ชัชชาติ เผยน้ำท่วม กทม. เหลือ 6 เขต เฝ้าระวังฝนเย็นนี้ถึงรุ่งเช้า
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือกทม. เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครเริ่มคลี่คลาย หลังฝนเว้นช่วงต่อเนื่อง 2 วัน ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออก 6 เขต รวมประมาณ 97 ชุมชน ขณะเดียวกัน กทม. เตรียมเครื่องสูบน้ำรับมือฝนที่คาดว่าจะตกเพิ่มเติมตั้งแต่ช่วงเย็นวันนี้ถึงรุ่งเช้าวันพรุ่งนี้
6 เขตตะวันออกยังมีน้ำขัง
พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ได้แก่ มีนบุรี หนองจอก ประเวศ สะพานสูง ลาดกระบัง และบึงกุ่ม โดยส่วนใหญ่เป็นชุมชนริมคลอง ซึ่งการระบายน้ำยังมีข้อจำกัดจากมวลน้ำรอบกรุงเทพมหานคร
นายชัชชาติ ระบุว่ากทม. ถูกล้อมด้วยมวลน้ำ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านเหนือจากปทุมธานีและนครนายก ด้านตะวันออกจากฉะเชิงเทรา และด้านใต้จากสมุทรปราการ ส่งผลให้การระบายน้ำออกจากพื้นที่ต้องอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานและจังหวัดโดยรอบ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งประสานงานเพื่อผลักดันน้ำออกทางฉะเชิงเทราและสมุทรปราการ ควบคู่กับการเร่งระบายน้ำของ กทม.
เฝ้าระวังฝน 16.00 น. ถึงตี 4
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ศูนย์บัญชาการกรุงเทพมหานครเตรียมรับมือฝนตามการพยากรณ์อากาศ ซึ่งคาดว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 16.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม ถึงเวลา 04.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม 2569 โดยมีปริมาณฝนประมาณ 40–50 มิลลิเมตร
แม้ปริมาณฝนที่คาดการณ์จะไม่หนักเท่าสัปดาห์ก่อน แต่ กทม. ยังคงระดมเครื่องสูบน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ พร้อมให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมขังติดตามระดับน้ำในท่อระบายน้ำอย่างใกล้ชิด
น้ำเติมจากเหนือ ระบายออกตะวันออกยังติดขัด
อุปสรรคสำคัญขณะนี้คือระดับน้ำในคลองแนวเหนือ–ใต้ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะคลองลำปลาทิวที่ระดับน้ำลดลงช้า เนื่องจากมีน้ำจากปทุมธานีล้นคันกั้นน้ำไหลเข้ามาเติมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พื้นที่ฉะเชิงเทรามีปริมาณน้ำมาก ทำให้การสูบน้ำออกทำได้ยาก
กทม. จึงติดตั้งเรือผลักดันน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ พร้อมประสานกรมชลประทานช่วยดึงน้ำลงคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต เพื่อระบายต่อไปสู่อ่าวไทย
อย่างไรก็ตาม นายชัชชาติระบุว่า พื้นที่สมุทรปราการมีลักษณะราบเรียบ ทำให้น้ำเคลื่อนตัวช้า และเครื่องสูบน้ำริมทะเลทำงานได้เพียงประมาณ 50% จึงต้องเร่งผลักดันน้ำออกทะเล เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนกลับ
เจ้าพระยายังรับได้ จับตาผันน้ำเข้าฝั่งตะวันออก
สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือ นายชัชชาติ เปิดเผยว่า อัตราการระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยประเมินว่า กทม. ยังสามารถรองรับได้อย่างปลอดภัยถึง 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากคันกั้นน้ำมีความสูงเพียงพอ
ส่วนเขื่อนหลักโดยทั่วไปยังมีพื้นที่รองรับน้ำเหลือประมาณ 30% ยกเว้นเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่มีน้ำค่อนข้างเต็ม จึงต้องติดตามการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากมีการแบ่งระบายน้ำผ่านคลองระพีพัฒน์หรือคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ซึ่งอาจส่งผลต่อพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร
ถอดบทเรียนน้ำท่วม ทบทวนความเสี่ยงพื้นที่ต่ำ
นายชัชชาติ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนจุดอ่อนของพื้นที่ โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้แนวคิดว่า การอนุมัติโครงการหมู่บ้านจัดสรรในอนาคตควรพิจารณาระดับน้ำและความเสี่ยงของพื้นที่ต่ำอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้เกิดอุปสรรคต่อการเข้าช่วยเหลือและกู้ภัย
กทม. จะนำบทเรียนดังกล่าวมาปรับปรุงฐานข้อมูล พร้อมจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น เครื่องสูบน้ำท่อซิ่ง เพื่อเพิ่มความพร้อมรับมือในระยะยาว โดยผู้ว่าฯ กทม. ย้ำว่า เหตุการณ์ขนาดใหญ่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และขอบคุณหน่วยงานที่ร่วมกันทำงานอย่างบูรณาการ