“น้ำมันพืชใช้แล้ว” จุดชนวนสงครามการค้าสหรัฐ–จีนรอบใหม่ ทรัมป์ขู่ระงับนำเข้า UCO
“น้ำมันพืชใช้แล้ว” จุดชนวนสงครามการค้าสหรัฐ-จีนรอบใหม่ ทรัมป์ขู่ระงับนำเข้า ตอบโต้จีนเลิกซื้อน้ำมันถั่วเหลือง นักวิเคราะห์ชี้อาจมีผลเชิงสัญลักษณ์มากกว่าผลกระทบจริง
วันที่ 16 ตุลาคม 2568 เวลา 13.36 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าน้ำมันพืชอาจกลายเป็นแนวรบใหม่ในสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังความตึงเครียดระหว่างสองประเทศทวีความรุนแรงขึ้นอีกขั้น โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาระงับการนำเข้าน้ำมันจากจีน เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อการที่จีนปฏิเสธซื้อน้ำมันถั่วเหลืองจากอเมริกา
แม้ทรัมป์จะไม่ได้ระบุชนิดน้ำมันที่ชัดเจน แต่เป้าหมายน่าจะเป็นน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) ซึ่งเป็นของเสียจากครัวเรือน ร้านอาหาร และโรงงานผลิตอาหาร
UCO คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ
น้ำมันพืชใช้แล้ว สามารถนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ (biofuel) ที่ใช้แทนน้ำมันฟอสซิลได้ทันที หนึ่งในนั้นคือ “น้ำมันดีเซลหมุนเวียน (renewable diesel) ซึ่งสามารถใช้กับรถยนต์และรถบรรทุกได้โดยตรง ความนิยมของน้ำมันประเภทนี้เพิ่มขึ้นทั่วโลกตามกระแสรณรงค์ลดคาร์บอน อย่างไรก็ตามการนำเข้า UCO ราคาถูกจากต่างประเทศได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงในสหรัฐ เพราะเกษตรกรและนักการเมืองบางส่วนมองว่าเป็นการบั่นทอนความต้องการวัตถุดิบในประเทศ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งใช้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพเช่นกัน
สหรัฐกลายเป็นผู้นำเข้า UCO สุทธิตั้งแต่ต้นปี 2565 แต่ปีนี้ปริมาณนำเข้าจากจีนเริ่มลดลง และหากทรัมป์ดำเนินการตามคำขู่ ห้ามนำเข้าน้ำมันจากจีนจริง ก็อาจเป็นมาตรการเชิงสัญลักษณ์มากกว่าผลกระทบจริงจัง
สาเหตุที่ทรัมป์ขู่ “แบน” น้ำมันพืชจากจีน
ทรัมป์โพสต์บน Truth Social เมื่อกลางเดือนตุลาคมว่า “น้ำมันพืชและสินค้าอื่น ๆ ทางการค้า” อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือตอบโต้ หลังจากที่จีนหยุดซื้อน้ำมันถั่วเหลืองจากสหรัฐ ซึ่งเขามองว่าเป็นการกระทำที่เป็นศัตรูทางเศรษฐกิ0 และจงใจทำให้เกษตรกรอเมริกันเดือดร้อน
จีนถือเป็นผู้นำเข้าน้ำมันถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยส่วนใหญ่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์และน้ำมันปรุงอาหาร ปีที่แล้วเกษตรกรอเมริกันส่งออกถั่วเหลืองคิดเป็นประมาณ 20% ของการนำเข้าทั้งหมดของจีน แต่การซื้อนี้กลับถูกใช้เป็นหมากต่อรองในสงครามการค้าเหมือนในสมัยทรัมป์วาระแรก
ข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ระบุว่าจีนไม่ได้ซื้อน้ำมันถั่วเหลืองจากสหรัฐเลยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 และจนถึงกลางเดือนกันยายนก็ยังไม่มีการสั่งซื้อแม้แต่ลำเดียวสำหรับฤดูกาลเก็บเกี่ยวใหม่ ขณะที่จีนหันไปพึ่งพาผู้ส่งออกจากบราซิลและอาร์เจนตินาแทน ทำให้เกษตรกรอเมริกันต้องเผชิญกับสินค้าคงเหลือจำนวนมากและราคาตกต่ำ
ผลกระทบต่อจีนหากสหรัฐฯ หยุดซื้อน้ำมันใช้แล้ว
ในปี 2567 สหรัฐเป็นตลาดส่งออก UCO รายใหญ่ที่สุดของจีน โดยมีปริมาณนำเข้าจากจีนสูงถึง 1.27 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด แต่ปี 2565 ปริมาณนี้ร่วงลงอย่างมาก ก่อนที่ทรัมป์จะขู่ระงับการนำเข้าเสียอีก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลจีน ยกเลิกสิทธิ์ลดภาษีส่งออก UCO ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้แรงจูงใจในการส่งออกลดลง อีกทั้งรัฐบาลทรัมป์ยังขึ้นภาษีสินค้าจีนเพิ่มเติม
