โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีนหนีวิกฤติอสังหาฯ ทุ่มลงทุนใน “ไทย” ทุบธุรกิจก่อสร้างไทยพัง

อีจัน

อัพเดต 18 ต.ค. 2568 เวลา 14.32 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2568 เวลา 07.32 น. • อีจัน

วันนี้ (18 ต.ค.68) ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) เผยว่า ภาคก่อสร้างไทย รับมือให้ไหวกับการเข้ามาของผู้รับเหมาจีน โดยเงินลงทุนโดยตรงจากจีนในภาคก่อสร้างไทย ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยผู้รับเหมาก่อสร้างจีนเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างในไทยเพิ่มขึ้น ตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 รัฐบาลจีนได้ส่งเสริมให้ผู้รับเหมาก่อสร้างออกไปดำเนินงานก่อสร้างในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ เช่น Belt and Road Initiative (BRI) และรถไฟความเร็วสูงในประเทศต่าง ๆ การส่งเสริมให้รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่

ได้แก่ China State Construction Engineering Corporation (CSCEC) และบริษัทในเครือออกไปประมูลงานยังต่างประเทศ ไปจนถึงการสนับสนุนด้านการเงินสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้าง ทั้งรูปแบบเงินอุดหนุนโดยตรง และรูปแบบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารของรัฐ

ตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งนำมาสู่วิกฤตในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่รุนแรงในจีน และยังไม่สามารถฟื้นตัวได้
ในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อภาคก่อสร้างในจีนตามมา ทำให้ผู้รับเหมาก่อสร้างจีนมองหาโอกาสในการดำเนินงานก่อสร้าง
ในต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงไทยมากขึ้น

ประกอบกับในไทยยังมีการขยายตัวของความเป็นเมืองอย่างต่อเนื่อง ที่ทำให้ยังมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้า, สนามบิน, ระบบขนส่งมวลชน, สะพานข้ามประเทศ รวมถึงการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ เช่น นิคมอุตสาหกรรม, โรงงาน, อาคารสูง และโครงการที่อยู่อาศัย

จึงส่งผลให้ไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายการเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้างจีน โดยในปี 2024 เงินลงทุนโดยตรงจากจีนในภาคก่อสร้างไทยอยู่ที่ 3,052 ล้านบาท ขยายตัว 14% จากปี 2023 ซึ่งเป็นการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2020-2024) ที่ 21%CAGR

ผู้รับเหมาก่อสร้างจีนเข้ามาร่วมลงทุนกับผู้รับเหมาก่อสร้างไทยเป็นอันดับต้น ๆ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบทุกประเภทโครงการก่อสร้างในปี 2025 ผู้รับเหมาก่อสร้างจีนนิยมเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างในไทยในรูปแบบการร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการไทย และมีแนวโน้มเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างในกลุ่มอาคารเพื่อการพาณิชย์ต่าง ๆ

เช่น โรงงาน อาคารสำนักงาน, โรงแรม, ศูนย์การค้า, ภัตตาคาร, ท่าอากาศยาน และคลังสินค้าในไทย โดย ณ เดือนกันยายน 2025 มูลค่าการร่วมลงทุนในกลุ่มงานก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัยของผู้รับเหมาก่อสร้างจีนคิดเป็นสัดส่วน 34% ของมูลค่าการร่วมลงทุนในกลุ่มงานก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัยของผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติโดยรวม และขยายตัวถึง 21% เมื่อเทียบกับปี 2024

สำหรับการเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้างจีนในรูปแบบการใช้ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยเป็น Nominee ทำให้ภาคก่อสร้างไทยเผชิญความเสี่ยง ทั้งการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหาขึ้น และไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามข้อกำหนด การเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้างจีนในรูปแบบการใช้ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยเป็น Nominee ในการเข้าประมูลงาน หรือรับจ้างก่อสร้าง

ส่งผลกระทบต่อภาคก่อสร้างไทยหลายด้าน ทั้งการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม และหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในการดำเนินงานก่อสร้าง โดยในกรณีที่มีปัญหาด้านความปลอดภัยในการดำเนินงานก่อสร้าง ทั้งขั้นตอนการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน การเกิดอุบัติเหตุระหว่างก่อสร้าง และการใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่มีคุณภาพและมาตรฐาน ซึ่งพบว่าผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติอาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหาขึ้น

