เปิดศัพท์น่ารู้ หมายจับ กับ หมายเรียก แตกต่างกันอย่างไร
เทียบความต่าง “หมายจับ-หมายเรียก” มีความหมายอย่างไร ต้องมีเหตุลักษณะเช่นไร ต้องดำเนินการอย่างไร
ในช่วงที่ผ่านมา ประชาชนที่ติดตามข่าวอาชญากรรม จากหน้าหนังสือพิพ์ หรือข่าวจากโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นข่าวการเสียชีวิตจากการพลัดตกน้ำของนักแสดงชื่อดัง แตงโม (นิดา) ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ ที่มีการรออกหมายจับเพื่อนในกลุ่มที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น
หรือแม้แต่ข่าวฉาวของอดีตพระกาโตะ หรือ นายพงศกร จันทร์แก้ว หรือ แรมโบ้ พระนักเทศน์ชื่อดัง ได้ถอนเงินสดออกจากบัญชีวัดจำนวน 6 แสนบาท และเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับทางกฏหมาย หรืออีกกรณีของนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค ถูกแจ้งดำเนินออกหมายจับคดีล่วงละเมิดทางเพศ
ในข่าวเหล่านี้มักมีคำศัพท์ว่า “หมายจับ” และ “หมายเรียก” อยู่หลายครั้ง “ประชาชาติธุรกิจ” พาผู้อ่านรู้จักความแตกต่างของทั้งสองคำศัพท์
หมายเรียก คืออะไร
ข้อมูลจากสำนักงานศาลยุติธรรม ระบุว่า “หมายเรียก” ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กล่าวคือ “การที่จะให้บุคคลใดมาที่พนักงานสอบสวน หรือมาที่พนักงานฝ่ายปกครอง, ตำรวจ, หรือมาศาล เนื่องในการสอบสวน การไต่สวนมูลฟ้อง การพิจารณาคดี หรือการอย่างอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้
จักต้องมีหมายเรียกของพนักงานสอบสวน หรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ หรือของศาลแล้วแต่กรณี ตามที่ได้กล่าวข้างต้น คดีอาญา มีกระบวนการเบื้องต้น ได้แก่ การสอบสวนของตำรวจ การไต่สวนมูลฟ้องของศาล และ การพิจารณาคดีของศาล เพราะฉะนั้นโดยในขั้นตอนการสอบสวนของตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีอำนาจในการเรียกผู้ต้องหามาสอบสวนได้ทันที โดยไม่ต้องขออนุมัติจากศาล
หากบุคคลที่ถูกหมายเรียกไม่มาตามหมายเรียก ต้องแจ้ง “เหตุอันควร” เหตุผลที่ไม่สามารถมาตามหมายเรียกนั้นได้ต่อเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นจะถือว่าท่านมีเจตนาจะหลบหนี และอาจถูกออกหมายจับได้
หมายจับ คืออะไร
“หมายจับ” คือ หนังสือที่ศาลอนุญาตให้จับผู้ต้องหาหรือจำเลย ผู้ที่มีอำนาจออกหมายจับคือ ศาล ดังนั้น หากพนักงานสอบสวนต้องการหมายจับผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนหรือพนักงานฝ่ายปกครองต้องขอหมายจับจากศาลก่อน
หมายค้น คืออะไร
“หมายค้น” เป็นหนังสือในการดำเนินคดีอาญาของเจ้าพนักงานและศาล โดยต้องขออนุมัติจากศาลก่อน มีความจำเป็นสำหรับ “การค้นในที่รโหฐาน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้น ต้องแสดงหมายค้นและตรวจค้นต่อหน้าเจ้าของอีกทั้ง เวลาที่เข้าทำการตรวจค้น ต้องเป็นเวลากลางวัน (ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น ถึง พระอาทิตย์ตก)
เหตุที่จะออกหมายจับได้
- เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือ
- เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น
ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี
มาตรา 67 จะออกหมายจับบุคคลที่ยังไม่รู้จักชื่อก็ได้แต่ต้องบอกรูปพรรณของผู้นั้นให้ละเอียดเท่าที่จะทำได้
มาตรา 68 หมายจับคงใช้ได้อยู่จนกว่าจะจับได้ เว้นแต่ความผิดอาญาตามหมายนั้นขาดอายุความหรือศาลซึ่งออกหมายนั้นได้ถอนหมายคืน
เหตุที่จะออกหมายเรียกได้
1. เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี
2. เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญา และมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือ จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือ ก่อเหตุอันตรายประการอื่น