โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผนึกพลังชาวอันดามัน ‘สร้างพื้นที่ปลอดภัย’ แก้ปัญหาที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกิน

77kaoded

เผยแพร่ 26 ม.ค. 2565 เวลา 07.08 น. • 77 ข่าวเด็ด

‘สช.’ ชูแนวคิดสานพลัง ใช้ ‘สมัชชาสุขภาพ’ และ ‘ข้อตกลงร่วม’ ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน นำร่องสร้างพื้นที่ปลอดภัย ‘ราไวย์-ทับยาง’ เปิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกินร่วมกัน วางเป้าภายใน 2 ปี

พังงา, ภูเก็ต - จากกรณีข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างเอกชน หลังเกิดสึนามิเมื่อปี 2547 นายทุนเริ่มเข้าไปทำอุตสาหกรรมในชุมชนแถบอันดามัน ทำให้พื้นที่บ้านราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 19 ไร่ ที่เป็นแหล่งอาศัยและที่ดินทำกินของชาวบ้านกว่า 1,000 ชีวิต 256 ครัวเรือน และชุมชนบ้านทับยาง ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา บนพื้นที่ทั้งหมด 100 กว่าไร่ 112 ครัวเรือน เรียกร้องและรักษาที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกินของตนเอง จนเกิดข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างเอกชน รวมกว่าร้อยคดีจนถึงปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 23-25 มกราคม 2565 นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2565-2566 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ลงพื้นที่ชุมชนราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต และบ้านทับยาง ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ศึกษาบริบทข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาข้อขัดแย้งในพื้นที่ กรณีข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างชุมชนกับเอกชน ภายใต้ 'โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการและลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น เพื่อจัดทำร่างข้อเสนอเชิงนโยบาย ประเด็นการปฏิรูประบบยุติธรรมชุมชนเพื่อสังคมสุขภาวะในประเทศไทย พื้นที่ภาคใต้ : ชาวเล การพัฒนาการท่องเที่ยวที่ไม่ยั่งยืนและการจัดการความขัดแย้งด้วยกระบวนการยุติธรรมชุมชน' ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า ประเด็นยุติธรรมชุมชนถูกกำหนดไว้เป็นยุทธศาสตร์ในการสร้างชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งโจทย์สำคัญที่ต้องทำงานต่อคือ การประสานงานและการออกแบบอำนาจหน้าที่ให้ถูกต้องสมบูรณ์ และจะทำให้อย่างไรให้ทุกภาคส่วนก้าวข้ามความขัดแย้งเรื่องของการบุกรุกที่ดิน โดยสามารถพัฒนาเป็นพื้นที่แห่งวิถีชีวิตของชาวเลและพื้นที่แห่งท่องเที่ยวเพื่อสร้างเศรษฐกิจชุนชนได้ การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เห็นประเด็นร่วม คือ พลังร่วมของอันดามัน หลังจากนี้ต้องทำการบ้านต่อ โดยสิ่งท้าทายสำคัญที่วางเป้าไว้ภายใน 1-2 ปีนี้ ต้องเกิดการสร้างพื้นที่กลาง ที่จะเป็นพื้นที่แห่งความเชื่อใจและปลอดภัยของทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้วยเครื่องมือสมัชชาสุขภาพ หรือธรรมนูญสุขภาพที่เป็นข้อตกลงร่วม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ด้านนายไมตรี จงไกรจักร มูลนิธิชุมชนไท กล่าวถึงกรณีข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างเอกชนว่า สิ่งสำคัญในการร่วมกันแก้ไขปัญหา คือ
1.ต้องทำให้เกิดพลังชุมชน 2.ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นได้ 3.ต้องสร้างกำลังใจและความมั่นคงด้านอื่น ๆ ด้วย 4.ต้องสร้างแนวทางในเกิดการพึ่งพาตนเองโดยเฉพาะในภาวะวิกฤต และ 5.ต้องมีกฎหมายหรือนโยบายรองรับ เช่น ภาษีที่ดิน พ.ร.บ.โฉนดชุมชน เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดต้องทำควบคู่กันไปพร้อมกับการหาวิธี กลไก ช่องทางต่างๆ และสร้างความเข้มแข็งรวมถึงความรู้ความเข้าใจในทุกภาคส่วน

ส่วน ผศ.วีระศักดิ์ พุทธาศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า แม้ในทางปฏิบัติจะไม่สามารถแก้ไขเชิงโครงสร้างหรือระบบได้ แต่พลังชุมชนจะสามารถสร้างจุดเปลี่ยนที่สำคัญ “เชื่อว่าปัญหาความขัดแย้งจะเป็นบทเรียนที่ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง ซึ่งถือเป็นโอกาสและความท้าทายในการพัฒนา รวมถึงเป็นการขยายแนวคิดถอดบทเรียนการแก้ไขปัญหาด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน…นี่คือความเติบโตของสังคมที่จะได้เรียนรู้และก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...