โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม้ ‘อาหวัง’ จะมีอยู่จริง แต่ผู้ชายที่ตระหนักรู้เรื่องเพศก็มีอยู่จริงเช่นกัน...การแปะป้าย ‘อาหวัง’ ของ ‘ตำรวจอาหวัง’ อาจท็อกซิก เมื่อผู้ชายบางคนเหมารวมว่าผู้ชายด้วยกันที่อยู่ข้างความเท่าเทียม หรือเห็นด้วยกับสิทธิสตรี ว่าไม่มีทางคิดแบบนั้นจริงๆ แต่กำลังหวังอะไรจากผู้หญิง

Mirror Thailand

อัพเดต 21 ต.ค. 2568 เวลา 05.24 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2568 เวลา 07.58 น.
ภาพไฮไลต์

ทุกครั้งที่มีการถกเถียงกันบนโซเชียลฯ เรื่องของพฤติกรรมชายแท้ที่เป็นพิษ (Toxic Masculinity) ไม่ว่าจะจากข่าวการคุกคามทางเพศผู้หญิง ความรุนแรงทางเพศ การเหยียดเพศ แอนตี้ความเท่าเทียมทางเพศ ไปจนถึงการแสดงออกผ่านมุมมองความคิดหรือพฤติกรรมบางอย่างถึงความเป็นจ่าฝูงที่ ‘เหนือกว่า’ เพศอื่นๆ หรือติดหล่มความชายเป็นใหญ่ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว พอมีผู้ชายบางส่วนที่แทงสวนขึ้นมาว่า “ไม่เห็นด้วย” กับพฤติกรรมเหล่านั้น ไปจนถึงเข้าข้างหรือปกป้องผู้หญิงที่เป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หรือผลักดันสิทธิสตรีต่างๆ ลองสังเกตดูดีๆ ใต้คอมเมนต์ พวกเขามักจะโดนโจมตีจากฝีมือผู้ชายด้วยกันอย่างรวดเร็ว ที่แห่พิมพ์คำว่า“อาหวัง” เต็มไปหมด ราวกับรับบทเป็น ‘ตำรวจอาหวัง’ ที่คอยตรวจจับและจับผิด! แล้วคนก็แห่กันมารีแอคขำขันกันเพียบ เสมือนกลายเป็นมีมและเรื่องน่าตลกอย่างหนึ่งในกลุ่มชายแท้ไปแล้ว

โดย อาหวัง คำสแลงที่คนไทยพูดกันบ่อยๆ นี้หมายถึงผู้ชายที่ ‘ทำทรง’ เป็นคนดี เข้าใจความเท่าเทียมทางเพศ เข้าใจความรู้สึกผู้หญิง แต่แท้จริงแล้วเขาแค่แอ๊บทำไปงั้น เพื่อให้ผู้หญิงมองว่าเป็นผู้ชายธงเขียวแสนดี น่าคบหา เนื่องจากจุดประสงค์ลึกๆ คือ ‘หวัง’ อะไรบางอย่างจากผู้หญิงอยู่ ไม่ว่าจะหวังเป็นคนในใจของเธอ จนถึงหวัง ‘เอา’ เพราะอยากมีเซ็กซ์กับเธอ หรือจะง่ายๆ แค่หวังให้คนมองว่าเป็นคนดี แต่ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น…

นอกจากกลายเป็นโจ๊กในหมู่ผู้ชายชาวเน็ตที่แห่แปะป้ายกัน การเกิดขึ้นของคำนี้ได้สร้างความระแวงให้กับผู้หญิงหลายคนมากเข้าไปอีก เมื่อเวลาพวกเธอเห็นผู้ชายคนไหนที่เหมือนจะตระหนักรู้เรื่องความไม่เท่าเทียมทางเพศ พูดถึงเรื่องสิทธิสตรีและความหลากหลายทางเพศ หรือไม่เห็นด้วยที่ผู้หญิงโดน Sexual Harassment ก็เหมือนเปิดระบบคัดกรองสองชั้นโดยอัตโนมัติทันที ว่าเขาอาจไม่ได้ดีอย่างที่คิด แต่ทำไปเพราะ “หวังอะไร” มากกว่า ยิ่งมีผู้หญิงออกมาเล่าประสบการณ์เจออาหวังที่หลอกล่อเธอด้วยความดี แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ดีอย่างที่คิด ก็ยิ่งทำให้หลายคนเริ่มหมดศรัทธาที่จะเชื่อว่าผู้ชายที่เข้าใจเรื่องความเท่าเทียมทางเพศมีอยู่จริง กลายเป็นสเตริโอไทป์ผู้ชายจนอาจสร้างความท็อกซิก

