โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดร.นิเวศน์ เปิดเทคนิคบริหาร "หุ้น-สุขภาพ" พอร์ตโต 30 เท่า-ไม่ป่วยหนัก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ส.ค. 2568 เวลา 02.14 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2568 เวลา 02.14 น.
ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ดร.นิเวศน์ กูรู VI เปิดเผยเทคนิค “บริหารหุ้น VS บริหารสุขภาพ” ชี้คล้ายกัน ชูพอร์ตลงทุนโต 30 เท่า เคยขาดทุนแค่ 3 ปี ยันไม่เคย “พลิกหินทุกก้อน” เพื่อค้นหาหุ้นมหัศจรรย์-ไม่เล่นหุ้นเก็งกำไร ส่วนด้านสุขภาพไม่เคยป่วยหนัก-ไม่อดอาหารแบบ “Fasting” ทุกรูปแบบ

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนเน้นคุณค่า (VI) เขียนบทความเรื่อง “บริหารหุ้น VS บริหารสุขภาพ” ลงในเพจสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า โดยระบุว่า “ตั้งแต่ “เกษียณ” จากงานประจำ ซึ่งก็คือเมื่ออายุประมาณ 51-52 ปี จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาประมาณ 20 ปีมาแล้ว สิ่งที่ผมทำเป็นหลักและเป็น “ชีวิตประจำวัน” มีอยู่ 2 เรื่องคือ 1) บริหารหุ้นและการลงทุน และ 2) บริหารสุขภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยเฉพาะเมื่อคนมีอายุมากขึ้น เพราะทั้ง 2 เรื่องนี้มีผลต่อ “ความสุข” มากที่สุดและมากกว่าเรื่องอื่น ๆ”

“นับถึงวันนี้ ผมคงทำได้ค่อนข้างดีทั้งสองเรื่องดูจากความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง คือเงินในพอร์ตเพิ่มขึ้นประมาณ 30 เท่า และขาดทุนเพียง 3 ปี และปีที่ขาดทุนสูงสุดอยู่ที่เพียงประมาณ 15% ในปีวิกฤติซับไพร์ม”

“ในด้านของสุขภาพ ผมก็ไม่เคยป่วยหนักจนต้องนอนโรงพยาบาล ยังไม่เป็นโรคไม่ติดเชื้อยอดนิยมเช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ และมะเร็ง แม้ว่าต้องอาศัยยาควบคุมตัวเลขทางสุขภาพหลาย ๆ อย่าง แต่นั่นก็คือส่วนหนึ่งของ “การบริหารสุขภาพ” ที่ทำมาตลอดและเพิ่มมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นและเกษียณจากงานประจำ”

“แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมจะคุยหรือฉลองความสำเร็จ เพราะประสบการณ์จากคนอื่นที่ผมพอจะรู้จักหรือได้ยินได้เห็นก็คือ “อย่าโม้” เกี่ยวกับการลงทุนและสุขภาพ เพราะ “สงครามยังไม่จบ อย่านับศพทหาร” หรือความหมายก็คือ ทั้งการลงทุนและสุขภาพนั้น เขาวัดกันตอนจบ คือหยุดลงทุน และ/หรือ ตาย”

“เรื่องของสุขภาพนั้น ผมยังจำได้ถึงยุคหนึ่งที่คนไทยเริ่มสนใจการรักษาสุขภาพกันมาก ซึ่งเกิดจากหนังสือแนวการดูแลสุขภาพสมัยใหม่ เช่น “อยู่ 100 ปีมีสุข” จนมีผู้นำทางสังคมและเศรษฐกิจบางคนประกาศตั้ง “ชมรมคนอยู่ 100 ปี” ที่เผยแพร่เคล็ดลับการมีชีวิตและสุขภาพที่ดีเลิศและประกาศว่าตนเอง ที่มีอายุระดับ 60 ปีแล้วจะอยู่จนถึง 100 ปี แน่นอน ซึ่งคนจำนวนมากรวมถึงผมเองก็เชื่อ เพราะเขา “แข็งแรงและดูหนุ่มมาก”

