โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศูนย์ปฏฺิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ยืนยันทหารกัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิดชนิด PMN-2

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 28 ส.ค. 2568 เวลา 14.30 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2568 เวลา 14.30 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(28ส.ค.68) ศูนย์ปฏฺิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ TMAC ออกแถลงการณ์ระบุว่า จากเหตุการณ์ที่ กำลังพลของกองทัพบก ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลบริเวณด้านทิศตะวันตกของปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 เวลา 15.45 นาฬิกา ระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามเส้นทางประจำวัน นับเป็นเหตุการณ์ครั้งที่ 6 ที่ทหารไทยเสียขา จากการเหยียบกับระเบิด จากการกระทำที่เลวทรามไร้จิตสำนึกของกองทัพกัมพูชา

พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ พบว่าทุ่นระเบิดสังหารดังกล่าวเป็นทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ซึ่งถูกลักลอบวางโดยทหารกัมพูชา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นครั้งที่ 6 และเป็นครั้งที่ 3 ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ไทย–กัมพูชาได้มีข้อตกลงหยุดยิงร่วมกันในกรอบการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) จึงเป็นหลักฐานชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชายังคงเจตนาละเมิดข้อตกลงอย่างต่อเนื่อง

แม้กระทรวงกลาโหมกัมพูชาจะออกมาปฏิเสธ โดยอ้างว่าทุ่นระเบิดดังกล่าวเป็นเพียงวัตถุระเบิดตกค้างจากสงครามในอดีตและยืนยันว่ายังปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวา แต่ข้ออ้างนี้ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เนื่องจากกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวได้ผ่านการเก็บกู้และเคลียร์ทุ่นระเบิดแล้วตั้งแต่ปี 2019 รวมกว่า 1,300 ลูก ซึ่งไม่มีทุ่นชนิด PMN-2 อยู่เลย อีกทั้งทุ่นที่ตรวจพบมีลักษณะเป็นพลาสติกแข็ง ผลิตใหม่ ผิวมันเงา และมีรหัสอักษรและตัวเลขคมชัด แตกต่างจากทุ่นเก่าที่เคยใช้ในกัมพูชาอย่างชัดเจน

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ทั้งภาพถ่ายและคลิปจากโทรศัพท์มือถือทหารกัมพูชาที่ถูกทิ้งไว้ในพื้นที่ภูมะเขือ แสดงการถือและสาธิตการใช้ทุ่น PMN-2 พร้อมเสียงสนทนาเป็นภาษาเขมร ภาพถ่ายจากสื่อสังคมออนไลน์กัมพูชา เมื่อ 30 กรกฎาคม 2568 ที่ปรากฏพวงทุ่น PMN-2 อยู่บริเวณปราสาทตาควาย รวมทั้งเหตุการณ์ เมื่อ 22 สิงหาคม 2568 ที่ตรวจพบทหารกัมพูชาดักซุ่มและมีการพบ PMN-2 หลายลูกในพื้นที่ใกล้เคียง หลักฐานเหล่านี้ตอกย้ำว่ากัมพูชายังคงลักลอบวางทุ่นระเบิดใหม่ ละเมิดทั้งข้อตกลงหยุดยิงและอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งกัมพูชาเป็นรัฐภาคีและเคยให้คำมั่นต่อประชาคมโลกว่าจะเลิกใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

กองบัญชาการกองทัพไทย โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ขอเรียกร้องไปยังองค์การสหประชาชาติ (UN) โดย UN Mine Action Service(UNMAS) ศูนย์ระหว่างประเทศว่าด้วยการปลดทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมแห่งนครเจนีวา (GICHD) รวมถึงองค์กรสากลที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิสูจน์พยานหลักฐานอย่างเป็นกลาง และเข้าร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม โดยเสนอตั้งเป็น “คณะที่ปรึกษาและสังเกตการณ์ร่วม ด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม” (Joint Humanitarian Demining Advisory and Observatory Group) อีกทั้งขอเชิญศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAC) เข้าร่วมเก็บกู้และพิสูจน์ทราบร่วมกับองค์กรนานาชาติ โดยฝ่ายไทยพร้อมให้การสนับสนุนทั้งงบประมาณ เบี้ยเลี้ยง และการอำนวยความสะดวกทุกประการ หากฝ่ายกัมพูชาไม่มีงบประมาณเพียงพอให้กำลังพล ไทยยินดีที่จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพื่อแสดงความจริงใจในการธำรงสันติภาพ และยืนยันว่าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมต้องอยู่เหนือแรงกดดันทางการเมืองหรือความสุดโต่งทางชาตินิยม

กองทัพไทยขอย้ำว่าการเพิกเฉยหรือปฏิเสธในสิ่งที่มีพยานหลักฐานชัดเจน ถือเป็นการบั่นทอนเกียรติยศของการเป็นทหาร และเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสันติภาพในภูมิภาค จึงเรียกร้องให้กองทัพกัมพูชาเคารพข้อตกลงที่มีร่วมกันและยึดมั่นในกติกาสากลด้วยการกระทำที่จริงใจ มิใช่เพียงผลิตถ้อยคำที่ออกมาลวงโลก และไม่ยอมรับพฤติกรรมที่ชั่วร้ายของคนในชาติของตนเอง

ข่าวเวิร์คพอยท์23

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...