หลังๆ มาคำว่าอาหวังจึงไม่ใช่แค่ผู้ชายด้วยกันเองที่พูดแล้ว แต่ผู้หญิงก็เอามาพูดล้อผู้ชายด้วยเหมือนกัน ซึ่งเมื่ออาหวังมีอยู่จริงอย่างปฏิเสธไม่ได้ และอาหวังก็คงจะสร้างทรอม่าให้คนที่หลงเชื่อว่าเขาดี แต่แท้จริงเมื่อเขาได้สิ่งที่ต้องการ เขาก็ไม่ได้ดีอย่างที่คิดอีกต่อไป คล้ายๆ กับการ Love Bombing ที่สาดความดีใส่เต็มๆ ในช่วงต้นเพื่อเป็นการล่อให้ติดกับดัก แล้วหลังๆ ค่อยเปลี่ยนไปเมื่อไปถึงจุดมุ่งหมายแล้ว แต่บางคนอาจมองว่าการระแวงไว้ก่อนของผู้หญิงก็เป็นข้อดีที่ทำให้เรามีระบบป้องกันตัวเองที่จะ “ไม่เชื่อใจใครง่ายๆ” และนั่นก็อาจเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่เราจะค่อยๆ ทำความรู้จักคนคนหนึ่ง ไม่ให้ใจคนเร็วเกินไปเพื่อปกป้องความรู้สึกปลอดภัยในตัวเอง

แต่พอคำว่าอาหวังถูกใช้กันอย่างหนัก ปัญหาอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือการที่ผู้ชายถูก ‘แปะป้าย’ และเหมารวมว่าเป็นอาหวัง แม้ว่าความจริงเขาอาจจะไม่ได้เป็นอาหวัง แต่ตระหนักรู้ถึงปัญหาเรื่องเพศจริงๆ

นั่นทำให้เราเริ่มเห็นผู้ชายหลายคนที่แสดงความไม่เห็นด้วยเรื่องความไม่เท่าเทียมทางเพศในรูปแบบต่างๆ เริ่มออกมาพูดกันว่า ตนโดนคนหาว่าเป็นอาหวังทั้งๆ ที่จริงๆ ไม่ได้หวังอะไรจากใคร และแสดงความคิดต่อเรื่องต่างๆ เพราะรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ไม่ว่าจะสิทธิลาคลอด เมนส์มาลาได้ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน การตระหนักรู้ถึงความไม่ปลอดภัยของผู้หญิงในวันนี้ สิทธิในเนื้อตัวร่างกายที่จะแต่งตัวอย่างไรก็ได้โดยไม่มีใครมีสิทธิ์มาล่วงเกิน การทำแท้งปลอดภัย เรื่องของ consent ของผู้หญิงที่สำคัญ บทบาททางเพศที่มีปัญหา ไม่เห็นด้วยกับการที่ผู้หญิงหรือเพศไหนๆ ถูกคุกคามทางเพศ การเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศในที่ทำงานหรือพื้นที่ต่างๆ จนถึงออกมาพูดถึงปัญหาเรื่องชายเป็นใหญ่ ฯลฯ

และเมื่อไม่ว่าจะทำอะไรดีๆ ก็จะโดนหาว่าเป็นอาหวังไปซะได้ บางคนก็โดนหาว่าที่แสดงความคิดหล่อๆ มันก็คือการแอคเท่ แอคหล่อ แอคเป็นสุภาพบุรุษ ที่เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดชายเป็นใหญ่นิดๆ ที่เชื่อว่าผู้ชายต้องปกป้องผู้หญิง ทั้งๆ ที่จริงๆ เขาอาจจะแค่อยากช่วยเหลือหรือเห็นอกเห็นใจ ‘เพื่อนมนุษย์’ ด้วยกันเฉยๆ ซึ่งพฤติกรรมกลุ่มในการแปะป้ายและล้อเลียนเหล่านี้ ก็ยิ่งทำให้หลายคนพานไม่อยากแสดงออกว่าเห็นด้วยกับความเท่าเทียมไปเสียอย่างนั้น