ถ้าจำไม่ผิด ท่านประธานชมรมเสียชีวิตหลังจากจัดตั้งชมรมไม่เกิน 10 ปี ซึ่งผมก็จำไม่ได้แล้วว่าเสียชีวิตเพราะอะไร แต่ไม่ใช่ด้วยอุบัติเหตุอย่างแน่นอน”

“ตั้งแต่นั้นมา ผมก็มักจะคอยจดจำว่ามีใครที่บอกว่าตนจะอยู่จนอายุ 100 ปีหรือคุยว่าตนเองแข็งแรงขนาดไหน และก็พบบ่อย ๆ ว่า เขาก็ตายในอายุขัยปกติหรือบางคนก็ต่ำกว่านั้น ไม่ได้ต่างจาก “คนธรรมดา” ที่ไม่ได้บริหารจัดการอะไรกับสุขภาพเลย

คนที่อายุยืนและสุขภาพดีจริง ๆ ที่ยังคุยได้ทั้ง ๆ ที่อายุเกิน 90 ปีแล้ว ที่ผมเช็คดูนั้น นอกจากจะบริหารจัดการสุขภาพ บางคนก็ทำอย่างดีตามที่คุยแล้ว พวกเขามักจะมีพ่อแม่หรือบรรพบุรุษที่อายุยืนมากทั้ง ๆ ที่ไม่เคยต้องออกกำลังกายและควบคุมอาหารหรือทำสิ่งต่าง ๆ แบบที่เชื่อกันในปัจจุบัน”

“ดังนั้น ผมจึงคิดว่า เรื่องของสุขภาพที่ดีและอายุขัยที่ยืนยาวนั้น คงต้องมี “โชค” ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ได้ขึ้นกับ “ฝีมือ” ในการบริหารหรือดูแลสุขภาพทั้งหมด บางที ปัจจัยสำคัญที่สุดอาจจะเป็นเรื่องของ “ยีน” ของแต่ละคนที่อาจจะมีอิทธิพลมากกว่า ส่วนเรื่องของการดูแลจัดการสุขภาพอาจจะเป็นแค่ปัจจัยสนับสนุนให้ร่างกายทำหน้าที่ได้ตามปกติตามธรรมชาติของมัน”

“และนั่นก็คือความเชื่อของผมในตอนนี้ที่ว่า เรื่องของสุขภาพนั้น อาจจะ 80-90% ขึ้นอยู่กับการจัดการไม่กี่เรื่อง และส่วนใหญ่แล้วผมก็จะทำถ้ามันไม่ได้ “ลดความสุข” หรือทำให้ผมรู้สึกว่ามัน “ทรมาน” มากเกินไป”

“ข้อแรกก็คือ เรื่องของการกิน ซึ่งผมพยายามกินแบบไม่ให้อิ่มเกินไป คือพอเริ่มรู้สึกอิ่มก็จะหยุดทันที เน้นการกินอาหารที่ไม่ใช่คารโบไฮเดรทที่ให้พลังงานสูงเช่นแป้งและน้ำตาล ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นไขมันถ้าร่างกายใช้ไม่หมด ผมทำแบบนี้ก็เพื่อคุมน้ำหนักไม่ให้สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป

แต่ผมจะไม่ “อดอาหาร” ที่เรียกว่า “Fasting” ทุกรูปแบบ เช่นเดียวกับการไม่เลี่ยงอาหารมันหรือมีคลอเรสเตอรอลสูง ผมจะกิน “ตามใจปาก” ถ้าอร่อย ผมกิน ซึ่งรวมถึงเบียร์วันละกระป๋อง ผมคิดว่าถ้าไม่กินมากเกินไป ไม่น่าจะเป็นอันตราย แม้ว่าจะมีการศึกษา “ใหม่” บอกว่าเบียร์แค่วันละกระป๋องก็อันตรายต่อสุขภาพ ไม่ควรกิน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นบอกว่าไวน์วันและแก้วเป็นผลดีต่อสุขภาพ”

“นอกจากอาหารแล้ว ผมกินวิตามินหลัก ๆ หลายชนิด เช่น วิตามิน C B และ D แร่ธาตุบางอย่างที่สำคัญต่อการทำงานของร่างกายเช่น สังกะสี สิ่งเหล่านี้เขาบอกว่าเป็นเหมือนน้ำมันหล่อลื่นที่ช่วยให้ “เครื่องยนต์” ซึ่งก็คือร่างกาย ทำงานได้อย่างราบรื่นไม่ติดขัด

