โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เกษียณอายุเอกชน ได้เงินอะไรบ้าง? รวมรายได้ที่พนักงานเอกชนต้องรู้!

INN News

อัพเดต 28 ต.ค. 2568 เวลา 12.11 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2568 เวลา 05.11 น. • INN News

การวางแผนเพื่อวัยเกษียณเป็นเรื่องสำคัญที่พนักงานเอกชนทุกคนควรให้ความใส่ใจตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะเมื่อถึงวันที่เราไม่ได้ทำงานแล้ว รายได้หลักที่เคยมีก็จะหายไป การเตรียมความพร้อมทางการเงินจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีความสุขและไร้กังวล หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าเมื่อเกษียณอายุแล้ว เราจะได้รับเงินจากแหล่งไหนบ้าง ซึ่งนอกเหนือจากเงินออมส่วนตัวแล้ว ยังมีรายได้จากสวัสดิการต่าง ๆ ที่รองรับอยู่ การทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้จะช่วยให้เราวางแผนได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงอาจพิจารณาทางเลือกเสริมอย่างประกันเกษียณเพื่อสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้กับชีวิตหลังเกษียณของเรา

รวมรายได้หลังเกษียณอายุเอกชน ได้เงินอะไรบ้าง

สำหรับพนักงานบริษัทเอกชน เมื่อถึงวัยเกษียณอายุ จะมีแหล่งรายได้หลัก ๆ ที่จะเข้ามาดูแลชีวิตของเรา ซึ่งมาจากทั้งนายจ้าง รัฐบาล และเงินที่เราสะสมไว้ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. เงินชดเชยเลิกจ้าง

เงินก้อนแรกที่พนักงานเอกชนจะได้รับเมื่อเกษียณอายุคือ เงินชดเชยเลิกจ้าง ตามกฎหมายคุยครองแรงงานถือว่า "การเกษียณอายุ" เป็นการเลิกจ้างรูปแบบหนึ่ง ซึ่งลูกจ้างไม่มีความผิด ดังนั้นนายจ้างจึงต้องจ่ายเงินชดเชยให้ตามกฎหมาย โดยจำนวนเงินที่จะได้รับจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เราทำงานกับบริษัทนั้น ๆ ยิ่งทำงานนาน ก็ยิ่งได้เงินชดเชยมากขึ้น

อัตราเงินชดเชยตามอายุงาน

  • ทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างสุดท้าย 30 วัน
  • ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างสุดท้าย 90 วัน
  • ทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างสุดท้าย 180 วัน
  • ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างสุดท้าย 240 วัน
  • ทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างสุดท้าย 300 วัน
  • ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างสุดท้าย 400 วัน

ตัวอย่างเช่น หากคุณมีเงินเดือนสุดท้าย 30,000 บาท และทำงานมา 15 ปี คุณจะได้รับเงินชดเชย 300 วัน หรือประมาณ 10 เดือนของเงินเดือนสุดท้าย คิดเป็นเงิน 300,000 บาท

2. เงินบำนาญจากกองทุนประกันสังคม (เงินออมชราภาพ)

พนักงานเอกชนที่เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมมาตรา 33 จะมีสิทธิได้รับ เงินชราภาพ เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน โดยรูปแบบการรับเงินจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ

  • รับเงินบำเหน็จ (เงินก้อน)สำหรับคนที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน (15 ปี) จะได้รับเงินที่เคยสะสมไว้ทั้งในส่วนของตนเองและส่วนที่นายจ้างสมทบให้ พร้อมผลประโยชน์ตอบแทนคืนเป็นเงินก้อนเดียว
  • รับเงินบำนาญ (รายเดือนตลอดชีวิต)สำหรับคนที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 180 เดือน (15 ปี) ขึ้นไป จะได้รับเป็นเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีวิต วิธีคำนวณคือ หากส่งครบ 180 เดือนพอดี จะได้รับ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (ฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) และทุก ๆ 12 เดือนที่ส่งเกินจาก 180 เดือน จะได้บวกเพิ่มอีก 1.5%

ตัวอย่างเช่น หากมีค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ 15,000 บาท และส่งเงินสมทบมา 20 ปี (240 เดือน) จะคำนวณได้ดังนี้

  • 15 ปีแรก ได้รับ 20%
  • 5 ปีที่เกินมา ได้รับเพิ่ม 1.5% x 5 = 7.5%
  • รวมเป็น 27.5% ของ 15,000 บาท ดังนั้นจะได้รับเงินบำนาญเดือนละ 4,125 บาทตลอดชีวิต

3. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

เมื่อมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์และมีสัญชาติไทย ทุกคนจะได้รับสิทธิใน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นสวัสดิการจากภาครัฐเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย โดยจะต้องไปลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ที่สำนักงานเขต หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้านเพียงครั้งเดียว อัตราการจ่ายจะเป็นแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ

  • อายุ 60-69 ปี ได้รับ 600 บาท/เดือน
  • อายุ 70-79 ปี ได้รับ 700 บาท/เดือน
  • อายุ 80-89 ปี ได้รับ 800 บาท/เดือน
  • อายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับ 1,000 บาท/เดือน

4. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (สำหรับบางบริษัท)

สำหรับพนักงานในบริษัทที่มีสวัสดิการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ถือเป็นแหล่งเงินออมก้อนสำคัญสำหรับวัยเกษียณ กองทุนนี้เกิดจากความร่วมมือของลูกจ้างและนายจ้าง โดยลูกจ้างจะออมเงินเข้ากองทุน (เงินสะสม) และนายจ้างจะช่วยออมสมทบให้อีกส่วนหนึ่ง (เงินสมทบ) ซึ่งเงินทั้งหมดจะถูกนำไปบริหารจัดการให้งอกเงย เมื่อเราเกษียณอายุก็จะได้รับเงินก้อนนี้ออกมาใช้จ่าย ซึ่งถือเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ช่วยสร้างความมั่นคงได้เป็นอย่างดี

ทำประกันชีวิตแบบบำนาญ สร้างความมั่นคงหลังเกษียณ

แม้จะมีรายได้จากหลายทางตามที่กล่าวมา แต่เพื่อความมั่นคงและอุ่นใจสูงสุด การมีเงินออมส่วนตัวเพิ่มเติมจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ประกันชีวิตแบบบำนาญ ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการเงินที่ยอดเยี่ยมในการวางแผนเกษียณ เพราะเป็นการการันตีว่าเราจะมีกระแสเงินสดที่แน่นอนไว้ใช้จ่ายทุกเดือนหรือทุกปี ช่วยลดความกังวลจากความผันผวนของการลงทุน และยังมาพร้อมความคุ้มครองชีวิต อีกทั้งเบี้ยประกันยังสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

สรุปบทความ

เมื่อถึงวัยเกษียณ พนักงานเอกชนจะมีรายได้จากหลายแหล่ง ทั้งเงินชดเชยเลิกจ้าง เงินบำนาญประกันสังคม เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเงินก้อนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การทำความเข้าใจแหล่งรายได้เหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถวางแผนการเงินเพื่ออนาคตได้อย่างรอบคอบและมั่นคงยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...