ดาวโจนส์ปิดลบ 9.13 จุด จับตาเงินเฟ้อ CPI - ผลประกอบการแบงก์ใหญ่
ดาวโจนส์ปิดลบ 9.13 จุด จับตาเงินเฟ้อ CPI - ผลประกอบการแบงก์ใหญ่
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 เม.ย. 67 7:13: น.
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดผสมผสานในวันอังคาร (9 เม.ย.) โดยดาวโจนส์ปิดลบ 9.13 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 และแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ก่อนรายงานข้อมูลเงินเฟ้อดัชนี CPI และรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ของธนาคารรายใหญ่ในสหรัฐฯ ที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์นี้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดลบ 9.13 จุด หรือ 0.02% ปิดที่ 38,883.67 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 7.52 จุด หรือ 0.14% ปิดที่ 5,209.91 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 52.68 จุด หรือ 0.32% ปิดที่ 16,306.64 จุด
หุ้น 9 ใน 11 กลุ่ม ที่คำนวณในดัชนี S&P 500 ต่างปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยหุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ปิดเพิ่มขึ้นมากที่สุด ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงินปิดลดลงมากที่สุด
บรรดานักลงทุน ต่างจับตารายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันพุธนี้ เพื่อหาเบาะแสและสัญญาณเกี่ยวกับช่วงเวลาการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด หลังก่อนหน้านี้มีการรายงานข้อมูลทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงรายงานการจ้างงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
Michael Green ผู้อำนวยการกลยุทธ์หลักของ Simplify Asset Management กล่าวว่า ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับรายงาน CPI ในวันพรุ่งนี้และกำลังหาการป้องกัน ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าดัชนี CPI อาจส่งสัญญาณว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูงเกินไป
ด้านหุ้นของธนาคาร JPMorgan Chase & Co, Wells Fargo & Co และ Citigroup Inc ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่รายงานผลประกอบการ ในวันศุกร์(12เม.ย.) ต่างปิดลบถ้วนหน้า
Bill Northey นักวิเคราะห์จากบริษัท U.S. Bank Wealth Management กล่าวว่า รายงานผลประกอบการของธนาคารรายใหญ่ในสหรัฐฯ ถือเป็นตัวกำหนดทิศทางความแข็งแกร่งของภาคเอกชนสหรัฐฯ
ด้านบรรดานักวิเคราะห์ คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อจะยังคงลดลงต่อไปสู่ระดับเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด โดยสหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี ในเดือนมี.ค. โดยอัตราเงินเฟ้อถือเป็นปัญหาที่สำคัญและควรเร่งแก้ไขมากที่สุด
ด้านหุ้นรายตัว พบว่า หุ้นของ Moderna บริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.2% หลังรายงานวัคซีนป้องกันมะเร็งรายบุคคลของบริษัท ที่พัฒนาร่วมกับเมอร์ค แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ดีในการทดลองระยะแรก ขณะที่หุ้นของ Alphabet Inc เพิ่มขึ้น 1.1% ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัท ใกล้แตะระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา Reuters
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