โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดบทเรียน ไฟดับใหญ่ ‘สเปน-โปรตุเกส’ ใช้พลังงานหมุนเวียนได้ แต่ต้องมี ‘ก๊าซ-ถ่านหิน’ เสริมความมั่นคง

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 06.08 น. • The Bangkok Insight

สเปน และโปรตุเกสกลับมาใช้ไฟฟ้าอีกครั้ง หลังจากเกิดไฟดับใหญ่ ครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ว่าทางการจะไม่ได้ให้คำอธิบายใด ๆ เกี่ยวกับสาเหตุหรือวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกก็ตาม

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เหตุไฟฟ้าดับกะทันหัน ทำให้การใช้ไฟฟ้าในสเปนลดลงถึง 60% ในเวลา 5 วินาที ในช่วงเที่ยงของวันจันทร์ที่ผ่านมา (28 เม.ย.) ซึ่ง REE ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการระบบส่งไฟฟ้าของสเปน มองว่า สาเหตุของไฟดับครั้งนี้ ไม่ได้มาจากการโจมตีทางไซเบอร์

ไฟดับใหญ่

REE บอกด้วยว่า ตรวจพบการหยุดทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 ครั้ง ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสเปน ซึ่งทำให้ระบบไฟฟ้าไม่เสถียร และนำไปสู่การตัดขาดการเชื่อมต่อกับฝรั่งเศส

ทั้งนี้ สเปน เป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ที่สุดของยุโรป และเหตุไฟดับครั้งใหญ่นี้ ทำให้เกิดการถกเถียงกันว่า ความไม่แน่นอน ของการจัดหาพลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานลม ทำให้ระบบพลังงานของประเทศเปราะบางมากขึ้นหรือไม่

Redeia ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท Red Electrica ได้เตือนในรายงานประจำปีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่า บริษัทอาจเสี่ยงต่อ การถูกตัดการเชื่อมต่อ เนื่องจากพลังงานหมุนเวียนมีปริมาณสูง โดยไม่มีขีดความสามารถทางเทคนิคที่จำเป็น สำหรับการตอบสนองที่เหมาะสมเมื่อเผชิญกับความปั่นป่วน

ขณะที่ RBC วาณิชธนกิจชั้นนำ ประเมินว่า มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ที่จากไฟฟ้าดับครั้งใหญ่นี้ อาจอยู่ระหว่าง 2,250 ล้านยูโร ถึง 4,500 ล้านยูโร พร้อมกล่าวโทษรัฐบาลสเปนที่ประมาทเกินไป เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานในระบบที่ต้องพึ่งพาพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งมีแบตเตอรี่สำรองน้อย

ใช้พลังงานหมนุเวียนได้ แต่ต้องมีพลังงานที่มั่นคงด้วย

ทั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่า หนึ่งในปัญหา คือ การที่มีโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานมั่นคงอย่าง ก๊าซ นิวเคลียร์ และเขื่อน ไม่เพียงพอ ที่จะสามารถรับมือกับพลังงานแสงอาทิตย์ ที่หายจากระบบอย่างรวดเร็วได้

ความไม่มั่นคงดังกล่าวทำให้ความถี่ในระบบ หล่นจาก 50 Hz เหลือ 49.85 Hz ซึ่งอุปกรณ์ต่าง ๆ จะทยอยถูกตัดทิ้งออกจากระบบทันที

ขณะที่ แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมพลังงานไทย แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวว่า แม้จะมีการนำพลังงานหมุนเวียนเข้ามาใช้แล้ว แต่ก็ยังจำเป็นต้องมีพลังงานดั้งเดิมอย่างก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินด้วย

ไฟดับใหญ่

ในการเลือกใช้พลังงานต่าง ๆ ในการผลิตกระแสไฟฟ้านั้น จะพิจารณาพลังงานหมุนเวียนเพราะเรื่องราคาถูกไม่ได้ เนื่องจากพลังงานชนิดนี้ ทำให้ความมั่นคงระบบอ่อนแอลง ต้องมีต้นทุนอีกฝั่งในการเสริมระบบ หรือ เตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาไม่ได้

การที่จะใช้พลังงานหมุนเวียนเข้ามาผลิตไฟฟ้านั้น จะต้องมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองให้มากขึ้น ซึ่งการเพิ่มพลังงานหมุนเวียนนั้น ทำให้ กำลังไฟฟ้า (MW) และกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากค่าบริหารจัดการระบบ และการเตรียมความพร้อมสูงขึ้น

อย่างไรก็ดี ไม่ได้หมายความว่าต้นทุนรวมของการจัดหาไฟฟ้า 1 หน่วย จะต้องสูงขึ้นเสมอไป ซึ่งหากสัดส่วนเหมาะสม ค่าไฟก็จะเหมาะสม ระบบก็จะเสถียรภาพ ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมและการลงทุนได้

แหล่งข่าวบอกด้วยว่า เขื่อน เป็นพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ ที่มีความมั่นคงสูง มีราคาถูก จึงเป็นโรงไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ได้เกือบทุกข้อ และเป็นแหล่งพลังงานหลัก ที่เกือบทุกประเทศที่มุ่งเป้าคาร์บอนเป็นกลางพัฒนา และให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...