ทั้งที่จริง การเข้าใจเรื่องความเท่าเทียมทางเพศเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว เพราะเรื่องของความเท่าเทียมทางเพศเป็นเรื่องที่ทุกเพศต้องช่วยกันและกัน ซึ่งก็สะท้อนว่าจริงๆ ยังมีผู้ชายที่เข้าใจเรื่องนี้อยู่ไม่น้อยเพียงแต่อาจจะถูกปัดว่าเป็นอาหวังไปเสียก่อน

ผู้หญิงอาจมีความกังวลเพราะกลัวโดนหลอกนั่นจึงพูดไม่ได้เต็มปากว่าพวกเธอผิดที่คิดมากไปเอง หากนั่นจะเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้มนุษย์สักคนให้ถ่องแท้ก่อนจะเชื่อใจใคร เพื่อความปลอดภัยทางกายและทางใจ ท่ามกลางข่าวความรุนแรงทางเพศหรือเรื่องความไม่เท่าเทียมทางเพศที่เกิดขึ้นอยู่แทบทุกวันและคนก็พูดถึงปัญหานี้แทบจะทุกวัน การ ‘แปะป้าย’ ว่าผู้ชายทุกคนเป็นอาหวัง นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาได้

ดังนั้นอาจเป็นหนทางที่ดีขึ้น หากเราสามารถยอมรับแนวคิดของผู้ชายที่อยู่ข้างความเท่าเทียมทางเพศ โดยไม่จำเป็นต้องไปแทงสวนว่าเขาเป็นอาหวังไปตลอด เพราะเขาอาจไม่ใช่ แต่ถ้าหากจะไม่ไว้วางใจจริงๆ ก็แค่ทดมันไว้ในใจ ไม่จำเป็นต้องทำลายความหวังดีของใครด้วยคำพูดแย่ๆ ว่าเขาปลอมเปลือก เพื่อให้อีกฝ่ายเสียความรู้สึก เราสามารถคอยดูท่าทีเขาต่อไป ถ้าเขาแค่เป็นคนดีที่เป็นมิตรกับเราคนหนึ่ง ไม่ได้หวังอะไรจริงๆ เวลาคือคำตอบ ดังนั้นการด่วนตัดสินใครว่าเป็น ‘อาหวัง’ หรือตัดสินว่าใครดีใครเลวตั้งแต่แรกโดยที่ยังไม่รู้จักกันดีพอ ก็อาจไม่ใช่วิธีการที่เฮลตี้เท่าไหร่ และเราก็อาจกำลังจะผลักผู้ชายออกจากการขับเคลื่อนเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ทั้งๆ ที่เรื่องนี้ต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนจากทุกเพศ

ส่วนการที่ผู้ชายบางส่วนเพลิดเพลินกับการตัดสินกันเองว่าเป็นอาหวัง อาจเป็นเพราะพวกเขาเชื่อว่าผู้ชายทุกคนควรมีความคิดเหมือนๆ กันให้สมกับความเป็นผู้ชาย ผู้ชายคนไหนคิดแปลกแยกออกไป ก็อาจโดนมองว่าอยู่นอกแถว เสมือนยุคหนึ่งที่ผู้ชายคนไหนไม่ได้แสดงท่าทีแมนๆ คนก็อาจมองว่าเป็นเกย์ แต่พอยุคนี้สังคมเราเปิดกว้างทางเพศมากขึ้น ก็เปลี่ยนจากมองผู้ชายที่เป็นมิตรกับผู้หญิงว่าเป็นเกย์ เป็น ‘อาหวัง’ ที่หวังผลประโยชน์จากผู้หญิง ทั้งๆ ที่เขาอาจไม่ได้หวังอะไร เพียงแต่มี common sense แยกแยะถูกผิดในการใช้ชีวิตได้ หรือเชื่อว่าทุกเพศเท่าเทียมกัน และอยากผลักดันให้ความไม่เท่าเทียมทางเพศมันเบาบางลง ให้ไม่มีใครเหนือกว่าใครก็แค่นั้นเอง

บทความต้นฉบับได้ที่ : แม้ ‘อาหวัง’ จะมีอยู่จริง แต่ผู้ชายที่ตระหนักรู้เรื่องเพศก็มีอยู่จริงเช่นกัน…การแปะป้าย ‘อาหวัง’ ของ ‘ตำรวจอาหวัง’ อาจท็อกซิก เมื่อผู้ชายบางคนเหมารวมว่าผู้ชายด้วยกันที่อยู่ข้างความเท่าเทียม หรือเห็นด้วยกับสิทธิสตรี ว่าไม่มีทางคิดแบบนั้นจริงๆ แต่กำลังหวังอะไรจากผู้หญิง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...