ประกอบกับการเข้าประมูลงาน หรือรับงานก่อสร้างในระดับราคาที่ต่ำ ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงที่ผู้รับเหมาก่อสร้างจะเผชิญภาวะขาดทุนและปัญหาขาดสภาพคล่องจากการดำเนินงานก่อสร้าง โดยไม่สามารถก่อสร้าง และส่งมอบงานได้ตามข้อกำหนด จนนำมาสู่ปัญหาการทิ้งงาน รวมถึงที่ผ่านมายังพบว่าการดำเนินงานก่อสร้างบางโครงการเกิดปัญหาค้างจ่ายค่างวดงานกับผู้รับเหมาช่วง และปัญหาค้างจ่ายค่าแรงงานอีกด้วย

ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยควรเร่งสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรับมือต่อการเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้างจีน ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น ซอฟต์แวร์ด้านการออกแบบและก่อสร้าง, เทคโนโลยีก่อสร้างแบบสำเร็จรูป, Building Information Modeling (BIM), 3D Printing, AI, อุปกรณ์และเครื่องจักรก่อสร้างอัตโนมัติ, Drone, Sensor, Smart wearable

ซึ่งจะช่วยเพิ่ม Productivity และบริหารจัดการความท้าทายในการประกอบธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น เช่น ลดความผิดพลาดจากการก่อสร้าง ลดการใช้แรงงาน ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ลดต้นทุนก่อสร้าง รวมถึงผู้รับเหมาก่อสร้างที่สามารถนำเทคโนโลยีก่อสร้างมาใช้ จะมีข้อได้เปรียบในการแข่งขันเข้าประมูลงานก่อสร้าง และมีโอกาสเป็นตัวเลือกในลำดับต้น ๆ ของผู้ว่าจ้างได้

นอกจากนี้ ความเข้มงวดของหน่วยงานผู้ว่าจ้าง ต่อผู้รับเหมาก่อสร้างกลุ่มรับงานก่อสร้างภาครัฐที่สูงขึ้น จะเป็นแรงกดดันให้ผู้รับเหมาก่อสร้างเลือกร่วมทุนกับผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงคัดเลือกผู้รับเหมาช่วงที่มีความน่าเชื่อถือ ยกระดับขั้นตอนการก่อสร้างให้มีความปลอดภัย ใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้คุณภาพและมาตรฐาน โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างสำหรับงานโครงสร้าง และส่งมอบงานได้ตามคุณภาพ และตรงเวลา ซึ่งจะหนุนให้เกิดการแข่งขันทางด้านคุณภาพ รวมถึงจะส่งผลดีต่อภาพรวมของภาคก่อสร้างในระยะข้างหน้าตามมา

ภาครัฐต้องสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนสำหรับผู้รับเหมาต่างชาติ และการปกป้องผู้รับเหมาไทย ควบคู่ไปกับการส่งเสริมขีดความสามารถให้ผู้รับเหมาไทย แม้มีการกำหนดสิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติ รวมถึงภาคก่อสร้างไทยได้ประโยชน์จากการเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติ ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และเกิดการจ้างงาน

รวมถึงที่ผ่านมาได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีก่อสร้าง แต่ภาครัฐจำเป็นต้องพิจารณากำหนดเงื่อนไขที่ปกป้องภาคก่อสร้างไทย เช่น ต้องมีการร่วมลงทุนกับผู้รับเหมาก่อสร้างไทย ต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีก่อสร้าง กำหนดให้ใช้แรงงานไทย และวัสดุก่อสร้างที่ผลิตในประเทศ กำหนดให้บริษัทไทยเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้าง อีกทั้งเข้มงวดกับการเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติ ที่ใช้ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยเป็นนอมินี (Nominee)

สำหรับการส่งเสริมขีดความสามารถให้ผู้รับเหมาก่อสร้างไทย อาจอยู่ในรูปแบบการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การลดภาษีเงินได้นิติบุคคล และการสนับสนุนเงินทุนสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างที่ลงทุนนำเทคโนโลยีมาใช้ ให้สามารถยกระดับ Productivity และแข่งขันกับผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติได้มากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...