ข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2568 ระบุว่าจีนส่งออก UCO ไปยังสหรัฐเพียง 387,000 ตัน หรือราวครึ่งหนึ่งของช่วงเดียวกันปีก่อน
หากสหรัฐห้ามนำเข้าโดยสิ้นเชิง ผลกระทบต่อจีนน่าจะจำกัด เพราะจีนมีทั้งกำลังการผลิตและความมุ่งมั่นที่จะไม่กลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าชาวจีนอาจเผชิญแรงกดดันระยะสั้น ต้องหาตลาดใหม่ในยุโรป หรือยอมขายในราคาต่ำลงและแบกรับสต็อกที่เพิ่มขึ้น
โดยเทียบมูลค่าแล้ว การค้าขายน้ำมันใช้แล้วมีมูลค่าเพียง 1.2 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2024 ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับ การส่งออกถั่วเหลืองของสหรัฐฯ ไปจีนมูลค่า 12.6 พันล้านดอลลาร์
ผลกระทบต่อสหรัฐ หากหยุดซื้อน้ำมันจากจีน
ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐสามารถผลิตน้ำมันพืชใช้เองได้โดยไม่ต้องพึ่งจีน แต่ในความเป็นจริง สหรัฐยังจำเป็นต้องนำเข้า UCO เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการผลิต เชื้อเพลิงชีวภาพ (biofuel) โดยเฉพาะหลังจากสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (EPA) เสนอให้เพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพในระบบพลังงานประเทศในอีก 2 ปีข้างหน้า
เจสัน ไมเนอร์ หัวหน้าฝ่ายเกษตรของ Bloomberg Intelligence กล่าวว่า แม้สหรัฐพยายามเร่งผลิตวัตถุดิบภายในประเทศ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง แต่ยังเผชิญ คอขวดด้านกำลังการแปรรูป ที่ไม่เพียงพอจะรองรับทั้งภาคพลังงานและภาคอาหาร “ปัญหาคือเรายังบดถั่วเหลืองไม่พอ”
ทำไมชาวอเมริกันบางส่วนถึงคัดค้านน้ำมันพืชจากจีน
กระแสต่อต้าน UCO ราคาถูกจากจีนกำลังเพิ่มขึ้นในสหรัฐ เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองมองว่าการนำเข้า feedstock ราคาต่ำกำลัง บั่นทอนความต้องการน้ำมันพืชในประเทศและทำให้ผลกำไรลดลง นอกจากนี้กลุ่มอุตสาหกรรมและนักการเมืองยังตั้งข้อสงสัยเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยของ UCO จากจีน โดยมีรายงานว่าบางลอตอาจปนเปื้อนน้ำมันปาล์มใหม่ ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาการทำลายป่าและการละเมิดสิทธิแรงงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กระแสการนำเข้า UCO จากจีนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2566 หลังผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพในสหรัฐเร่งซื้อวัตถุดิบราคาถูก เพื่อใช้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี 45Z สำหรับเชื้อเพลิงสะอาดภายใต้กฎหมายสิ่งแวดล้อมของรัฐบาล โจ ไบเดน (Inflation Reduction Act)
เครดิตภาษี 45Z จะขึ้นอยู่กับค่าความเข้มคาร์บอน (carbon intensity) ยิ่งค่านี้ต่ำ ยิ่งได้สิทธิ์ภาษีมากกว่า ซึ่ง UCO มีคะแนนคาร์บอนต่ำกว่าน้ำมันถั่วเหลืองทั่วไป เพราะเป็นของเสียรีไซเคิล
รัฐบาลไบเดนจึงเริ่มจำกัดสิทธิ์ในเดือนมกราคม โดยตัดสิทธิ์เครดิตสำหรับเชื้อเพลิงที่ใช้วัตถุดิบจากต่างประเทศ ขณะที่กฎหมาย One Big Beautiful Bill Act ของทรัมป์ ซึ่งผ่านในเดือนกรกฎาคม ได้ขยายผลต่อเนื่อง โดยจำกัดสิทธิ์นี้ให้เฉพาะผู้ผลิตเชื้อเพลิงสะอาดในอเมริกาเหนือเท่านั้น
อ้างอิง : bloomberg.com