ผมตรวจสุขภาพโดยการตรวจเลือดทุก 6 เดือนเพื่อดูและควบคุมสารเคมีต่าง ๆ เช่น ระดับคลอเรสเตอรอล น้ำตาล และอื่น ๆ ซึ่งในช่วงเวลานี้ที่อายุมากขึ้นก็จำเป็นต้องคอยควบคุมไม่ให้ตัวเลขเกินเลยหรือต่ำกว่าค่าปกติ เพราะตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวบ่งบอกที่ชัดเจนว่าร่างกายจะเกิดปัญหาถ้าไม่จัดการ ดังนั้น ผมจึงต้องกินยาบางอย่างที่จำเป็น แต่ผมเลิกที่จะกินยาหรืออาหารเสริมประเภท กินแล้วอายุยืน กินแล้วสมองดี หรือกินแล้วหลับสบาย และอื่น ๆ ที่มีการโฆษณาแนะนำกันมากมายในสมัยนี้ รวมถึงไม่ฉีดฮอร์โมนหรือเสต็มเซลที่อาจจะกำลังฮิตกัน”

“ข้อสองที่ผมทำมาตลอดในการดูแลเรื่องสุขภาพก็คือ การออกกำลังกาย ซึ่งผมใช้วิธีวิ่งช้า ๆ หรือจ็อกกิ้งวันละประมาณ 3 กิโลเมตรและใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที สัปดาห์ละ 5-6 วัน ซึ่งผมทำมาอย่างสม่ำเสมอ ไม่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ผมคิดว่าถ้าผมยังทำเท่าเดิมได้ สุขภาพผมก็น่าจะยังดีหรือไม่ถดถอยลง เวลาวิ่ง ผมเองก็มักจะคิดไปเรื่อย ๆ ในทุกเรื่องที่ต้องการสมาธิและการตรึกตรองแบบลึกซึ้ง ผมคิดว่าไอเดียสำคัญในชีวิตผมเกิดขึ้นในขณะที่กำลังวิ่งไม่น้อยกว่า 30% บ่อยครั้งเวลาวิ่ง ผมคิดถึงชื่อของซีรี่ทีวีดังในสมัยที่เป็นหนุ่มของผมคือเรื่อง “Run For Your Life” หรือ “วิ่งเพื่อชีวิต”

“ในเรื่องของการลงทุนนั้น ผมคิดว่ามีความคล้ายคลึงกับเรื่องของสุขภาพในหลาย ๆ ประเด็น เริ่มตั้งแต่การที่ผมเชื่อว่า “โชค” มีผลต่อผลตอบแทนการลงทุนของผมค่อนข้างมาก ส่วนการจัดการหรือการบริหารการลงทุนนั้น แน่นอน ก็เป็นส่วนสำคัญ แต่เป็นประเด็นว่าเราจะ “ทำผิด” ไม่ได้ ถ้าทำผิดจากที่ควรเป็น ผลตอบแทนอาจจะเลวร้ายหรือถึงหายนะได้ คล้าย ๆ กับเรื่องของสุขภาพที่ว่า ถ้าคุณสูบบุหรี่ ต่อให้คุณออกกำลังและดูแลสุขภาพแค่ไหน มันก็ไปไม่รอด”

“ความ “โชคดี” ของการลงทุนของผมคงอยู่ที่ว่า ผมได้เริ่มลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยกำลังโตสุดยอดและบริษัทจดทะเบียนรุ่นใหม่ที่ขยายตัวขึ้นและเอาชนะบริษัทรุ่นเก่าที่กำลังถูกทำลาย โดยที่บริษัทผู้ชนะสามารถสร้างป้อมปราการปกป้องตนเองในระหว่างที่ธุรกิจขยายตัวขึ้นและกลายเป็น “ซุปเปอร์สต็อก” หรือหุ้นที่มีค่ามาก วัดจากค่า PE ที่สูงลิ่ว และนั่นก็คือ สถานการณ์ที่เรียกว่าเป็น “ตลาดหุ้นยุค VI” ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ผม ที่โชคดี แต่เป็นกลุ่ม “นักลงทุน VI” แทบทั้งหมด ที่ทำผลงานการลงทุนติด “ระดับโลก” ในยุคนั้น”

