โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จูเนียร์ กาจบัณฑิต เปิดใจลุยป่าสุดโหดใน ธี่หยด 3 เผยอยากมีชื่อเป็น ‘นักแสดงพันล้าน’

Khaosod

อัพเดต 12 ต.ค. 2568 เวลา 06.19 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2568 เวลา 06.19 น.

จูเนียร์ กาจบัณฑิต เปิดใจลุยป่าสุดโหดใน ธี่หยด 3 เผยอยากมีชื่อเป็น ‘นักแสดงพันล้าน’ - อัพเดตสถานะหัวใจล่าสุด!

หลังจากแฟน ๆ รอคอยกันมานาน ภาพยนตร์สยองขวัญ–ดราม่าครอบครัว “ธี่หยด 3” ก็กลับมาปิดตำนานอีกครั้ง งานนี้หนึ่งในนักแสดงหลักอย่าง “จูเนียร์ กาจบัณฑิต ใจดี” ก็ออกมาเล่ากับ ข่าวสด ถึงประสบการณ์สุดโหดที่ต้องลุยป่า ลุยน้ำจริงแบบไม่มีสแตนด์อิน พร้อมอัปเดตชีวิตส่วนตัว ทั้งเรื่องงาน ธุรกิจ และความรักที่เจ้าตัวยอมรับว่า “โสดสนิท”

ธี่หยด เดินทางมาแล้วสองภาค แล้วภาคสามเป็นยังไงบ้าง?
จูเนียร์ - “ภาคนี้คือเหนื่อยมาก ภาคสองกับภาคแรกเนี่ยไม่อยู่บ้านก็อยู่โรงแรม แต่ภาคสามเราติดสอยห้อยตามพี่ยักษ์ไปด้วย เรียกว่าเป็นภาระดีกว่า เราก็เข้าไปช่วยน้องยี่ด้วยกัน การเดินทางเข้าไปในป่า เป็นการถ่ายทำที่ยากลำบากมากๆ ต้องลงเข้าไปในแม่น้ำแควที่เชี่ยวมากๆ ต้องผูกเชือกเราไว้กับต้นไม้แล้วก็ใต้น้ำเอาไว้ เพื่อไม่ให้เราหลุดไปกับกระแสน้ำเพราะน้ำมันสูงเท่าอก ทั้งเราเองและนักแสดงทุกท่านและทีมงานทุกคน ต้องนั่งบนเรือ การถ่ายทำเป็นอะไรที่ยากลำบากมากๆ แต่มันออกมาดีแน่ๆ พอมันผ่านมาเรารู้สึกว่ามันสนุกมาก เป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน”

เรื่องนี้มีการเตรียมตัวยังไง?
จูเนียร์ - “ฟิตหุ่น อันนี้ไม่ได้ฟิตเพราะว่าเตรียมเข้าป่าหรือว่าอะไร ที่ฟิตก็เพราะว่ามีทั้งแก๊ป ทั้งพี่แบร์ คือหุ่นแต่ละคน ขนาดพี่แบร์ยังบอกว่าแก๊ปเหรอ แกยังกลัวเลยอ่ะ แล้วนับประสาอะไรกับผม ผมก็เลยไปเล่นมาบ้างเหมือนกัน ไม่ได้บ้างหรอก ก็เยอะเลยแหละ ถามว่าสู้แก๊ปได้ไหม ถ้าพูดตรงๆ เอาแบบไม่โกหกกันเลยก็ยากอยู่ เราก็ทำเต็มที่ของเรา ตัวละครของเรามันต้องการแค่นี้ ตัวละครของเขาต้องการเยอะกว่า

ภาคนี้เป็นยังไงถ้าต้องต่อสู้กับผี
จูเนียร์ - “ภาคนี้ปริมาณและคุณภาพของผีมันเยอะมาก เพราะผีมีหลายชนิด แล้วผีแต่ละชนิดมันก็จะมีการสู้หรือการกำจัดมันที่แตกต่างกันออกไป แล้วเราก็โดนเนิร์ฟด้วย แบบว่าการเข้าไปในที่ที่เราไม่สามารถใช้ของขลังได้ แต่เราก็มีตัวเสริมตัวช่วยอย่างกอมู ที่รับบทโดยแก๊ป แล้วก็พี่แพรว ก็มาเป็นตัวช่วยเป็นมัคคุเทศก์พาเราเข้าไปในป่าด้วยกัน”

