โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด่วนสั่งปิด!! โรงงานผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ ทำผิดซ้ำซาก

มุมข่าว

อัพเดต 07 ส.ค. 2568 เวลา 06.07 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2568 เวลา 10.56 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ด่วนสั่งปิด!! โรงงานผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ ทำผิดซ้ำซาก

วันที่ 6 ส.ค. 2568 ภายหลัง กระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้ชุดสุดซอยตรวจปูพรมโรงงานผลิตยางล้อรถยนต์ทุกโรงงาน และตรวจร้านจำหน่ายยางทั่วประเทศ เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนที่เลือกซื้อยางล้อรถยนต์

ซึ่งปัจจุบันได้รับรายงานว่า มีการลักลอบนำยางรถยนต์เสื่อมสภาพตกเกรดวางจำหน่ายในท้องตลาดในหลายพื้นที่ อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนอย่างร้ายแรง รวมทั้งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผลิตภัณฑ์ยางล้อที่ผลิตหรือจำหน่ายในประเทศ ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ตลอดจนภาพลักษณ์การลงทุนของประเทศอย่างร้ายแรง

โดยเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้สั่งปิด “บริษัท ปริ๊งซ์ เฉิงซาน ไทร์ (ประเทศไทย) จำกัด” โรงงานผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ จ.ชลบุรี หลังพบมีพฤติกรรมการกระทำผิดซ้ำซาก

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2567 บริษัทฯ มีการขนกากของเสียอันตรายกว่า 65.94 ตัน ออกนอกโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นกระทำที่ผิดกฎหมาย อาจทำให้เกิดอันตรายและความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

ต่อมาสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ตรวจพบว่าบริษัทฯ มีการลักลอบผลิตยางรถยนต์และรถบรรทุกไม่ได้มาตรฐาน มีการลบวันที่ผลิตยางและลบตราสัญลักษณ์ยี่ห้อที่แก้มยาง อีกทั้งยังพบยางที่ไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. จำนวนมาก

ซึ่งยางรถยนต์และยางรถบรรทุกเป็น มอก.บังคับ ผู้ผลิตต้องได้รับใบอนุญาตและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ สมอ. กำหนด จึงมีคำสั่งอายัดยางไว้ตรวจสอบ จำนวน 10,300 เส้น เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2568

จากการตรวจสอบโรงงานอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2568 พบว่า บริษัทฯ ยังคงทำผิดกฎหมาย ลักลอบขนกากของเสียอันตรายออกนอกโรงงาน โดยไม่เป็นไปตามรายละเอียดและเอกสารประกอบการพิจารณาที่ได้รับอนุญาต

อีกทั้งยังฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอีกหลายประเด็น เช่น ลักลอบติดตั้งเครื่องจักรส่วนเกินโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศว่าไม่เกินค่ามาตรฐาน ทั้งที่โรงงานมิได้ดำเนินการตรวจวัดตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ซึ่งต้องวัดค่ามลพิษที่จุดเจาะปล่อง

ไม่มีคนงานควบคุมก๊าซ ที่ต้องเป็นผู้มีความรู้เฉพาะเพื่อปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการใช้ เก็บ ส่ง และบรรจุก๊าซประจำโรงงานให้ปลอดภัย และไม่มีวิศวกรอำนวยการใช้หม้อน้ำ ซึ่งเป็นเครื่องจักรที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายสูง เป็นต้น

การประกอบการของบริษัทฯ ในลักษณะดังกล่าว อาจส่งผลกระทบโดยตรงในลักษณะที่เป็นอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่ในโรงงานหรือบริเวณใกล้เคียงโรงงานและกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง

บริษัทฯ มีพฤติกรรมการกระทำความผิดซ้ำซากอย่างต่อเนื่อง และจงใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ กนอ.จึงมีคำสั่งปิดโรงงานของ “บริษัท ปริ๊งซ์ เฉิงซาน ไทร์ (ประเทศไทย) จำกัด” พร้อมกันนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้เพิกถอนใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ของบริษัทฯ และจะทำการเพิกถอนทะเบียนห้องแล็บเอกชนที่ทำการตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยไม่ได้มาตรฐานให้กับบริษัทฯ ต่อไปด้วย

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับตำรวจ บก.ปคบ. ตรวจพบกองยางรถยนต์หลายขนาด ถูกลบวันที่ผลิตยางและลบตราสัญลักษณ์ยี่ห้อที่แก้มยางกว่า 74,504 เส้น มูลค่ารวมกว่า 223 ล้านบาท ภายในป่า จ.ระยอง ซึ่งมีการปิดล้อมด้วยรั้วสังกะสีในลักษณะตั้งใจปกปิดการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

หากยางรถยนต์ที่ไม่ได้มาตรฐานดังกล่าวถูกส่งวนกลับไปจำหน่ายให้กับผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนอย่างร้ายแรง และจะสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง

กระทรวงอุตสาหกรรม จึงสั่งการให้ชุดสุดซอยของกระทรวงอุตสาหกรรม และกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมปูพรมตรวจโรงงานผลิตยางล้อรถยนต์ในประเทศทุกโรงงาน และตรวจร้านจำหน่ายยางทั่วประเทศ เพื่อกำกับดูแลไม่ให้เกิดการลักลอบผลิตยางรถยนต์ที่ตกเกรดเสื่อมสภาพไม่ได้มาตรฐาน ที่อาจส่งผลกระทบกับความปลอดภัยและชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

อยากเน้นย้ำพี่น้องประชาชนที่กำลังเลือกซื้อยางล้อรถยนต์ ให้สังเกตป้าย eco sticker ที่ติดบนยางล้อรถยนต์ ซึ่งยางรถยนต์ที่ได้ มอก. จะต้องติดป้าย eco sticker ทุกเส้น หากพบยางรถยนต์ที่ไม่มีป้าย eco sticker ขอให้สันนิษฐานว่า เป็นยางรถยนต์ที่ไม่มี มอก. ตกเกรด และเสื่อมสภาพ และขอให้ช่วยแจ้งเบาะแสร้านจำหน่ายยางรถยนต์ที่ไม่มี มอก. ผ่านแอปพลิเคชั่น “แจ้งอุต” เพื่อกระทรวงจะได้ดำเนินการตรวจจับดำเนินคดีทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...