โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นายหน้าอสังหาต่างชาติ ทะลักไทย 'กทม.- สมุทรปราการ-ภูเก็ต' ทำเลฮิต จี้รัฐสกัดทุนเทา-นอมินี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 ต.ค. 2568 เวลา 15.07 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2568 เวลา 15.07 น.

นายหน้าอสังหาต่างชาติทะลักไทย ‘กทม.- สมุทรปราการ-ภูเก็ต’ ทำเลฮิต จี้รัฐจัดระเบียบ สกัดทุนเทา นอมินี

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นายวสันต์ คงจันทร์ นายกสมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ (RESAM) เปิดเผยว่า วิชาชีพนักขาย นายหน้า ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ เป็นอาชีพสำคัญที่เกี่ยวข้องกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย เกี่ยวข้องกับการซื้อ ขาย เช่า ลงทุน ซึ่งอาชีพนี้มีมานานและมีอยู่ทุกที่ ดังนั้นจึงถึงเวลาต้องพัฒนาและยกระดับวิชาชีพ

อีกทั้งในระยะหลังพบปัญหาใหญ่จากชาวต่างชาติเข้ามาบุกรุกที่ดินของรัฐ เช่น ปลูกทุเรียน สร้างรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ ทั้งเขตป่าสงวน เขตอุทยาน เขตภูเขา ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ระยอง เกาะสมุย ภูเก็ต พัทยา หัวหิน เป็นต้น รวมทั้งปัญหานอมินี ทุนสีเทา การเข้ามาลงทุนในไทยโดยขาดความรู้ของชาวต่างชาติ จึงจำเป็นต้องใช้นักขายที่มีความรู้ ประสบการณ์ มีมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาชีพ

ที่สำคัญ“อาชีพนักขาย” เป็นอาชีพสงวนของคนไทย เนื่องจากต้องมีความรู้ความเข้าใจ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย เข้าใจกฎหมายไทยเป็นอย่างดี แต่ปัจจุบันในบางเมือง เช่น ภูเก็ต กลับเต็มไปด้วยนายหน้าต่างชาติ ทั้งที่เป็นกลุ่มคน และ แพลตฟอร์มข้ามชาติต่างๆ เข้ามาทำมาหากินกันอย่างมาก ทำให้รัฐบาลไม่อาจจัดเก็บภาษีได้

นายวสันต์ กล่าวว่า จึงน่าจะถึงเวลาต้องร่วมกันจัดการปัญหานี้อย่างเป็นระบบและมีกฎหมายรองรับ ล่าสุดสมาคมอยู่ระหว่างประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เพื่อออกกฎหมายควบคุมวิชาชีพ และให้มีกฎหมายกำกับและมีบทลงโทษ โดยที่ผ่านมาก็ได้พยายามสร้างการรับรู้ การให้ข้อมูลสำคัญให้กับชาวต่างชาติที่มาลงทุน ทำธุรกิจ หรือมาทำงาน มาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย จะต้องดำเนินการอย่างไรให้ถูกกฎหมาย ไม่สร้างปัญหาให้กับประเทศ อีกทั้งปัจจุบันสมาคมฯกำลังผลักดันร่างกฎหมาย พ.ร.บ.วิชาชีพนายหน้า เพื่อควบคุมกำกับดูแลวิชาชีพโดยกฎหมายต่อไป

“ปัจจุบันนายหน้าต่างชาติที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทยจำนวนมากเป็น 10,000 ราย ตั้งแต่หลังโควิด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ตที่ต่างชาติอยู่อาศัยจำนวนมาก จะเป็นนายหน้าชาวรัสเซียเยอะ กรุงเทพและสมุทรปราการจะเป็นชาวจีนเยอะ ไม่นับรวมประเทศอยู่รอบๆบ้านเรา การเข้ามาทำธุรกิจเป็นแบบครบวงจร ตั้งแต่ซื้อที่ดินโดยนายหน้าต่างชาติหรือโดยคนไทยที่เป็นนอมินี จากนั้นหานักลงทุนและพัฒนาโครงการ เราอยากให้มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง เพราะนายหน้าเป็นอาชีพสงวน” นายวสันต์กล่าว

นายวสันต์ กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯไทย ในปัจจุบันยังต้องพึ่งพาตลาดต่างชาติ เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศยังไม่ฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่รายได้คนยังตามไม่ทันราคาบ้าน ประกอบการแบงก์ปล่อยกู้ยาก ทำให้คนไทยซื้อบ้านได้ยาก แต่การดำเเนินการต้องทำตามกฎหมาย ซึ่งต่างชาติสามารถซื้อคอนโดมิเนียมในไทยได้ในสัดส่วน 49% ถ้าเกิดจากนี้สามารถผ่านรูปแบบการเช่าระยะยาวได้ หรือหากจะซื้อบ้านมีหลายวิธี เช่น นำเงินมาลงทุน 40 ล้านบาท สามารถซื้อบ้านได้บนเนื้อที่ 1 ไร่ หรือผ่านการส่งเสริมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)

โดยปัจจุบันต่างชาติที่มาซื้ออสังหาฯในไทย อันดับแรกยังเป็นจีน รองลงมาเมียนมา รัสเซีย ไต้หวัน เป็นต้น ซึ่งเมียนมาครองอันดับสองมาสองปีแล้ว เนื่องจากความไม่สงบทางการเมืองภายในประเทศทำให้เมียนมาเข้ามาซื้อและเช่าอสังหาฯอยู่อาศัยในประเทศไทยมากขึ้น

นายวสันต์ กล่าวว่า สำหรับข้อต่อรัฐบาล คือ 1.กรณีตลาดต่างชาติที่มาซื้ออสังหาฯและลงทุนในไทย อยากให้ผ่อนปรนกฎเรื่องการโอนเงินจากต่างประเทศไม่ให้มีความซับซ้อน เพื่อทำให้การซื้อขายง่ายขึ้น แต่ต้องเป็นการซื้อขายที่ถูกต้องตามกฎหมาย 2.อยากให้ขยายวีซ่าต่างชาติให้มีระยะเวลายาวขึ้นจาก 1 ปี เป็น 10 ปีเท่ากับประเทศมาเลเซีย เพื่อรองรับกลุ่มวัยเกษียณ

ซึ่งประเทศไทยถือเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ที่ต่างชาติต้องการเข้ามาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ เนื่องจากอสังหาฯไทยราคาถูกสุดในภูมิภาคเกือบครึ่งๆ 3.ปรับปรุงข้อกฎหมายที่ช่วยป้องกันการฟอกเงินหรือนอมินี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายหน้าอสังหาต่างชาติ ทะลักไทย ‘กทม.- สมุทรปราการ-ภูเก็ต’ ทำเลฮิต จี้รัฐสกัดทุนเทา-นอมินี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...