การถ่ายทำตอนนั้นเรารู้สึกว่ามีมวลความรู้สึก เหมือนว่าเหนื่อยจนสัมผัสอะไรไม่ได้เลยไหม?
จูเนียร์ - “คือตัวผมเองไม่มีซิกซ์เซ้นส์เลย เป็นศูนย์เลย คือเราไม่เคยสัมผัสเรื่องผีเรื่องอะไรได้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ส่วนตัวค่อนข้างที่จะไม่ได้เชื่อด้วยหรือเปล่า หรือถ้าไม่มีจริง แต่เราอาจจะไม่ได้เจออะไรอย่างนี้ บวกกับความเหนื่อยที่แบบเราเสร็จ เราก็กลับไปนอนทิ้งร่างเลย ก็เลยอาจจะทำให้ไม่เจอด้วย”

ถ่ายที่ไหนบ้าง

จูเนียร์ - “หลายที่เลยครับ กาญจนบุรี สระบุรี โคราช โซนนี้จะเป็นป่าหมดเลย ใช้เวลาถ่ายทำประมาณสามเดือนกว่าๆ ครับ”

แล้วภาคนี้ได้ร่วมงานกับผู้กำกับฯใหม่ด้วย
จูเนียร์ - “บางคนอาจจะมีความกลัวหรือกังวลว่าเป็นผู้กำกับฯใหม่แล้วหนังจะออกมาสนุกเหมือนเดิมไหม ผมการันตีได้เลยว่าสนุกแน่นอน เอาอย่างนี้งี้ผู้กำกับฯใหม่เขาก็ไม่ได้เป็นคนใหม่เลย เขาคือคนที่ทำมาอยู่แล้ว เขาก็เป็นผู้ช่วยภาคสองและภาคหนึ่ง เพราะฉะนั้นดีเอ็นเอของความเป็นธี่หยดเนี่ย มันมีครบแน่นอน แต่ก็อาจจะได้ไอเดียใหม่ๆ เข้ามา ซึ่งพี่ต้อมเองเป็นผู้กำกับฯที่เก่งมาก พี่แป๊บก็เก่งด้วย ทั้งคู่เลย แล้วเขาก็เป็นคนช่วยธี่หยดมาตั้งแต่ภาคหนึ่ง เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเลย ว่าความรู้สึกมันจะเปลี่ยนไหม มันก็ยังคงความธี่หยดอยู่”

ทุกคนก็คุ้นรสคุ้นมือ ถ้าพูดถึงแกนความเป็นธี่หยด3 จะเป็นยังไง?
จูเนียร์ - “ความธี่หยด ตั้งแต่ภาค 1-3 จะมีความเป็นครอบครัว แล้วยิ่งภาคสามมันยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดว่าพลังของครอบครัวที่มันแข็งแกร่ง อย่างพี่ยักษ์เองต้องออกไปตามหาน้องยากลำบากแค่ไหนถึงตัวเองจะเสี่ยงตาย รวมถึงยศและยอดเองก็คือละทิ้งความกลัวไปหมดเพื่อจะไปช่วยน้องสาว หรือจ่าปะพันธ์เองที่ไปช่วยเรามันก็เป็นครอบครัวไปโดยปริยายไปแล้ว มันเถียงไม่ได้ว่าเขาไม่ใช่ครอบครัว เขาคือครอบครัวคนหนึ่งเลย ที่จะต้องไปช่วยกันตามหาเด็กคนหนึ่งที่โดนลักพาตัวไป เป็นอะไรที่แข็งแกร่งมากเลยคำว่าครอบครัว”

