อ่าวไทยคลื่นลมแรง ซัดทำลายชายฝั่งสงขลา ฝนถล่ม ทำชาวสวนยางเดือดร้อนหนัก
อ่าวไทยคลื่นลมแรง ซัดทำลายชายฝั่งสงขลา ฝนถล่ม ทำชาวสวนยางเดือดร้อนหนัก
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์คลื่นลมในอ่าวไทยที่มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ในพื้นที่อำเภอเมืองสงขลา มีคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าชายฝั่ง เรือประมงทั้งหมดต้องงดหยุดการประมง นำเรือขึ้นฝั่งไปเก็บในที่ปลอดภัย แต่เมื่อพบว่าคลื่นลมแรงขึ้น ประกอบกับมีน้ำที่ถูกระบายออกจากชุมชนในเขตเทศบาลนครสงขลา ไหลลงในอ่าวไทย ผ่านท่อขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณชุมชนเก้าเส้ง ทำให้มีปลาน้ำจืดจำนวนมากไหลออกมาและเล่นคลื่นอยู่บริเวณชายฝั่ง ชาวบ้านพื้นบ้านจึงได้ร่วมกันนำแหมาล้อมจับปลาเหล่านี้กันเป็นจำนวนมาก แต่ละรายพบว่าได้ปลาหลากหลายชนิด ทีเดียว ซึ่งชาวประมงบอกว่า ปลาที่จับได้จำนวนมาก จะนำไปปรุงอาหารรับประทานกันในครัวเรือน ส่วนที่เหลือก็จะนำไปขายสร้างรายได้ ทดแทนในช่วงที่ต้องหยุดออกทำการประมง ซึ่งถือเป็นโอกาสในวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น
คลื่นลมแรงที่ซัดเข้าทำลายชายฝั่ง ทำให้ชายหาดชลาทัศน์ อ.เมือง บริเวณชุมชนเก้าเส้ง ซึ่งเป็นจุดที่ได้มีการเติมทรายชายหาดเอาไว้ซึ่งใช้งบประมาณเกือบ 300 ล้านบาท เริ่มได้รับความเสียหายอีกครั้ง ทรายถูกคลื่นซัดกลืนหายไปในทะเล ทำให้ชายหาดมีสภาพเว้าแหว่งและมีลักษณะคล้ายหน้าผาสูง
ทั้งนี้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลาได้ประกาศเตือนผู้ควบคุมเรือ เจ้าของเรือ ผู้ประกอบการเดินเรือ และชาวเรือใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ และขอให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการเดินเรืออย่างเคร่งครัด โดยขอให้ผู้ควบคุมเรือตรวจสอบความพร้อมของสภาพตัวเรือ เครื่องยนต์ และเฝ้าติดตามประกาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกอย่างใกล้ชิด
นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่ของ 7 อำเภอในจังหวัดสงขลา อันเนื่องมาจากฝนตกหนัก ทำให้น้ำไหลระบายไม่ทัน ทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ถนน บ้านเรือนประชาชน ในอำเภอเมือง อำเภอสิงหนคร อำเภอสทิงพระ อำเภอระโนด อำเภอควนเนียง อำเภอคลองหอยโข่ง และอำเภอสะเดา เมื่อวานนี้ ล่าสุดนั้นสถานการณ์คลี่คลาย พื้นที่ประสบภัยเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังฝนหยุดตก รวมถึงทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ระดมสูบน้ำ ออกจากพื้นที่ประสบภัย ทำให้ระดับน้ำลดลง แต่ยังต้องมีการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่ฝนจะตกลงมาซ้ำอีกอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ฝนที่ตกต่อเนื่องมาหลายวัน นอกจากจะทำให้ระดับน้ำในคลองธรรมชาติปรับเพิ่มสูงขึ้นแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนยาง ที่ไม่สามารถอออกทำการกรีดยางได้ตามปกติ ทำให้ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากในช่วงปกติ สามารถกรีดยางได้ แต่ราคาที่ตกต่ำทำให้ไม่ได้มีเงินเหลือเก็บ เมื่อฝนตกต่อเนื่องจึงทำให้รายได้ขาดหายไปทันที โดยพบว่าชาวสวนยางพาราทั้งในอำเภอหาดใหญ่ อำเภอสะเดาและอำเภอคลองหอยโข่ง ต่างก็ต้องหยุดกรีดยางในระยะนี้และต้องประหยัดค่าใช้จ่ายกันอย่างหนัก
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกจังหวัดสงขลา ออกประกาศเตือนฉบับที่ 9 เรื่อง คลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยและฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก โดยระบุว่า ว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนกลาง แนวโน้มเคลื่อนตัวทางตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย คาดว่าจะเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันพรุ่งนี้ (14 พ.ย. 64) ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ลักษณะดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาคใต้ฝั่งตะวันออก ดังนี้
บริเวณที่มีฝนตกหนัก ได้แก่ จังหวัดพัทลุงและสงขลา บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในช่วงวันที่ 13-14 พฤศจิกายน
สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าว