โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ยูนิโคล่’ วิจารณ์นโยบายภาษีทรัมป์ ‘ไร้เหตุผล’ พร้อมปรับลดกำไรลง 2,304 ล้านบาท ช่วงครึ่งปีหลัง 2025

TODAY Bizview

อัพเดต 11 เม.ย. 2568 เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2568 เวลา 04.42 น. • workpointTODAY

รายชื่อประเทศที่อยู่ในลิสต์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากได้ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรชุดใหม่ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ‘ญี่ปุ่น’ เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดด้วยอัตราภาษี 24%

ขณะเดียวกัน ‘ชิเงรุ อิชิบะ’ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 7 เมษายน เป็นการหารือครั้ังแรกเกี่ยวกับภาษีศุลกากรอัตราใหม่ของสหรัฐอเมริกา โดยพยายามหาโซลูชั่นร่วมกันต่างๆ นานา

โดยการจัดเก็บภาษีศุลกากรขั้นพื้นฐานต่อสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นไปอเมริกาอยู่ที่ 10% กับคู่ค้าทุกราย และในอัตราที่สูงขึ้นกับคู่ค้าบางราย

‘ยูนิโคล่’ (Uniqlo) คือหนึ่งในธุรกิจที่เพิ่งเปิดร้านสาขาใหม่ในสหรัฐฯ ได้ไม่นาน โดย 2 ร้านสาขาใหม่ที่เปิดและได้ผลตอบรับดีมาก อยู่ในรัฐเท็กซัสและแคลิฟอร์เนีย ทั้งยังมีส่วนทำให้ ‘ยอดขาย’ ของยูนิโคล่เพิ่มขึ้น ‘อย่างแข็งแกร่ง’ ในตลาดอเมริกาเหนือ

ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกกำไรกำลังเพิ่มขึ้นราว 25% สำหรับตลาดนี้ จากเดิมที่อเมริกาเหนือมีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 10% ของยอดขายสินค้ายูนิโคล่ ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนสิงหาคม 2024

[ สงครามภาษีไร้เหตุผล ]

‘ทาดาชิ ยานาอิ’ (Tadashi Yanai)ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของแบรนด์ยูนิโคล่ ได้แสดงความคิดเห็นถึง ‘นโยบายภาษีศุลกากร’ ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ไว้ว่า “ไร้เหตุผล และ อยู่ได้ไม่นานหรอก” แน่นอน

และในฐานะที่ยูนิโคล่เป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมค้าปลีกแฟชั่นจากญี่ปุ่น เขาได้ปรับลดคาดการณ์ครั้งใหม่เกี่ยวกับแนวโน้มกำไร (earnings outlook)ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2025 ลงประมาณ 10,000 ล้านเยน หรือประมาณ 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2,304 ล้านบาท)เหตุกังวลว่าจะได้รับผลกระทบ

“บริษัทคาดว่ากำไรสุทธิครึ่งปีหลังจะได้รับผลกระทบ 2-3% จากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ”

“เราจะประเมินสถานการณ์ต่อไปตั้งแต่ปีงบประมาณหน้าเป็นต้นไป และจะตอบสนองอย่างเหมาะสม”

เขาได้วิพากษ์วิจารณ์สงครามภาษีของทรัมป์ว่า เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ไร้เหตุผล และเชื่อว่ามาตรการนี้จะอยู่ได้ไม่นาน เพราะสหรัฐฯ เองก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน

“มาตรการใหม่นี้จะทำให้สหรัฐฯ ถูกแยกตัวออกจากเวทีโลก”

ถึงแม้ว่า ทรัมป์ได้ระงับการขึ้นภาษีสินค้า 90 วันเป็นการตอบแทน 75 ประเทศที่ไม่ตอบโต้ใดๆ แต่ก็ยังคงเก็บภาษี 10% สำหรับสินค้าทั้งหมดที่ส่งไปยังสหรัฐฯ ต่อไป และ ‘จีน’ น่าจะเป็นประเทศที่โดนหนักที่สุด เพราะขยับมาตรการภาษีขึ้นอีกจาก 125% เป็น 145% (เริ่มต้นคือเก็บภาษี 104%)

[ สงครามภาษีรังแกชาติกำลังพัฒนา ]

ทาดาชิ ยานาอิ ยังกล่าวด้วยว่า ประเทศกำลังพัฒนาจะเผชิญกับ ‘หายนะ’ ที่รุนแรงแน่นอน หากโลกยังทำสงครามภาษีระหว่างกัน โดยเฉพาะจากต้นเรื่องก็คือ สหรัฐฯ

ที่ผ่านมา ฟาสต์รีเทลลิ่ง ต้องซื้อสินค้าจากโรงงานเสื้อผ้า 488 แห่งทั่วโลก ในจำนวนนี้ 74 แห่งอยู่ในเวียดนาม 34 แห่งอยู่ในบังกลาเทศ และ 30 แห่งอยู่ในกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศที่ต้องจ่ายภาษีเพิ่มเติมจำนวนมาก ภายใต้มาตรการภาษีระยะที่ 2 ของโดนัลด์ ทรัมป์

ในแง่ของรายได้รวมของยูนิโคล่ ในช่วง 6 เดือนที่สิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์ กำไรสุทธิของ Fast Retailing พุ่งขึ้น 19.2% จากปีก่อน

โดยแบ่งเป็นยอดขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 14.7% ในช่วงเวลาเดียวกัน และยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 11.6%

ปัจจุบัน ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกเสื้อผ้าคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงาน 545,000 ล้านเยน (3,700 ล้านดอลลาร์) และกำไรสุทธิ 410,000 ล้านเยนสำหรับปีที่สิ้นสุดในเดือนสิงหาคม

โดยตัวเลขกำไรจากการดำเนินงานสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ของบริษัท 2.8% ในขณะที่ตัวเลขกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6.5%

นักวิเคราะห์โดย QUICK มองว่าบริษัทจะมีกำไรจากการดำเนินงาน 537,400 ล้านเยนสำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน โดยบริษัทจะสามารถรับมือกับผลกระทบจากภาษีได้ เพราะซีอีโอพร้อมที่จะ ‘เปลี่ยนสถานที่ผลิต’ ได้มากเท่าที่ต้องการ จากแถบประเทศที่ยูนิโคล่ยังไม่เคยลอง เช่น แอฟริกา, อินเดีย หรือแม้แต่การใช้ฐานผลิตในจีนก็ตาม

อ้างอิง:
https://asia.nikkei.com/Business/Retail/Uniqlo-owner-Yanai-says-Trump-tariff-irrational-and-won-t-last
https://www.reuters.com/business/retail-consumer/uniqlo-operator-fast-retailings-q2-profit-jumped-33-raises-forecast-2025-04-10/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...