โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ไฟไหม้กุฏิพระ 'วัดกลางคลองข่อย' พบรูปถ่ายสมเด็จโต- พระยืนอุ้มบาตรไม่ไหม้ไฟ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 ก.พ. 2567 เวลา 14.00 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2567 เวลา 13.57 น.

ไฟไหม้กุฏิพระวัดกลางคลองข่อย พบรูปถ่ายสมเด็จโต – พระยืนอุ้มบาตรไ ม่ไหม้ไฟ

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เหตุการณ์ไฟไหม้กุฏิพระ ภายในวัดกลางคลองข่อย เมื่อช่วงเช้า ม.4 ต.คลองข่อย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี รถดับเพลิงจากเทศบาลโพธาราม เทศบาลเจ็ดเสมียน เทศบาลเขาขวาง เทศบาลคลองตาคต อบต.ท่าชุมพล และหน่วยกู้ภัยสว่างราชบุรี ไปตรวจสอบและทำการดับไฟ
ที่เกิดเหตุพบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้กุฏิบนศาลาการเปรียญด้านทิศเหนือ จำนวน 3 ห้อง ชาวบ้าน ฝ่ายปกครอง พร้อมลูกศิษย์วัดได้ช่วยกันเอากระป๋องตกน้ำขึ้นมาทำการดับไฟที่กำลังลุกไหม้ พร้อมตระโกนให้ทำการตัดไฟ จนรถน้ำมาถึงก็ทำการดับไฟ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพลิงจึงสงบ

ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังทำงานเร่งกับเวลา ด้านพระครูสังฆรักษ์สุเทพ สุเทโว เจ้าอาวาสวัดกลางคลองข่อย นายสุรชัย ทักษะปิยะบุตร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองข่อย กำนันพนม ทองศาสตร์ พร้อมฝ่ายปกครอง ได้เข้ามาค่อยควบคุมการดับเพลิง

พระครูสังฆรักษ์สุเทพ สุเทโว เจ้าอาวาสวัดกลางคลองข่อย กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุพระในวัดมี 5 รูป ได้รับกิจนิมนต์จากญาติโยม วัดเลยไม่มีพระอยู่ มีเพียงลูกศิษย์ ตนได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่าไฟไหม้วัด จึงรีบกลับมาทันที ส่วนกุฏิทั้ง 3 ห้องนั้นเดิมที่เป็นกุฏิพระ แต่พระที่วัดน้อยจึงเอา 3 ห้องนั้นไว้เก็บของเช่นพรหม ผ้าม่าน ของใช้ต่าง ๆ ซึ่งคาดว่าไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนมูลค่าความเสียหาย ประมาณ 1 ล้านบาท

สำหรับวัดกลางคลองข่อย ในอดีตตามประวัติ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ได้ธุดงค์มาทางเรือในพื้นที่แห่งนี้ ต่อมาได้สร้างพระปางยืนอุ้มบาตร โดยหันหน้าเข้าหาแม่น้ำแม่กลอง เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าที่เดินทางค้าขายทางเรือในสมัยนั้นได้กราบไหว้ จนมาสร้างเป็นวัดจนถึงปัจจุบัน

สำหรับวัดกลางคลองข่อยนั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)ได้นำเอาพระสมเด็จบรรจุกรุไว้ ที่ใต้ฐานพระยืนอุ้มบาตร และใต้ต้นโพธิ์ ใต้ฐานพระประธานในโบสถ์ หรือที่เรียกชื่อพระสมเด็จว่า สมเด็จวัดกลางคลองข่อย

เป็นที่นิยมของนักสะสมพระเครื่อง ซึ่งวัดกลางคลองข่อยเป็นวัดที่มีประชาชนในพื้นที่และต่างจังหวัดให้ความศรัทธา ต่างเดินทางมากราบไหว้ขอพรจากสมเด็จโตกันเป็นจำนวนมาก เสียงประทัดจะดังเป็นระยะ จากคนที่มาขอพร ซึ่งทำให้กุฏิพระ 3 ห้องบนชั้น 2 ของศาลาการเปรียญ ซึ่งทำเป็นห้องเก็บของได้ถูกไฟไหม้เสียหายทั้ง3ห้อง ของใช้ต่าง ๆ ของทางวัดที่เก็บไว้ถูกไฟไหม้หมด

หลักเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ราชบุรี ได้เข้าทำการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้พร้อมกับนำสายไฟซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากจุดนี้นำไปตรวจสอบให้แน่ชัด

ขณะเดียวกันได้มีชาวบ้านได้พูดคุยกันว่าเกิดปาฏิหาริย์รูปถ่ายสมเด็จโตและรูปถ่ายพระยืนอุ้มบาตรไม่ไหม้ไฟ จนสร้างความตื่นเต้นให้กับญาติโยม และเชื่อว่าสมเด็จโตมาปัดเป่าไฟไม่ให้ลุกลามเข้ามาด้านห้องโถงและกุฏิเจ้าอาวาส ทางคณะกรรมการวัดจึงนำภาพรูปถ่ายมาไว้ในตู้จำหน่ายวัตถุมงคลเพื่อให้ญาติโยมได้ชมกัน

ต่อมาพระครูวิสุทธานันทคุณ ดร. (สุรศักดิ์ วิสุทฺธาจาโร) เจ้าคณะอำเภอโพธาราม เจ้าอาวาสวัดเขาช่องพรานพร้อมคณะสงฆ์ในเขตอำเภอโพธารามได้เดินทางมาให้กำลังใจพระครูสังฆรักษ์สุเทพ สุเทโว เจ้าอาวาสวัดกลางคลองข่อย พร้อมได้ร่วมรวมปัจจัยจำนวน 74,300 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือนำปัจจัยไปบูรณะกุฏิที่ถูกไฟไหม้ โดยมีพระครูสังฆรักษ์สุเทพ สุเทโว เจ้าอาวาสวัดกลางคลองข่อย พร้อมคณะกรรมการวัดเป็นผู้รับมอบ

พระครูวิสุทธานันทคุณ ดร. (สุรศักดิ์ วิสุทฺธาจาโร) เจ้าคณะอำเภอโพธารามได้กล่าวเตือนไปยังวัดต่าง ๆ ให้ทำการตรวจสอบกุฏิพระ ศาลาเก่า ตรวจสอบสายไฟฟ้าภายในวัดถ้าเก่าชำรุดให้รีบดำเนินการแก้ไข โดยทันที จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก เพราะเดือนนี้เดือนเดียวไฟไหม้ถึง 2 วัดแล้ว โดยวัดแรกวัดบางโตนด และมาเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ที่วัดกลางคลองข่อยอีก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไฟไหม้กุฏิพระ ‘วัดกลางคลองข่อย’ พบรูปถ่ายสมเด็จโต- พระยืนอุ้มบาตรไม่ไหม้ไฟ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...