อความชัดเจนมากขึ้นไปดู รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๒๙ ระบุว่าการที่กรรมาธิการฯ นั้นเพื่อ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใดๆ และรายงานให้สภาทราบตามระยะเวลาที่สภากําหนด

การกระทํากิจการ การสอบหาข้อเท็จจริง หรือการศึกษาตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอํานาจของสภา และหน้าที่และอํานาจตามที่ระบุไว้ในการตั้งคณะกรรมาธิการก็ดี ในการดําเนินการของคณะกรรมาธิการก็ดี ต้องไม่เป็นเรื่องซ้ำซ้อนกัน

ในกรณีที่การกระทํากิจการ การสอบหาข้อเท็จจริงหรือการศึกษาในเรื่องใดมีความเกี่ยวข้องกัน ให้เป็นหน้าที่ของประธานสภาที่จะต้องดําเนินการให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกชุดร่วมกันดําเนินการ

ในการสอบหาข้อเท็จจริง คณะกรรมาธิการจะมอบอํานาจหรือมอบหมายให้บุคคลหรือคณะบุคคลใดกระทําการแทนมิได้

คณะกรรมาธิการมีอํานาจเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในกิจการที่กระทําหรือในเรื่องที่พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาอยู่นั้นได้

แต่ห้ามเรียกผู้พิพากษาหรือตุลาการที่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อํานาจในกระบวนวิธีพิจารณาพิพากษาอรรถคดี หรือการบริหารงานบุคคลของแต่ละศาล และมิให้ใช้บังคับแก่ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามหน้าที่และอํานาจโดยตรงในแต่ละองค์กรตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญหรือตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วแต่กรณี

ในอดีตไม่ค่อยมีครับที่กรรมาธิการเอาประเด็นการเมืองฝั่งตรงข้ามมาพิจารณา เพราะสิ่งที่จะเกิดคือซัดกันเละ สุดท้ายร่วมงานกันไม่ได้อีกต่อไป

ยกตัวอย่างกรณี สส.บ้ากาม ไม่มีกรรมาธิการชุดไหนเรียกไปสอบ

แถมอดีต สส.ส้มที่บ้ากาม ยังใช้กรรมาธิการสภาฯเป็นเกราะกำบังอีก

กรณี "สส.สุชาดา" ขึ้่นเมรุไปเรียบร้อยแล้วครับ ทางฝั่งฝ่ายค้านบอกว่าสอบข้อเท็จจริง แต่ชี้ว่าโยงทุนเทา ร่วมฉ้อโกง ร่วมทำผิดไปเรียบร้อยแล้ว

ไม่ใช่การสอบสวนซะหน่อย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...