รู้จัก วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสอบสวนคนใหม่ 'ชีวิตนี้ถ้าไม่เป็นอัยการ เป็นนักดนตรี'
บทความโล่เงิน
รู้จัก วัชรินทร์ ภาณุรัตน์
อธิบดีอัยการสอบสวนคนใหม่
‘ชีวิตนี้ถ้าไม่เป็นอัยการ เป็นนักดนตรี’
วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ หรือกุ๊ก ฉายาอัยการเอฟบีไอ เป็นอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวนคนที่ 7
ฉายาได้มาเพราะจบหลักสูตร Major Case Management จาก FBI Academy Quantico Virginia USA
และที่สำคัญมีฝีมือได้รับยอมรับในวงการนักกฎหมาย
ถือเป็นลูกหม้อสำนักงานการสอบสวนจนเติบโต้ก้าวขึ้นสู่ “เบอร์1”
สำนักงานนี้ถือว่ามีความสำคัญและมีบทบาทสอบสวนคดีบิ๊กๆ มากมาย
ไม่ว่าจะเป็นคดีกำนันนกผู้รับเหมากว้างขวางใน จ.นครปฐมยิงตำรวจตาย, คดีเป้รักผู้การ ที่อดีตผู้การชลบุรีกับพวกถูกกล่าวหาเรียกเงิน140 ล้านบาท, คดีน้ำมันโกฟลุ๊คระนอง, คดีลุงเปี๊ยก สระแก้วถูกตำรวจ สภ.อรัญประเทศ ซ้อมทรมาน, คดี 7 ตำรวจจราจรจับผิดตัวซ้อมทำร้ายผิดคนผิดคัน, คดีฮั้วประมูลในคดีสำคัญที่มีมูลค่าความเสียหายหลักร้อยถึงหลักพันล้าน และคดีนอกราชอาณาจักรอีกหลายคดี รวมถึงคดีที่ต้องร่วมสอบสวนกับกรมสอบสวนพิเศษ เช่น คดีปล้นปืนทหาร 3 จังหวัดภาคใต้ คดีปิคนิค จนมาถึงคดีดิไอคอนและอีกหลายคดี
1 ตุลาคมที่่ผ่านมาเป็นวันแรกของการรับตำแหน่ง
ได้มอบ 6 ภารกิจหลักดังนี้
1. คดีนอกราชอาณาจักร ซึ่งรับสำนวนจากตำรวจทั่วประเทศ และ DSI
2. คดีร่วมสอบสวนคดีพิเศษกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI
3. คดีตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 49 มีผู้ร้องต่ออัยการสูงสุดกล่าวหาพรรคการเมืองการเมืองหรือ ส.ส. ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ที่จะต้องนำเสนออัยการสูงสุด เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ
4. การชันสูตรศพในกรณีความตายเกิดจากการกระทำเจ้าพนักงานที่ต้องมีอัยการเข้าร่วมสอบสวน
5. คดีตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำที่ทำให้บุคคลสูญหายฯ หรือ “พ.ร.บ.อุ้มหาย”
6. คดีเกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
นอกจากนี้ อีกมิสชั่นต้องผลักดันให้สำเร็จคือ เจ้าหน้าที่สืบสวน หลังจากคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ไฟเขียวในหลักการแล้ว
อธิบดีวัชรินทร์ฉายภาพให้เห็นว่า “อย่างคดีนอกราชฯ ที่รับผิดชอบสอบสวนเอง เมื่ออัยการสูงสุดสั่งการลงมาให้ดำเนินคดีเพิ่ม ปรากฏว่า เราสืบสวนอย่างยากลำบากมาก จนล่วงรู้สถานที่กบดานผู้ต้องหา เเล้วเราต้องตามผู้ต้องหาเพื่อมาสอบสวน ตอนสืบก็ยาก ตอนตามก็ยากอีก เราต้องไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นดีเอสไอหรือตำรวจ กว่าจะประสานขอออกหมายจับ กว่าไปจับได้ขั้นตอนมากและยาก เจ้าพนักงานที่เป็นนิติกรของอัยการส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิง ไม่มีใครกล้าไปตามจับผู้ต้องหา เเละไม่ได้ฝึกมาด้วย บางครั้งจำเป็นต้องไปตรวจค้นหรือต้องไปควบคุมตัวผู้ต้องหา”
