หลบบ้าน ‘เมืองคอน’ ยั่งยืน เดือนสิบให้เห็นหน้า เดือนห้าให้เห็นตัว
ถ้อยคำที่ปู่ย่าตายายชาวใต้พูดสืบต่อกันมา “เดือนสิบให้เห็นหน้า เดือนห้าให้เห็นตัว” เป็นเหมือนนาฬิกาหัวใจที่นับวันรอให้ลูกหลานกลับบ้านพร้อมหน้า เพราะสารทเดือนสิบไม่ใช่เพียงงานบุญ
แต่คือ “สัญญาใจ” สานสายใยในครอบครัว ที่ทุกคนควรจะกลับมากินข้าวบ้านด้วยกันปีละครั้ง พร้อมทำบุญอุทิศให้บรรพบุรุษ เติมเต็มความรักความคิดถึงที่เก็บไว้มานาน
สารทเดือนสิบ-สืบสานนับพันปี
ปีนี้เดือนนี้มีความพิเศษ เมื่อกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (YEC) หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมพลังกับสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคใต้ หรือทีเส็บ จัดบิ๊กอีเวนต์ขับเคลื่อนกระตุ้นเศรษฐกิจ
ตอกย้ำความหมายของคำว่า “หลบบ้าน” หรือ “กลับบ้าน” ให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ในช่วงเทศกาลสารทเดือนสิบที่สืบสานกันมานับพันปี พร้อมต่อยอดสู่กิจกรรมสัญลักษณ์บทพิสูจน์ประเพณีเก่าแก่ที่สามารถก้าวข้ามกาลเวลาได้ ทั้งยังคงรักษาแก่นแท้ของความกตัญญูเอาไว้อย่างครบถ้วน
สอดคล้องกับเป้าหมายโครงการ “เทสใต้ Tasty เมนูอาหารสีดำ” ที่มีแนวคิดยกระดับ ไม่ใช่แค่ดึงดูดลูกหลานให้กลับบ้านเท่านั้น แต่ให้มาร่วมสัมผัสเสน่ห์ใหม่ ๆ ของเมืองคอนบ้านเกิด รวมถึงดึงดูดนักเดินทางให้เข้ามาเที่ยวในจังหวัดมากขึ้น
อาทิ ชักชวนร้านอาหาร 30 ร้าน ใน 7 อำเภอ ได้แก่ เมือง พรหมคีรี ขนอม สิชล ท่าศาลา ทุ่งสง และปากพนัง มาสร้างสรรค์เมนูอาหารสีดำเฉพาะเทศกาล มีแรงบันดาลใจจากความเชื่อของสายมู และอาหารเมนูต่าง ๆ ซึ่งเป็น Soft Power ที่เล่าเรื่องราวของประเพณีให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่าย
คำพื้นถิ่นที่คนใต้ต้องนึกถึง
หัวใจของงานประเพณีสารทเดือนสิบ “หมฺรับ” สำรับแห่งความกตัญญู คำที่คนใต้ทุกคนต่างนึกถึงคือ “หมฺรับ” หรือ “มฺรับ” ในภาษาใต้ หมายถึง “สำรับ” ศักดิ์สิทธิ์ที่ลูกหลานจัดทำขึ้นอย่างประณีต เพื่อถวายพระสงฆ์และอุทิศส่วนบุญ
หมฺรับถือเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนความเชื่อ ความผูกพัน และหัวใจของความเป็นคนพื้นถิ่นที่ให้ความสำคัญกับความกตัญญู
ภาพจำในอดีต หมฺรับคือกระบุงไม้ไผ่สานขนาดใหญ่ ที่จุสิ่งของไว้เต็ม ปัจจุบันอาจเปลี่ยนเป็นถาดหรือกระเชอ แต่แก่นสารและความหมายไม่เคยจางหาย สิ่งของล้วนมีนัย เชื่อกันว่าเป็นของใช้จำเป็นของดวงวิญญาณในโลกหน้า
ชั้นล่างสุด : มักบรรจุ อาหารแห้ง ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพ เช่น ข้าวสาร พริก เกลือ กะปิ และปลาเค็ม ซึ่งเปรียบเสมือนเสบียงที่ใช้ในการเดินทางอันยาวไกล
ชั้นที่สอง : จัดวาง พืชผลทางการเกษตรที่เก็บได้นาน เช่น กล้วย มะพร้าว มันเทศ และอ้อย เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์
ชั้นที่สาม : เป็นชั้นของเครื่องใช้ประจำวัน ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต เช่น หม้อ กระทะ เข็ม และด้าย รวมถึงเครื่องบูชาอย่างธูปและเทียน ซึ่งเปรียบได้กับเครื่องมือสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในภพภูมิหน้า
ชั้นบนสุด : คือ หัวใจสำคัญของหมฺรับ ที่เต็มไปด้วยขนมเดือนสิบทั้ง 5 ชนิด ซึ่งแต่ละอย่างล้วนมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ลึกซึ้ง ได้แก่ ขนมลา ทำหน้าที่เป็น ผืนผ้าเครื่องนุ่งห่ม, ขนมพอง เปรียบเสมือน เรือหรือแพ สำหรับข้ามวัฏสงสาร, ขนมกง หรือขนมไข่ปลา เป็นตัวแทนของเครื่องประดับ, ขนมดีซำ หมายถึง เงินตรา หรือเบี้ยที่ใช้ในการเดินทาง และขนมบ้า คือ ของเล่นหรือลูกสะบ้า เพื่อสร้างความสนุกสนานและคลายเหงาให้แก่ดวงวิญญาณ
ดังนั้น หมฺรับคือการแสดงออกถึงความกตัญญู ความรัก ความเชื่อ และความหวังดีที่ลูกหลานมีต่อบรรพชน รวมถึงขยายขอบเขตของรากเหง้าประเพณีให้มีความร่วมสมัยและมีส่วนร่วมของคนทุกเจน
Soft Power วัฒนธรรมอาหาร
“มิติใหม่ของความเชื่อแห่งรสชาติอาหารสีดำ” คุณไม่ควรพลาด 10 เมนูเด็ดที่เกิดจากการตีความวัฒนธรรมสู่ความร่วมสมัย แต่ละจานคือการเล่าเรื่องผ่านสีดำที่ทั้งน่าค้นหาและอร่อยไม่เหมือนใคร
แกงคั่วกรรเชียงปู Black Pearl (ขนมยิ้มซีฟู้ด) : แกงคั่วใต้รสเผ็ดร้อนที่คุ้นเคย ถูกยกระดับด้วยกรรเชียงปูชิ้นโต และซอส “Black Pearl” สีเข้มข้นราวอัญมณี
My Nakhon เค้กเบียร์ดำ (AG) : เค้กสีดำเข้มทำจาก JIB Stout คราฟต์เบียร์ดำจากโรงเบียร์ท้องถิ่นนครศรีธรรมราช ผสมช็อกโกแลตจากฟาร์มใน อ.ท่าศาลา รสชาติเด่นเป็นเอกลักษณ์
ข้าวมันโคลนทะเลอ่าวไทย (ครัวตังเก) : ข้าวมันหอม ๆ ที่ผสมซอสทะเลสีดำเข้ม เสิร์ฟคู่ซีฟู้ดสดจากอ่าวไทย ทุกคำคือการพาคนกินดำน้ำสู่ท้องทะเลคอนผ่านรสชาติ
แกงโคลน (แลเล) : แกงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความขลังของสีดำและเอกลักษณ์รสชาติแบบชาวใต้แท้ ๆ
บุญ-พองเดือนสิบ (Blue Surf Cafe) : เมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากขนมเดือนสิบ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเทศกาล
ขนมลาบัน (Ek’s Bake House) : ขนมปังโฮมเมด ผสานกับความกรอบบางเบาของขนมลา ขนมประจำงานบุญเดือนสิบ ได้รสสัมผัสกรอบ-นุ่มในคำเดียว ราวกับเชื่อมอดีตกับปัจจุบันให้ละลายในปาก
เป-ตะ ดำสารท (Bangkok Coffee) : กาแฟสกัดเย็นที่ตั้งชื่อให้เข้ากับเทศกาลโดยเฉพาะ “เป-ตะ” คือคำเรียกขานของ “เปรต” ในหมู่คนคอน ถ่ายทอดเป็นความเข้มข้นของกาแฟดำผสมกับความนุ่มละมุนของนม
เฟตตูชินี่ผัดขี้เมาทะเลลุยกระทะทองแดง (Wine no.6) : เส้นพาสต้าสีดำที่ทำขึ้นพิเศษ ผสมผสานรสชาติแบบอิตาเลียนเข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่น
Kiekie Latte (Mary Feel) : ลาเต้สีดำเข้มที่ถูกรังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบคุณภาพดี ให้รสชาติที่กลมกล่อมและน่าค้นหา
ปลาย่างซอสโคลน (Kole) : ปลาเนื้อสดจากทะเลใต้ถูกย่างบนเตาถ่านจนหอมกรุ่น เสิร์ฟพร้อม “ซอสโคลน” สีดำ ที่ทั้งน่าฉงนและเข้ากันได้อย่างลงตัว
จากความเชื่อและรสชาติประจำถิ่น สู่เวทีโลก-Powered by TCEB มีร้านอาหารและคาเฟ่ที่เข้าร่วม อาทิ ครัวตังเก, Wanderwood, Blue Surf Cafe, One more Thai Craft Chocolate ฯลฯ โดยต่อยอดรองรับกิจกรรม MICE (Meeting, Incentive, Convention, Exhibition) ในอนาคต เป็นทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่ เส้นทางท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (Business Travel Routes) ที่ผสานวัฒนธรรม อาหาร และการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หลบบ้าน ‘เมืองคอน’ ยั่งยืน เดือนสิบให้เห็นหน้า เดือนห้าให้เห็นตัว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net