โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยเบฟ รายได้ 9 เดือน ทรงตัวที่ 2.58 แสนล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 ต.ค. 2568 เวลา 17.06 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. 2568 เวลา 10.06 น.

ไทยเบฟ รายงานรายได้ 9 เดือนที่ 258,621 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน ธุรกิจเบียร์ โตเด่น EBITDA เพิ่ม 4.0% เล็งลงทุนเชิงรุก ธุรกิจสุราดัน PRAKAAN สู่ตลาดโลกพร้อมขยายกำลังการผลิตในต่างประเทศ และเสริมทัพผลิตภัณฑ์ Healthier Choice ในกลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ ไทยเบฟ รายงานรายได้จากการขาย 9 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ 258,621 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า แม้เผชิญกับภาวะการบริโภคที่ชะลอตัวและเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความท้าทาย

บริษัทชี้แจงว่ากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ลดลงเพียง 4.0% มาอยู่ที่ 45,026 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มการลงทุนด้านตราสินค้าและการตลาดตามแผน โดยยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ PASSION 2030 ที่เน้นการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพและใช้ดิจิทัลขับเคลื่อนการเติบโต

ธุรกิจสุรา : ลงทุนแบรนด์และนวัตกรรม หนุนตลาดต่างประเทศแกร่ง

ธุรกิจสุรามีรายได้จากการขายงวด 9 เดือน ปี 2568 จำนวน 92,778 ล้านบาท ซึ่งทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ปริมาณขายรวมจะลดลง 0.8% และ EBITDA ลดลง เนื่องจากค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้นเพื่อเสริมแกร่งตราสินค้าและสนับสนุนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในต่างประเทศ รวมถึงเมียนมา ยังคงมีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

แผนการลงทุนและกลยุทธ์หลัก : บริษัทมุ่งเสริมแกร่งแบรนด์หลักในไทย (รวงข้าว, หงส์ทอง, แสงโสม) และผลักดันสุราไทยสู่เวทีโลก ผ่านผลิตภัณฑ์ระดับสากล อาทิ PRAKAAN (ปราการ) ซิงเกิลมอลต์วิสกี้แบรนด์แรกของไทย ที่เตรียมขยายตลาดสู่สหราชอาณาจักร

นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว ZATO (ซาโต้) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมดื่ม (RTD) เพื่อตอบสนองตลาดนวัตกรรม สำหรับตลาดเมียนมา แกรนด์ รอยัล วิสกี้ ยังคงเป็นผู้นำตลาดวิสกี้อันดับ 1 ในเมียนมา และมีการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้วย Chingu Soju ในตลาดโลกมีการเพิ่มศักยภาพการผลิตด้วยการขยายคลังสินค้าในสหราชอาณาจักร และวางแผนขยายโรงกลั่นในนิวซีแลนด์

ธุรกิจเบียร์ : กำไรเพิ่มขึ้นจากต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต

ธุรกิจเบียร์มีรายได้จากการขาย 9 เดือน ปี 2568 จำนวน 96,497 ล้านบาท ซึ่งทรงตัวจากปีก่อน เนื่องจากสภาวะตลาดที่ท้าทายในประเทศเวียดนาม แม้ว่าปริมาณขายรวมจะเพิ่มขึ้น 4.8% ก็ตาม อย่างไรก็ตาม ธุรกิจมี EBITDA เพิ่มขึ้น 4.0% เป็น 12,573 ล้านบาท และมีอัตรากำไรเพิ่มขึ้น เป็นผลจากการ ลดลงของต้นทุนวัตถุดิบหลัก และการพัฒนา ประสิทธิภาพในการผลิต ที่ดีขึ้น

แผนการลงทุนและกลยุทธ์หลัก : ในประเทศไทย บริษัทมุ่งเสริมแกร่ง ช้าง คลาสสิก และยกระดับ ช้าง โคลด์บรูว์ สู่ตลาดแมสพรีเมียม ควบคู่กับการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย สำหรับประเทศเวียดนาม (ซาเบโก้) ยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาดด้วย Bia Saigon โดยเน้นการลงทุนด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (เช่น เปิดตัว 333 Pilsner และ Bia Saigon Chill 250 มล.) และเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรจากการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มในบริษัทร่วม Sabibeco เพื่อเสริมกำลังการผลิต

ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ : การลงทุนกดดัน EBITDA เน้น Healthier Choice

ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์มีรายได้จากการขายช่วง 9 เดือน ปี 2568 จำนวน 49,326 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากปีก่อน แม้ปริมาณขายรวมจะเพิ่มขึ้น 0.4% การลงทุนในตราสินค้าและกิจกรรมทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมที่ลดลง ส่งผลให้ธุรกิจมี EBITDA ลดลง 6.3% เหลือ 8,718 ล้านบาท

แผนการลงทุนและกลยุทธ์หลัก : บริษัทเดินหน้าเสริมแกร่งแบรนด์หลัก (โออิชิ, คริสตัล, เอส) และขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางเลือกเพื่อสุขภาพ (Healthier Choice) โดยเฉพาะการเปิดตัว NutriWell (นิวทริเวล) นมถั่วเหลืองพรีเมียมในไทย หลังการผนวกธุรกิจ F&N เข้ามาในกลุ่ม บริษัทเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านจุดขายกว่า 600,000 จุด ในไทย และเครือข่ายกระจายสินค้าในมาเลเซียและสิงคโปร์ ควบคู่กับการใช้ดิจิทัลเพื่อขยายช่องทางการขายผ่านอีคอมเมิร์ซ

ธุรกิจอาหาร : ยอดขายลดลงจากกำลังซื้อชะลอตัว ต้นทุนวัตถุดิบสูง

ธุรกิจอาหารมีรายได้จากการขายช่วง 9 เดือน ปี 2568 จำนวน 16,563 ล้านบาท ลดลง 1.4% จากปีก่อน เนื่องจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคและการใช้จ่ายที่ลดลง รวมถึงผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ EBITDA ลดลง

แผนการลงทุนและกลยุทธ์หลัก : บริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์ที่สมดุลระหว่างการขยายสาขาใหม่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ และการขับเคลื่อนยอดขายในสาขาเดิมผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขายและการสร้างสรรค์เมนูใหม่ นอกจากนี้ยังเสริมแกร่งพื้นฐานทางธุรกิจผ่านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถทำงานได้หลายแบรนด์ และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยระบบดิจิทัลและการจัดการห่วงโซ่อุปทาน

มิติความยั่งยืน : มุ่งสู่ Net Zero และการยอมรับระดับโลก

ไทยเบฟยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero - Scope 1, 2 และ 3) ภายในปี 2593 (ได้รับการรับรองจาก SBTi) บริษัทประสบความสำเร็จในการใช้พลังงานหมุนเวียนในองค์กร 42.6% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ 2 ลง 5.12%

นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัล Best Sustainability-Linked Loan – Beverage และได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มดัชนี DJSI World ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 สะท้อนความมุ่งมั่นด้าน ESG ในระดับสากล

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...