แล้วผีชุดดำในภาคนี้จะยังไง เขายังมีบทบาทสำคัญอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้?
จูเนียร์ - “มีแน่นอน และภาคสามเนี่ยทุกคนจะได้รู้สักที ว่าผีชุดดำมันจงเกลียดจงชังอะไรกับครอบครัวตัว ย ซึ่งมันมีเฉลยอยู่ในนั้นแล้วก็เป็นช้อยส์สำคัญ แล้วก่อนที่มันจะเป็นผีเนี่ยมันเป็นอะไรมาก่อน มันมีทั้งความเชื่อ ความศรัทธา อยู่ในพาร์ตเดียวกันกับผีชุดดำ ผมคิดว่าทุกคนอาจจะอยากรู้และจะได้รู้กันในภาคสามนี้”

ธี่หยด 3 เป็นภาพยนตร์ที่ทุกคนรอคอย ในฐานะนักแสดง มีความกดดันหรือถูกถามจากคนรอบข้างไหม?
จูเนียร์ - “ผมก็ผลักตัวเองเป็นคนที่นั่งรอเหมือนกัน เราก็เฝ้ารอ เราก็เป็นแฟนคลับธี่หยดเหมือนกัน ถึงจะเล่นเองก็เถอะ ถ้าในฐานะจูเนียร์เองเราก็เป็นคนดูคนหนึ่งที่ดูธี่หยดมาตั้งแต่ภาคหนึ่ง อย่างหนังที่เราชอบเราก็จะดู 8-9 รอบ ธี่หยดก็เหมือนกัน พอรู้ว่าจะมีภาคสามก็ตื่นเต้น แล้วผมเองในพาร์ตของแฟนคลับ เราก็อยากจะรู้ว่าภาคสามมันจะออกมาเป็นยังไง เรียกว่าได้เปรียบนิดหนึ่งเราอาจจะเห็นบทก่อน แต่เราก็จะได้ดูพร้อมกับคนดูทั้งหมด แต่คาดหวังเท่าที่ทุกคนคาดหวังมาก็มีความเครียดนิดนึง ผมก็จะโยนความเครียดนี้ให้พี่ต้อมพี่แป๊ปไป มันไม่ใช่หน้าที่ผม หน้าที่ที่ต้องเครียดเป็นของเขา หน้าที่ผมคือทำหน้าที่เป็นตัวยศให้ดีที่สุด
คือเอาจริงๆ เราไม่ได้คาดหวังว่ามันจะไปถึงไหนหรอก เราแค่หวังว่ามีคนดูและมีคนชอบก็พอแล้ว แต่อีกอย่างหนึ่งที่เราอยากจะเป็น ก็คือเราอยากจะมีชื่อว่าเป็นนักแสดงพันล้าน มันก็เลยรู้สึกว่าภาคสามขอได้ไหม”

ตัวละครยศเองก็เรียกว่าเติบโตมาถึงในภาคนี้มีคนจดจำยังไงบ้าง?
จูเนียร์ - “ภาคนี้อยากให้ทุกคนจดจำเหมือนในภาคแรกว่าเรามีบทบาทที่สำคัญขึ้นที่ไปช่วยน้อง เราไม่ใช่แค่คนที่อยู่กับที่เพื่อตั้งรับอย่างเดียวแล้ว ภาคนี้เราต้องไปไฟต์ เรายืนคนเดียวได้แล้ว ที่แบบไม่ต้องสามารถมีพี่ยักษ์ ถึงมีพี่ยักษ์ก็แต่เราก็สามารถเป็นแกนหลักสำคัญที่ช่วยน้องได้”

ภาคนี้หนุ่มๆ ก็สู้ถอด ประชันกันเลยใช่ไหม?
จูเนียร์ - “ผมไม่กล้าเรียกคำว่าสู้ครับ แต่ถามว่าถอดไหม ถอด มันเหมือนผมอยู่กับสัตว์ประหลาดสองตัวที่อยู่ด้วยกัน แล้วผมเป็นตัวนิ่มๆ ตัวหนึ่ง ก็ถือว่ามีเถอะแต่จะให้ไปเทียบสู้ อย่าเอาผมไปเทียบเลย ปล่อยผมไว้อย่างนี้แหละ อย่าเอาผมไปเทียบกับแก๊ปกับพี่แบร์เลย สู้ไม่ไหว

เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม เวลาเราอยู่ในฉากเวลาเราแสดงมันเป็นยังไงบ้าง?
จูเนียร์ - “ด้วยความที่สามภาค ก็เลยจะมีความสนิทกันมาก ไม่ใช่แค่หนุ่มๆ มันก็จะมีผู้หญิงด้วย เวลาเจอกันเราก็จะหาอะไรเล่นด้วยกัน แล้วพี่แบร์จะเป็นพี่ใหญ่ที่ชอบเข้ามาแกล้ง หาจังหวะเข้ามาแกล้งเพื่อจะให้มีสีสันในวงอะไรอย่างนี้ เขาเป็นคนที่เฟรนด์ลี่มาก จนพี่แฉะบอกว่าความเฟรนด์ลี่ของเขามันเผื่อแผ่ไปทุกอณูของกองจริงๆ คือความเฟรนด์ลี่ของเขามันเผื่อแผ่ไปทั้งประเทศไปแล้วตอนนี้ ไปไหนก็เจอพี่แบร์อะไรอย่างนี้ซึ่งมันเป็นแบบนั้นจริงๆ มันเป็นมากอย่างที่เห็นจริงๆ ด้วยความเป็นพี่แบร์อ่ะครับ ส่วนแก๊ปจะเป็นคนนิ่งๆ อยู่แล้ว เราจะเตะบอลด้วยกัน ก็สนิทกันประมาณนึง ก็เป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา อยู่ในกองมันก็เป็นยังงั้น อยู่เงียบๆ”

ชีวิตความรัก?
จูเนียร์ - “ตอนนี้ไม่มีเลย ไม่มีความใกล้เคียงคำว่าความรักเลย ผมโฟกัสกับงานจนไม่ได้สนใจเรื่องความรักขนาดนั้น เราแค่เป็นคนที่อยู่กับตัวเองได้ดี จนไม่ได้ไปโหยหา ก็ใช้ชีวิตอยู่กับงาน เตะบอล งานส่วนตัวที่ไม่ใช่ในวงการอีก อาจจะเป็นเพราะไม่ได้เจอใครมากกว่า

โสดสนิทไหม?
จูเนียร์ - “ผมสนิทกับความโสดมากเลย คือผมเคยมีแพลนตอนเด็กๆ ว่าผมอ่ะจะแต่งงานช่วงนี้ช่วงนั้นอะไรอย่างนี้ แต่มันก็เลยมาแล้วนะ ก็เลยไม่ได้สนใจมันขนาดนั้น มีก็ได้ไม่มีก็ได้ แต่เราก็อยากมีนะ อยากมีแฟน อยากมีครอบครัว อยากมีลูก แต่ก็ไม่รู้นะว่าทำไมเหมือนกัน มันก็ไม่มี แฟนคนล่าสุดนี่ประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว นอกวงการ หลังจากนั้นมันก็มีคุยบ้าง แต่ก็เป็นการคุยแบบแป๊บๆ สองอาทิตย์ก็เลิกคุยอะไรอย่างนี้ ผมอาจจะเลือกสเป๊กเยอะหรือเปล่าไม่รู้นะ แต่ผมก็เลือกที่จะพูดตรงๆ ว่าเลิกคุยกันดีกว่า มันชัดกว่า ก็ไม่รู้ว่าจะเสียใจหรือเปล่าแต่มันก็รู้สึกว่ามันจะไม่ค้างคากับตัวเอง”

