โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ณัฐพงษ์’ ถาม ‘สีหศักดิ์’ แจงทำประชามติยกเลิก MOU 43–44 ห่วงขัดกฎหมาย–กัมพูชารู้ข้อมูล

The Reporters

อัพเดต 09 ต.ค. 2568 เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2568 เวลา 08.04 น.

‘ณัฐพงษ์’ ตั้งกระทู้ถามสด ‘รมว. กต.’ กรณีทำประชามติยกเลิก MOU43 - 44 ห่วง ปชช. ขาดข้อมูล หากยกเลิกจริงมีกลไกใดทดแทน เสี่ยงกัมพูชาล่วงรู้ข้อได้เปรียบ อาจนำไทยขึ้นศาลโลก จี้ ถามจุดยืน หวัง เบรกฝ่ายการเมืองเกาะกระแสชาตินิยม ด้าน ‘สีหศักดิ์’ น้อมรับความเห็น เผย ‘บวรศักดิ์’ นัดหารือขั้นตอนประชามติสัปดาห์หน้า หากชัดเจนแล้วจะกลับมาชี้แจง

‘ณัฐพงษ์’ ถาม ‘รมว. กต.’ กรณีทำประชามติยกเลิก MOU43 - 44 ห่วง ปชช. ขาดข้อมูล หากยกเลิกจริงมีกลไกใดทดแทน เสี่ยงกัมพูชาล่วงรู้ข้อได้เปรียบ อาจนำไทยขึ้นศาลโลก จี้ ถามจุดยืน หวัง เบรกฝ่ายการเมืองเกาะกระแสชาตินิยม ด้าน ‘สีหศักดิ์’ น้อมรับความเห็น เผย ‘บวรศักดิ์’ นัดหารือขั้นตอนประชามติสัปดาห์หน้า หากชัดเจนแล้วจะกลับมาชี้แจง

วันนี้ (9 ต.ค. 68) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 30 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 วาระพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้ตั้งกระทู้ถามสดนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในประเด็นการจัดทำประชามติในการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ทั้งสองฉบับ

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตนเองได้ติดตามการสัมภาษณ์ของรัฐมนตรี ว่านโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ในการจัดการเรื่องต่างประเทศ ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ หน่วยงานความมั่นคง และทหาร จะเน้นหลักในเรื่องของเอกภาพในการดำเนินนโยบาย ดังนั้น จึงขอย้ำว่า การมาตอบคำถามในครั้งนี้ จะเป็นการตอบในฐานะตัวแทนรัฐบาล ไม่ใช่ตามความคิดเห็นส่วนตัว หรือความคิดเห็น ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอย่างเดียวเท่านั้น

แม้การทำประชามติ เป็นกลไกที่สำคัญในระบอบประชาธิปไตย ในการเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้ใช้อำนาจทางตรง ในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของประเทศ แต่การทำประชามติ จะสะท้อนเจตนารมย์ประชาชนได้นั้น สิ่งสำคัญคือกระบวนการในการจัดทำ ที่จะต้องรณรงค์อย่างเปิดกว้าง ให้ข้อมูลรอบด้าน ก่อนที่จะเข้าคูหา ซึ่งต้องทำให้ประชาชนเห็นอย่างชัดเจนว่า หลังจากยกเลิก MOU แล้ว จะส่งผลอย่างไรต่อการจัดการข้อพิพาทระหว่างไทย - กัมพูชา และไทยได้เปรียบ หรือเสียเปรียบอย่างไร ในมุมมองตนเองแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะรณรงค์เรื่องนี้ให้ประชาชนรับทราบข้อมูล ทั้งข้อได้เปรียบ และข้อเสียเปรียบ จากการยกเลิกโดยที่ไม่สามารถทำให้กัมพูชาล่วงรู้ได้

MOU ทั้งสองฉบับนั้น มีสาระสำคัญในเรื่องการปัก/ปันเขตแดนทางบก และการบริหาร ผลประโยชน์ของพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล โดยตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประชามติ มีบทบัญญัติไว้ว่ามาตรา 14 วรรค 3 การออกเสียงประชามติ ต้องไม่เป็นการชี้นำมาตรา 15 (5) การออกเสียงประชามติรัฐบาล และ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องให้รายละเอียดอย่างรอบด้าน ซึ่งหมายถึงข้อได้เปรียบ และข้อเสียเปรียบของไทยที่มีต่อกัมพูชา มาตรา 16 รัฐบาล และกกต. จะต้องมีการจัด ให้มีการแสดงความคิดเห็นผ่านสถานีวิทยุและโทรทัศน์ และเวทีสาธารณะต่าง ๆ อย่างทั่วถึง ภายใต้รายละเอียดจำนวนมาก ที่ประชาชนจะต้องใช้ประกอบการตัดสินใจ

