โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

กาฬโรคปอดคืออะไร อันตรายแค่ไหน หลังพบผู้เสียชีวิตในรัสเซีย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 06 ต.ค. เวลา 02.49 น.
กาฬโรคปอด (Pneumonic Plague) เป็นการติดเชื้อจากแบคทีเรีย Yersinia pestis ที่รุนแรงและสามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านละอองทางเดินหายใจได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วอาจเสียชีวิต

กรณีนักวิจัยหญิงวัย 28 ปี จากสถาบันวิจัยต่อต้านกาฬโรคในแคว้นอีร์คุตสค์ ประเทศรัสเซีย เสียชีวิตหลังป่วยด้วยโรคปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับ กาฬโรคปอด (Pneumonic Plague) ขณะที่ทางการรัสเซียยังไม่ได้ยืนยันว่าการเสียชีวิตเกิดจากเชื้อกาฬโรค และองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปในขณะนี้ยังอยู่ในระดับต่ำ

CNN รายงานว่า WHO กำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัสเซีย เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุของเหตุการณ์ การตรวจวินิจฉัยที่กำลังดำเนินการ รวมถึงประเมินผลกระทบที่อาจมีต่อสาธารณสุขระหว่างประเทศ โดย WHO ระบุว่า การประเมินความเสี่ยงจะมีการปรับปรุงเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม

กาฬโรคปอดคืออะไร

กาฬโรคปอด เป็นการติดเชื้อในปอดที่เกิดจากแบคทีเรีย Yersinia pestis ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดกาฬโรคในรูปแบบอื่น ๆ โดยกาฬโรคปอดถือเป็นรูปแบบที่รุนแรงและอันตรายที่สุดรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากสามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านละอองจากระบบทางเดินหายใจได้

กาฬโรคยังมีรูปแบบอื่น ได้แก่

กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง (Bubonic plague) มักเกิดหลังถูกหมัดที่มีเชื้อกัด หรือเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล ทำให้ต่อมน้ำเหลืองบวมและเจ็บ

กาฬโรคติดเชื้อในกระแสเลือด (Septicemic plague) เกิดเมื่อเชื้อแพร่เข้าสู่กระแสเลือด และอาจทำให้อวัยวะต่าง ๆ ล้มเหลว

กาฬโรคปอด (Pneumonic plague) เกิดเมื่อเชื้อเข้าสู่ปอดโดยตรง หรือเกิดจากกาฬโรครูปแบบอื่นที่แพร่กระจายเข้าสู่ปอด

กาฬโรคปอดติดต่ออย่างไร

กาฬโรคปอดสามารถ แพร่จากคนสู่คนได้โดยตรง ผ่านละอองจากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วย โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยไอหรือจาม และผู้ที่อยู่ใกล้ชิดสูดดมละอองดังกล่าวเข้าไป

อย่างไรก็ตาม การแพร่จากคนสู่คนไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายในทุกสถานการณ์ เนื่องจากผู้ป่วยกาฬโรคปอดมักมีอาการรุนแรงและทรุดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถตรวจพบและแยกผู้ป่วยได้ค่อนข้างเร็วหากเข้าสู่ระบบการรักษา

ข้อมูลจาก CNN ระบุว่า การแพร่กาฬโรคปอดจากคนสู่คนครั้งล่าสุดที่มีการบันทึกในสหรัฐฯ เกิดขึ้นในปี 1924 ระหว่างการระบาดที่นครลอสแอนเจลิส

อาการกาฬโรคปอดเป็นอย่างไร

กาฬโรคปอดสามารถทำให้เกิด ปอดอักเสบรุนแรง และอาการอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยอาจเริ่มมีอาการภายในประมาณ 24 ชั่วโมงหลังได้รับเชื้อ

อาการที่พบได้ ได้แก่

  • ไข้
  • หนาวสั่น
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • อ่อนแรงและอ่อนเพลีย
  • เวียนศีรษะ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ท้องเสีย
  • หายใจลำบาก

หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว กาฬโรคปอดสามารถรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

กาฬโรคปอดรักษาได้หรือไม่

กาฬโรคสามารถรักษาด้วย ยาปฏิชีวนะ และการเริ่มรักษาอย่างรวดเร็วเป็นปัจจัยสำคัญต่อโอกาสรอดชีวิต ยาที่ใช้รักษาอาจรวมถึง ciprofloxacin, levofloxacin, moxifloxacin, gentamicin และ streptomycin โดยแพทย์จะพิจารณาชนิดและระยะเวลาการรักษาตามอาการและสถานการณ์ของผู้ป่วย

ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจได้รับการรักษาประคับประคองร่วมด้วย เช่น การให้ออกซิเจน การให้สารน้ำ และการดูแลระบบทางเดินหายใจ

ปัจจุบันยังพบกาฬโรคอยู่หรือไม่

แม้กาฬโรคจะเป็นโรคที่มีประวัติยาวนาน โดยเฉพาะการระบาดครั้งใหญ่ในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 14 ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “Black Death” แต่เชื้อ Yersinia pestis ยังคงพบในธรรมชาติและยังมีรายงานผู้ติดเชื้อในมนุษย์ในปัจจุบัน

WHO ระบุว่า ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา ผู้ป่วยกาฬโรคในมนุษย์ส่วนใหญ่พบในทวีปแอฟริกา ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงพบผู้ป่วยประปราย

CNN รายงานว่า ผู้เสียชีวิตจากกาฬโรคปอดรายล่าสุดที่มีการรายงานในสหรัฐฯ เกิดขึ้นที่รัฐแอริโซนาในเดือนกรกฎาคม 2025 โดยมีประวัติทำงานใกล้ชิดกับแมวที่ป่วย และเชื่อว่าอาจได้รับเชื้อจากสัตว์ดังกล่าว ทั้งนี้ไม่มีรายงานว่าผู้สัมผัสกับแมวติดเชื้อ

ประชาชนทั่วไปต้องกังวลหรือไม่

จากข้อมูลที่มีในขณะนี้ WHO ประเมินว่าความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะหากมีการตรวจพบผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว แยกผู้ป่วย และติดตามผู้สัมผัสอย่างเหมาะสม

ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อที่ให้ข้อมูลกับ CNN ระบุว่า ผู้ป่วยกาฬโรคปอดมักมีอาการรุนแรงและทรุดลงอย่างรวดเร็ว จึงอาจช่วยให้ตรวจพบและเข้าสู่กระบวนการแยกผู้ป่วยได้เร็ว ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการลดการแพร่เชื้อ

สำหรับผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งจากร่างกาย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงอาจได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการเกิดโรคตามดุลยพินิจของแพทย์

การล้างมือด้วยสบู่และน้ำเป็นประจำ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วยรุนแรงทางระบบทางเดินหายใจ เป็นมาตรการพื้นฐานที่ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อได้

สถานการณ์รัสเซียยังต้องติดตาม

สำหรับกรณีหญิงวัย 28 ปีในแคว้นอีร์คุตสค์ ขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าเสียชีวิตจากกาฬโรคปอด และยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีการแพร่เชื้อกาฬโรคออกนอกพื้นที่ เหตุการณ์จึงยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง

ด้านกรมควบคุมโรคของไทยระบุว่า ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประเมินความเสี่ยงต่อการนำเชื้อเข้าสู่ประเทศไทยในเบื้องต้นว่าอยู่ในระดับต่ำ พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวัง สอบสวนโรค และมาตรการควบคุมโรคสำหรับกาฬโรค ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558

ข่าวต้นฉบับ https://edition.cnn.com/health/pneumonic-plague-explained

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...