โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘โรคหัด’ อันตรายที่ควรระวัง หลังระบาดหนักใน’ญี่ปุ่น’

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 19 มี.ค. 2567 เวลา 12.14 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2567 เวลา 03.24 น. • Bright Today

ใครมีแพลนไป ‘ญี่ปุ่น’ ควรระวัง ‘โรคหัด’ กำลังระบาดหนัก หลังเชื้อจาก ‘สเตรปโตคอคคัส’ แพร่กระจายจากคนสู่คน

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2567 มีการออกมาประกาศเตือนผ่านทางหน้าเพจเฟซบุ๊ก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา タイ王国大阪総領事館 การแพร่ระบาดของโรคหัด (Measles) ในภูมิภาคคันไซ โดยระบุข้อมูลเอาไว้ว่า ญี่ปุ่นได้ควบคุมโรคหัดให้หมดไปตั้งแต่ปี 2558 แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567 ทางการญี่ปุ่นได้พบว่า มีผู้โดยสารการบิน Etihad เที่ยวบิน EY 830 จากกรุงอาบูดาบี สู่นครโอซากา เมื่อวันที่ 24 ก.พ.67 ติดเชื้อโรคหัด

จึงได้ออกประกาศตำเตือนให้ผู้โดยสารเที่ยวบินดังกล่าว ที่เดินทางไปสนามบินคันไซ ในวันดังกล่าวเฝ้าสังเกตตนเองหากมีอาการ เช่น ไข้สูงกว่า 39 องศา ไอ น้ำมูกไหลและผื่น ให้รีบพบแพทย์โดยทันที และต้องสวมหน้ากากอนามัยและหลีกเลี่ยงการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้าง

นอกจากนี้มีรายงานระบุว่า ล่าสุดนครโอซากายืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อโรคหัดในจังหวัด รวม 2 คน และสื่อญี่ปุ่นรายงานยอดรวมผู้ติดเชื้อหัดในญี่ปุ่นรวม 8 คน ทั้งในภูมิภาคคันไซและภูมิภาคอื่น ๆ เช่น นครโอซากา ในจังหวัดเกียวโต จังหวัด ไอจิ จังหวัดกิฟุ และกรุงโตเกียว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการแพร่ระบาดที่เริ่มขยายวงออกไปเรื่อยๆ

อาการของโรคหัด

โรคหัด เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Rubeola Virus เป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่าย โดยการหายใจเอาเชื้อที่อยู่อากาศจากการไอจามของผู้ป่วยหรือจากการสัมผัสน้ำมูกและน้ำลายของผู้ป่วยโดยตรง เชื้อไวรัสหัดสามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึงสองชั่วโมงในอากาศหรือบนพื้นผิวสิ่งของที่มือของผู้ป่วยที่มีเชื้อติดอยู่สัมผัส

  • อาการโรคหัด

อาการของโรคหัดมักมีไข้สูงและมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีน้ำมูก, ไอ, ตาแดง และพบจุดสีเทาขาวบริเวณกระพุ้งแก้มตรงข้ามกับฟันกรามซี่ใน โดยจะขึ้นในช่วง 2-3 วัน ที่เป็นโรคหลังจากนั้นจะหายไป นอกจากนี้จะมีผื่นเป็นปื้นสีแดงซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคหัดขึ้น หลังจากเป็นไข้แล้ว 3-4 วัน โดยผื่นจะขึ้นจากบริเวณไรผม มาที่หน้า, ลำตัว, แขน และลงมาที่ขา แต่เมื่อใดที่ผื่นเหล่านี้ลงมาถึงบริเวณเท้าแล้วไข้ก็จะหายไป

  • ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ในโรคหัด คืออะไร?

แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะหายจากโรคได้เองและเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย แต่ก็อาจพบภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ เช่น โรคปอดอักเสบติดเชื้อ, โรคอุจจาระร่วง, หูชั้นกลาง ซึ่งจะพบได้ในเด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเป็นโรคขาดสารอาหาร โดยมักพบในระยะหลังของโรค ซึ่งไข้เริ่มทุเลาลงแล้ว

  • ติดต่อได้อย่างไร ?

เชื้อไวรัสจะกระจายอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย และติดต่อเข้าสู่ร่างกายโดยทางการหายใจ บางครั้งเชื้ออยู่ในอากาศ เมื่อหายใจเอาละอองที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสเข้าไปก็ทำให้เป็นโรคได้

  • วิธีป้องกัดโรคหัด

การป้องกันโรคหัดสามารถทำได้ด้วยการฉีดวัคซีน สำหรับเด็กโดยทั่วไปจะได้รับวัคซีน 2 เข็ม เป็นวัคซีนรวมโรคหัด หัดเยอรมัน, คางทูม เข็มแรกจะฉีดตอนอายุ 9-12 เดือน เข็มที่สองจะฉีดตอนอายุ 2 ขวบ – 2 ขวบครึ่ง สำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันสามารถรับวัคซีนได้ 2 เข็ม โดยเว้นช่วงการรับวัคซีนแต่ละรอบให้ห่างกันอย่างน้อย 28 วัน อย่างไรก็ตาม วัคซีนป้องกันโรคหัดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น มีไข้ หรือมีอาการผื่นขึ้นคล้ายผื่นโรคหัดและหายไปเอง

อาการหัด

สำหรับใครที่กำลังเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ขอให้ระมัดรังตัวเองเอาไว้ให้ และคอยสวมหน้ากากอนามัยขณะใช้บริการขนส่งสาธารณะหรืออยู่ในที่ชุมชน โดยเฉพาะการล้างมือ สังเกตอาการของตนเอง ถ้าหากมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาโดยทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...