ถ้าถามในตอนนี้เราโฟกัสไปทางไหนมากที่สุด?
จูเนียร์ - “ผมโฟกัสเฉพาะหน้า อย่างธี่หยดวันนี้ก็ต้องโฟกัสธี่หยดเป็นหลัก ส่วนวันไหนธี่หยดไม่หนักเราก็จะไปโฟกัสที่ร้านของเรา เป็นร้านตัดผม แล้วตอนนี้เราก็ต้องโฟกัสเพิ่มไปอีกก็คือเรื่องการทำ YouTube เราก็ต้องตัดต่อเองเป็นคนตัดคลิปเอง เพราะฉะนั้นมันก็ไม่ได้เหลือเวลา ชีวิตก็หมดแล้ว แล้วผมเป็นคนฟุ้งชอบมีไอเดียใหม่ๆ ชอบจดไว้แล้วก็จะไปเตรียมทำอะไรอย่างงี้ ส่วนมากคนจะมองมาว่าผมจะเป็นคนตลก เกรียนๆ แต่ในพาร์ตจริงจังผมก็มีนะ ผมไม่ได้เป็นคนกะโหลกกะลาไปเรื่อย ผมแค่ไม่ค่อยแสดงออกความจริงจังให้คนเห็นเท่าไหร่ เขิน”

อย่างที่บอกว่าเรามีธุรกิจคือร้านตัดผม เราวางแผนยังไง?
จูเนียร์ - “มันก็เป็นจุดเริ่มต้นของผม ซึ่งผมเริ่มจากการเปิดร้านตัดผมก่อน แต่เราขออุบไว้ก่อนเพราะกลัวทำไม่ได้ ไม่ใช่อะไรนะกลัวขายขี้หน้าเขา แต่จริงๆ มันก็มีหลายอย่างที่เราอยากจะทำ อย่างแบรนด์จิวเวลรี่ที่เราพูดไปปีที่แล้วตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จ”

เราไม่ได้อยากยึดฐานเป็นนักแสดงอย่างเดียว แต่ยังอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองด้วย?
จูเนียร์ - “คือผมอยากจะมีท่อน้ำเลี้ยงที่ทำให้ผมเป็นนักแสดงโดยที่ไม่ต้องเครียดมาก ผมอยากจะบอกตรงนี้ว่าผมอาจจะไม่ได้ชอบการแสดงมาตั้งแต่เกิด ละครเรื่องแรกผมจบ เลยเพิ่งเริ่มชอบการแสดง เหมือนผมเริ่มชอบสิ่งที่ชอบแล้วผมก็อยากรักษาสิ่งนี้ไว้ แล้วก็โอเค วงการบันเทิงมันไม่ได้มีเหมือนแต่ก่อนแล้วเนาะ ก็ค่อนข้างที่จะยากลำบาก งานน้อยลง หนังก็ไม่มี ละครน้อยลง เราก็เลยอยากหาอย่างอื่นที่เป็นแบ๊กอัพทำให้เรายืนอยู่ตรงนี้ต่อได้ ก็เลยอยากจะทำแต่ละอย่างตามแพสชั่นมากขึ้น”

วางอนาคตอันใกล้ภายใน 2-3 ปีนี้ไว้อย่างไร?
จูเนียร์ - “เยอะไปหมดเลย แต่ที่เด่นสุดก็เป็นนักแสดงนี่แหละ อยากจะมีงานที่ทำให้ตัวเองเก่งขึ้น ฝากชื่อไว้ในวงการนี่แหละ จะตั้งใจทำงาน ทำให้มันออกมาสวยหรู เรื่องธุรกิจก็อยากจะทำให้มันได้ถึงที่สุดตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้”

สุดท้ายแล้วฝากหน่อย
จูเนียร์ - “ธี่หยด 3 ฉายแล้วในโรงภาพยนตร์ สำหรับคนที่ดูภาคหนึ่งและภาคสองมา พอมาดูภาคสามเนี่ยจะรักภาคสามแน่นอน ที่สำคัญคือจบแล้วอย่าลุกไปไหน รอดูเอ็นเครดิตก่อนนะครับ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จูเนียร์ กาจบัณฑิต เปิดใจลุยป่าสุดโหดใน ธี่หยด 3 เผยอยากมีชื่อเป็น ‘นักแสดงพันล้าน’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...