โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟ้องศาลระงับสร้างรันเวย์ 2 อู่ตะเภา

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 14 พ.ย. 2565 เวลา 13.27 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2565 เวลา 06.16 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ศาลปกครอง 14 พ.ย.- ชาวบ้านฉาง จ.ระยอง ร้องศาลปกครองกลาง ขอระงับโครงการก่อสร้างรันเวย์ที่ 2 สนามบินอู่ตะเภา หลังพบกระบวนจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่โปร่งใส ร้องนายกฯ ไม่เป็นผล

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน พร้อมแกนนำชาวบ้าน ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงและมลพิษทางอากาศ จากการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา ในโครงการก่อสร้างรันเวย์ที่ 2 ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง กรณีร่วมกันใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบและละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ในการจ้างให้เอกชนจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) พื้นที่ชุมชน ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบจากจากเสียง ไม่โปร่งใส โดยขอให้ศาลพิจารณาเพิกถอนกระบวนการจัดทำ EHIA และสั่งระงับการก่อสร้างรันเวย์ที่ 2 ของสนามบินอู่ตะเภา จนกว่าจะมีการจัดทำ EHIA ใหม่

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การทำรายงาน EHIA การก่อสร้างรันเวย์ที่ 2 ของสนามบินอู่ตะเภา มีความผิดปกติหลายประการ โดยเฉพาะการทำแผนที่เส้นเสียงสูงสุด ครั้งล่าสุด ที่มีการเปลี่ยนแปลงเส้นเสียงใหม่ ทำให้เหลือบ้านเรือนของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบที่อยู่ในเส้นเสียง NEF-40 ลดลงจากครั้งก่อน 480 ครัวเรือน เหลือ 80 ครัวเรือน และมาเพิ่มขึ้นเป็น 93 ครัวเรือน จึงทำให้ชาวบ้านไม่สามารถยอมรับได้กับการทำแผนที่เส้นเสียงในครั้งนี้ จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสั่งให้มีการทบทวนการคิดคำนวนเสียใหม่ โดยให้สถาบันวิชาการที่เป็นกลาง มาดำเนินการศึกษาเพื่อให้เป็นที่ยอมรับตามหลักวิชาการ ชาวบ้าน ต.สำนักท้อนพยายามเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องสั่งการให้มีการทบทวนเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนายกรัฐมนตรี ส.ส.ในพื้นที่ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยื่นต่อคณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นสนามบินอู่ตะเภาของสำนักงานการบินพลเรือนฯ แต่ก็ไม่เป็นผล จึงต้องมาร้องศาลปกครองในวันนี้

“เรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆ เพราะเมื่อสืบข้อมูลเชิงลึกลงไปแล้ว โครงการฯนี้มีกลิ่นไม่ค่อยดีหลายเรื่อง จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลต่อไป เพราะมีผลประโยชน์นับหมื่นล้านบาท แต่ภาครัฐกลับมองไม่เห็นความทุกข์ร้อนของชาวบ้าน คิดแต่เพียงจะลดค่าใช้จ่ายที่จะต้องซื้อคืนที่ดินจากชาวบ้านให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ อันเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างชัดเจน สมาคมฯจึงต้องออกมาช่วยชาวบ้านในเรื่องนี้” นายศรีสุวรรณ กล่าว .- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...