1.รัฐบาลมีแผนในการดำเนินการในการจัดทำประชามติอย่างไร เพื่อไม่ให้การออกเสียงประชามติยกเลิก MOU ทั้งสองฉบับนี้ ขัดต่อ พ.ร.บ. ประชามติ โดยที่กัมพูชาไม่สามารถล่วงรู้ ข้อได้เปรียบหรือข้อเสียเปรียบของไทย

2.พ.ร.บ.ประชามติมาตรา 15 (5) ยังมีบทบัญญัติเพิ่มเติมว่ารัฐบาล และ กกต. จากต้องให้ข้อมูลในส่วนของมาตรการในการป้องกันแก้ไขปัญหาเยียวยาที่จะเกิดขึ้น หากมีการดำเนินการตามผลประชามติ จึงขอตั้งคำถามว่าวันนี้รัฐบาลมีมาตรการหรือกลไกอื่นใดที่ดีกว่า MOU 43 ในการปักปันเขตแดนทางบก ระหว่างไทย และกัมพูชาหรือไม่ เพื่อรองรับผลกระทบอีกด้าน ที่จะต้องยกเลิก MOU ฉบับนี้ ส่วน MOU 44 รัฐบาลมีวิธีการ หรือมาตรการอย่างไร ในการป้องกันไม่ให้เอกชนที่ลงนามสัมปทานการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ที่เป็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย และกัมพูชา ไม่ให้นำเรื่องไปฟ้องอนุญาโตตุลาการ เรียกค่าเสียหายกับรัฐบาลไทย หากจะต้องมีการยกเลิก MOU ฉบับนี้

3.หากจะยังดึงดันเดินหน้าจัดทำประชามติแบบนี้ ที่สุ่มเสี่ยงขัดต่อกฎหมาย และอาจจะมีผู้ร้องว่าการจัดทำประชามติแบบนี้ ให้ข้อมูลไม่รอบด้าน และทำให้การจัดทำประชามติเป็นโมฆะ หรือสิ้นผลไป จะยังเดินหน้าต่อจริงหรือไม่ หรือจริง ๆ แล้วรัฐบาลมีกลไกอื่น อย่างการใช้กลไกในรัฐสภาของคณะกรรมการวิสามัญ หรือรัฐบาล ดังนั้น กลไกเหล่านี้หรือไม่ที่จะเป็นทางออกที่ดีกว่าการออกเสียงประชามติรัฐบาลได้พิจารณาการใช้กลไกเหล่านี้อย่างรอบคอบ ก่อนที่จะส่งให้ฝ่ายบริหารตัดสินใจหรือไม่

นายณัฐพงษ์ ถามย้ำว่า ความเห็นในมุมมองของรัฐบาล ในฐานะที่รัฐมนตรี เป็นบุคคลที่อยู่ในกระทรวงการต่างประเทศมาโดยตลอด และมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ จึงอยากทราบความเห็นในฐานะที่เป็นนักการทูต และเป็นตัวแทนของรัฐบาลว่า เห็นด้วยหรือไม่ว่ารัฐบาลควรจะต้องยกเลิก MOU 43 และ 44

การที่เรามีประเด็นเรื่องนี้ ถกเถียง ใช้กระแสชาตินิยมกันอย่างกว้างขวางในประเทศ เราต้องการผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย แต่สิ่งที่เราไม่ต้องการคือการนำเรื่องนี้มาเรียกกระแสต่าง ๆ และอาจทำให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาด ที่เราไม่สามารถกลับมาแก้ไขปัญหาได้อีก จนนำไปสู่กัมพูชาล่วงรู้ข้อเสียเปรียบ ได้เปรียบ และเดินเกมที่ผิดพลาด จนกัมพูชานำเรื่องนี้เข้าสู่ศาลโลกได้ ตนเองทราบดีว่ารัฐมนตรีรู้ว่าอะไรคือทางออก แต่ตอนนี้อยู่ใน ครม. จึงทำให้มีอุปสรรคบางอย่างจึงไม่สามารถตอบได้ตรง ๆ

นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า ตนเองอยากได้คำยืนยัน ในฐานะที่ท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นคำพูดที่มีน้ำหนักในการให้ความเห็นของรัฐมนตรีชุดนี้ยืนยันออกมาดัง ๆ ได้หรือไม่ ตอบในฐานะการทูตว่า ท่านเห็นด้วยจริงหรือ ที่จะต้องมีการยกเลิก MOU ทั้ง 2 ฉบับ ท่านเห็นด้วยจริง ๆ หรือว่าการทำประชามตินั้น เป็นกระบวนการที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ หรือถ้าไม่เห็นด้วย และไม่สามารถตอบออกมาได้อย่างชัดเจน

“ขอคำยืนยันได้หรือไม่ว่า จะเข้าไปนำเสนอข้อคิดเห็นในฐานะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อที่จะเบรคฝ่ายการเมือง ที่นำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นการเมืองเพื่อใช้กระแสชาตินิยม เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ ต้องการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยืนยันเจตนาในที่ประชุมแห่งนี้” นายณัฐพงษ์ กล่าว

จากนั้น นายสีหศักดิ์ ได้ตอบชี้แจงว่า เรื่อง MOU เป็นเรื่องสำคัญ ประชาชนควรมีส่วนร่วมแสดงความเห็น จึงเป็นที่มาของการทำประชามติ แต่ก็อาจจะไม่ถูกต้องหากอยู่บนพื้นฐานของการขาดข้อมูล

นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี จะนัดประชุมเพื่อหารือรูปแบบขั้นตอนในการทำประชามติว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยสิ่งที่นายณัฐพงษ์เสนอมา ถือว่าเป็นประโยชน์ และจะรับไปดำเนินการ ซึ่งหากมีความชัดเจนหลังการประชุมแล้ว จะขอมาชี้แจงที่รัฐสภาอีกครั้ง

นายสีหศักดิ์ ตอบเพิ่มเติมว่า การเข้าสู่กระบวนการทำประชามติพิจารณาว่าจะยกเลิก MOU หรือไม่ เราทำด้วยความรอบคอบ คือต้องชัดเจนว่าหากไม่มี MOU แล้วจะมีอะไรเป็นทางเลือก เพื่อไม่ให้ความมั่นคงของประเทศไม่เสียหาย ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ เห็นความสำคัญของแผนรองรับเพื่อรักษาผลประโยชน์ของเรา สำหรับการเยียวยายังมีรายละเอียดมาก แต่คิดว่า อะไรที่เป็นสิทธิชอบธรรมและได้รับผลกระทบจากการยกเลิก MOU เราก็จำเป็นต้องให้การเยียวยา

ขอยืนยันว่า เรื่องการต่างประเทศเป็นเรื่องผลประโยชน์ของชาติ หลายครั้งต้องไม่นำมาเป็นประเด็นทางการเมือง และเรื่องนี้ต้องมีการอภิปรายอย่างจริงจัง การจะตอบท่านต้องตอบด้วยความมั่นใจ จึงอยากให้มีการพูดคุยในรายละเอียดให้ชัดเจน พร้อมยืนยันอีกว่า จะนำความเห็นส่วนตัวของตนเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปนำเสนอในกระบวนการพิจารณาของรัฐบาลแน่นอน

“สำหรับผมเอง เรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ขณะเดียวกัน เรื่องของกระบวนการประชาธิปไตยที่รัฐบาลต้องมีความรับผิดรับชอบต่อรัฐสภาก็ถือว่าสำคัญ ดังนั้น ถ้าท่านมีประเด็นอะไรต่างๆ ผมก็พร้อมจะมาชี้แจง และเมื่อเรามีแผนที่ชัดเจน ผมก็พร้อมจะมาชี้แจงอีกครั้ง” นายสีหศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย

โดยหลังจบกระทู้ถามดังกล่าว นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปฏบัติหน้าที่ประธานการประชุมขณะนั้น ได้ถามเชิงหยอกล้อกับนายสีหศักดิ์ว่า เป็นอย่างไรบ้าง พร้อมระบุว่า “การตอบในสหประชาชาติ กับตอบในรัฐสภา บรรยากาศคงจะไม่ค่อยเหมือนกัน” ก่อนจะหัวเราะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...