“การบริหารการลงทุนของผมเองนั้น ก็คล้าย ๆ กับเรื่องของสุขภาพ ผมไม่ได้ทำอะไรซับซ้อน พูดง่าย ๆ ไม่มีสูตรลับหรือความสามารถพิเศษ ผมแทบไม่เคยไป “พลิกหินทุกก้อน” เพื่อค้นหาหุ้นมหัศจรรย์ ผมไปเยี่ยมบริษัทน้อยมากและไม่เคยไปงาน Company Visit หรือพบผู้บริหารจดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์เลย ที่ทำตลอดก็คือการเดินช็อปปิ้งตามห้างและร้านค้าต่าง ๆ เหมือนกับคนทั่วไป เพียงแต่ผมจะคิดไปด้วยว่าสินค้านั้นเป็นของบริษัทจดทะเบียนไหน และมันดีแค่ไหน ราคาของหุ้นเป็นอย่างไร ผมอยากจะเป็นเจ้าของบริษัทหรือไม่”

“ผมจะเลือกบริษัทหรือหุ้นที่ดีระดับต้น ๆ ของประเทศ ที่ไม่มีใครสามารถแข่งขันได้และซื้อได้ในราคาที่ค่อนข้างถูก คือค่า PE ไม่สูงเกินไปเทียบกับหุ้นทั่วไปในตลาดและในอุตสาหกรรมเดียวกัน จำนวนบริษัทที่ถือก็ประมาณ 5-6 ตัวหลัก ๆ เก็บไว้โดยแทบไม่ต้องทำอะไร แต่ทุกไตรมาสก็ต้องคอยดูผลประกอบการและธุรกิจว่ายังดีขึ้นหรือดีเหมือนเดิมไหม ถ้าใช่ก็ถือต่อไป ถ้าไม่ใช่ก็อาจจะต้องเปลี่ยน แต่กรณีหลังนั้นมักจะเกิดไม่บ่อย เพราะหุ้นหรือบริษัทที่ดีจริงนั้น จะไม่แย่ลงง่าย ๆ”

“ผมลงทุนระยะยาวมาก แทบจะตลอดชีวิต ตลาดหุ้นจะขึ้นหรือลง ผมไม่ค่อยสนใจ ผมสนใจว่าหุ้นหรือพอร์ตของผมควรจะขึ้นมากกว่าลงนับเป็นรายปี ผมสนใจว่ามูลค่าปันผลแต่ละปีของผมควรจะขึ้นไปเรื่อย ๆ ทุกปีแบบช้า ๆ”

“ผมไม่สนใจที่จะเข้าไปเล่นหุ้น “เก็งกำไร” ที่มักจะขึ้นลงแรงมาก บางทีเป็นเท่า ๆ ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ผมไม่สนใจที่จะใช้มาร์จินหรือการกู้เงินมาลงทุนซื้อหุ้น ผมไม่ต้องการผลตอบแทนที่สูงมากในบางช่วงแต่ต้องเสี่ยงมากถ้าเกิดเหตุการณ์เลวร้าย”

“เป้าหมายการลงทุนของผมก็คือ ได้ผลตอบแทนปีละ 10% แบบทบต้นในช่วงที่เข้าตลาดหุ้นใหม่ ๆ แต่ในระยะหลังนี้ผมคิดว่าน่าจะลดลงเหลือ 7% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของไทยถดถอยลงมาก และบริษัทจดทะเบียนก็โตช้าลงมากหรือแทบไม่โตเลย”

“ว่าที่จริงผมกำลังเปลี่ยนแปลงการจัดการลงทุนของผมครั้งใหญ่คือ จะไปลงทุน “ทั่วโลก” เนื่องจากตลาดโลกของการลงทุนเปิดกว้างมา นักลงทุนแทบทุกคนก็สามารถไปลงทุนได้ บางที อีกซัก 10 ปี ผมคงมาเล่าได้ว่าผมจัดการอย่างไรและผลลัพธ์คืออะไร”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดร.นิเวศน์ เปิดเทคนิคบริหาร “หุ้น-สุขภาพ” พอร์ตโต 30 เท่า-ไม่ป่วยหนัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...