โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปศุสัตว์ ปิดทางนำเข้าหมูสหรัฐปนเปื้อน ย้ำไทยไม่ใช้สารเร่งเนื้อแดง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 12 ส.ค. 2568 เวลา 01.51 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2568 เวลา 06.52 น.

นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ในขณะนี้กรมปศุสัตว์ยังไม่ได้รับแจ้งถึงรายละเอียดและการดำเนินการใด ๆ อย่างชัดเจนถึงกระแสการเปิดนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐแลกกับภาษีที่ไทยได้รับ 19 % โดยสังคมมีความกังวลถึงการใช้ใช้สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อหมูจะกระทบต่อสุขภาพของคนไทย อย่างไรก็ตามกรมปศุสัตว์มีจุดยืนอย่างชัดเจนต่อนโยบายห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดง ตลอดห่วงโซ่การผลิต พร้อมทั้งได้สร้างการรับรู้ต่อเกษตรกรให้ตระหนักถึงอันตราย และผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นจากการใช้สารเร่งเนื้อแดงมาโดยตลอด

ทั้งนี้กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการมาตรการเชิงรุกเฝ้าระวังการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงในโรงฆ่าสัตว์ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ และฟาร์มทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยปลอดสารเร่งเนื้อแดง และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ที่พร้อมจะส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า ซึ่งมีกว่า 160 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหภาพยุโรป จีน รัสเซีย และญี่ปุ่น ต่างก็มีคำสั่งห้ามใช้ และห้ามนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ที่มีสารเร่งเนื้อแดง เนื่องจากมีข้อกังวลด้านสุขภาพในผู้บริโภค

“สารเร่งเนื้อแดง ถือเป็นสารต้องห้ามตามกฎหมายไทย เนื่องจากมีผลกระทบต่อสุขภาพหากมีการสะสมในร่างกาย อาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่เป็นอันตราย โดยกรมปศุสัตว์ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนมาตลอด ซึ่งผมก็เชื่อว่า รัฐบาลก็จะคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นหลักเช่นกัน คงจะไม่มีใครต้องการให้คนไทยบริโภคอาหารที่มีมาตรฐานต่ำลง”

นายสมชวน กล่าวว่า หากมีความคืบหน้าในเรื่องนี้เพิ่มเติม จะต้องหารือกับนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เบื้องต้นนายอรรถกร ก็มีจุดยืนในเรื่องนี้ไม่ต่างจากกรมปศุสัตว์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...