จึงเป็นภารกิจต้องผลักดันให้สำเร็จเพื่อขับเคลื่อนงานคดีนอกราชอาณาจักรและคดีตามกฎหมายอุ้มหายฯ ลุล่วงไปด้วยดี
สําหรับเรื่องราวก่อนกว่าจะมาเป็นอธิบดี งานนอกเหนือจากราชการที่ทำควบคู่ไปคือ เป็นมือกีตาร์และนักร้องนำ จนมีแบนด์ “กุ๊กไก่มิวสิค”
หลายครั้งมี แขกรับเชิญเป็นทั้งนักร้องนักดนตรี นักการเมืองคนสำคัญมากมายขอมาร่วมร้องเล่นกัน
เจ้าตัวเล่าให้ฟังว่า ตอนเด็กๆ ชอบเครื่องแบบชอบดูหนังตำรวจ ชอบแนวสืบสวนสอบสวน อยากเรียนด้านตำรวจมาก จนคิดว่าจะต้องเป็นตำรวจให้ได้
ปรากฏว่า ไปสอบแล้วสอบติด แต่สายตาสั้น เลยอดไปต่อ
พอไม่ได้ตามมุ่งหวังก็เสียใจแต่ “มีพระที่ผมไปดูดวงบอกว่าจะได้เป็นดีกว่าตำรวจ ตอนนั้นก็ไม่เชื่อเท่าไร” อัยการกุ๊กบอก
แต่จุดหักเหอยู่ตรงที่ไปติวสอบเป็นนายร้อยตำรวจ และไปอยู่กับนิติภูมิ นวรัตน์ ติวเตอร์ขณะนั้น
ปรากฏว่า คะแนนสอบออกมาดีมากจนเขาบอกให้ไปช่วยสอน
วิชาแรกที่สอนคือ พ.ร.บ.ตำรวจ จากนั้นก็สอนกฎหมายอื่นๆ เรื่อยมา
กลายเป็นว่าเหตุการณ์ในวันนั้นหล่อหลอมให้มายืนอยู่ในจุดนี้
หลังจากสอบตำรวจไม่ได้เพราะสายตาสั้นเลยมุ่งไปสอบเป็นอัยการและสอบได้ตอนอายุ 26 ปี ถือว่าอายุน้อยมาก
สําหรับงานอดิเรกโปรดปรานคือเล่นดนตรีนั้น อธิบดีวัชรินทร์บอกว่าชอบเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าชีวิตนี้ไม่ได้เข้ามาเป็นอัยการคงเป็นนักดนตรีไปแล้ว
เพราะมองว่าดนตรีเป็นสิ่งที่คอยบำบัดจิตใจ ไม่ว่าจะเจอเรื่องปวดหัวเข้ามาขนาดไหน
ถ้าเจอดนตรี ทุกอย่างคือจบ!!!!!
รวมถึงพ่อแม่แนะนำว่าจะต้องมีทักษะต่างๆ ติดตัวไว้ด้วย
ทักษะกีฬาก็มี ส่วนทักษะดนตรีเริ่มจากหัดเล่นกีตาร์
เริ่มฝึกดนตรีตั้งแต่สมัยเป็นเด็กจากการได้คนข้างบ้านเป็นผู้สอน
ก่อนจะหยุดไปพักใหญ่จากการที่ต้องเตรียมตัวสอบเนติบัณฑิตไทย
และกลับมาเฟ้นหาสมาชิกวงจนได้เป็น “วงกุ๊กไก่” อีกครั้ง ภายหลังจากเป็นอัยการได้สำเร็จ
ส่วนจุดแจ้งเกิดในตำแหน่งอัยการสอบสวนเพราะถูกมอบหมายให้ทำคดีนอก ราชอาณาจักรเป็นคดี ยักยอกไม้ที่ประเทศลาวเป็นคดีแรก
ได้รับมอบหมายร่วมสอบสวนกับตำรวจ ถึงแม้ภายหลังคู่ความยอมความกันได้ แต่ก็ถือว่าเป็นคดีแรกที่อัยการเข้าไปร่วมสอบสวนกับตำรวจด้วยตัวเอง
ก่อนที่ในปี 2547 จะก่อตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ จึงมีพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษขึ้นมา
อัยการต้องตั้งสำนักงานขึ้นมารองรับกำกับดูแลดีเอสไอ ปปง. ฟอกเงิน และ ปปช.
ก่อนได้รับการชักชวนจากนายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุดขณะนั้น จนได้เป็นเลขานุการสำนักงานคดีพิเศษคนแรกที่ทำคดีกับดีเอสไอ
เจ้าของฉายาอัยการเอฟบีไอ ขมวดปมตบท้ายว่า การปฏิบัติหน้าที่ขณะนี้ เป็นงานที่ถูกจริตกับตัวเองเป็นอย่างมากเพราะชอบการสืบสวนสอบสวน
ต้องคอยติดตามผลงานอธิบดีคนใหม่โชว์ฝีมือ “เบอร์1” สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุดผู้นี้ต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสอบสวนคนใหม่ ‘ชีวิตนี้ถ้าไม่เป็นอัยการ เป็นนักดนตรี’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly