โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SJWD ลุย “4 ธุรกิจดาวรุ่ง” ดันรายได้ปี 68 โต 12% มุ่งเพิ่มสัดส่วนกำไรจากตปท. เป็น 40% ภายในปี 73

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2568 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2568 เวลา 07.34 น.

SJWD เผยกลยุทธ์ปี 68 มุ่งขยาย 4 ธุรกิจดาวรุ่ง คลังสินค้าห้องเย็น-รับฝากและบริหารยานยนต์-ตัวแทนขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ-ธุรกิจต่างประเทศ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 12% มุ่งเพิ่มสัดส่วนกำไรจากต่างประเทศเป็น 40% ภายในปี 2573
นายบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน เผยว่า บริษัทฯ มุ่งสร้างการเติบโตอย่างเนื่องเพื่อบรรลุเป้าในปี 2568 คือการเพิ่มรายได้ 12% รวมถึงเป้าหมายระยะยาว เช่น การเพิ่มอัตรากำไรสุทธิ (net profit margin) ให้อยู่ที่ 8% ในปี 2572 และการเพิ่มสัดส่วนกำไรจากต่างประเทศเป็น 40% ในปี 2573 รวมถึงการเพิ่ม market cap ให้แตะ 1 แสนล้านบาทภายในปีเดียวกัน
โดยกลยุทธ์ที่บริษัทฯ จะมุ่งเน้นในปีนี้ คือการเดินหน้าขยายธุรกิจในกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโต ได้แก่ (1) ธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็น (2) ธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์ (3) ธุรกิจตัวแทนขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และ (4) ธุรกิจต่างประเทศ
สำหรับธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็น มีแผนเปิดบริการห้องเย็นใหม่อีก 4 แห่ง พื้นที่รวมกว่า 37,000 ตารางเมตร ในเชียงใหม่, สระบุรี, รังสิต และ จังหวัดปทุมธานี (ห้องเย็นของบริษัท เอสซีจี นิชิเร) ภายในปีนี้ โดยหลังจากปี 2568 มีแผนสร้างคลังสินค้าห้องเย็นแห่งใหม่เพิ่มเติมในจังหวัด ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และ สงขลา นอกจากนี้ยังวางแผนขยายบริการคลังสินค้าห้องเย็นแก่กลุ่มอุตสาหกรรมยาและเฮลท์แคร์ รวมถึงร่วมทุนกับลูกค้าสร้างคลังสินค้าห้องเย็นแห่งใหม่ และขยายเครือข่ายขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ
ส่วนธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์ จะเน้นขยายบริการนำเข้าและส่งออกวัตถุดิบและชิ้นส่วนยานยนต์ให้ครอบคลุมต่างประเทศมากขึ้น เช่น อินโดนีเซีย หรือ เวียดนาม รวมถึงจะขยายการให้บริการแก่รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น เพิ่มเติมจากเดิมที่ให้บริการแก่รถยนต์รวมกว่า 5 แสนคันในปีที่ผ่านมา
ด้านธุรกิจตัวแทนขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ หรือ Freight ตั้งเป้าเพิ่มรายได้เป็น 2,500 ล้านบาทภายในปี 2572 โดยจะมีการร่วมมือกับ ANI และ บมจ.ไซไน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SINO ในฐานะพาร์ทเนอร์ เชื่อมโครงข่ายบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ รวมถึงจะรุกสร้าง New S-Curve จากการเป็นผู้ให้บริการโลจิสติสก์ครบวงจรรายแรกที่มีบริการดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ NSW Service Provider (NSP) ซึ่งเป็นระบบบริการจัดส่งข้อมูลที่เชื่อมต่อหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ
ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศ จะเน้นการขยายธุรกิจในจีน เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยในจีน จะร่วมมือกับ JUSDA ให้บริการขนส่งสินค้า คลังสินค้า และนำเข้า-ส่งออกสินค้า จากจีนมาไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะสินค้าในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอกนิกส์ และเครื่องจักร และจะร่วมมือกับ Ruiyun Logistics ศึกษาโอกาสทางธุรกิจบริการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิข้ามแดนระหว่างไทย เวียดนาม และจีน
ในส่วนของเวียดนามได้มีการถือหุ้น 100% ใน SCGJWD Logistics (Vietnam) Co., Ltd. ซึ่งในปีที่ผ่านมา ได้รับงานจาก VIETNAM CONSTRUCTION MATERIALS JOINT STOCK COMPANY (VCM) เพื่อให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรแบบ End-to-End Supply Chain Soution ส่วนมาเลเซีย ได้ร่วมกับ SWIFT จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อเปิดคลังสินค้าห้องเย็นใหม่ 3 แห่ง ด้านอินโดนีเซีย ได้มีการขยายธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์และธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็น และในฟิลิปปินส์ ได้มีการขยายธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็น
นอกจากแผนขยายธุรกิจศักยภาพสูงทั้ง 4 นี้แล้ว บริษัทฯ ยังมีแผนเสนอขายสินทรัพย์บางส่วนจากธุรกิจคลังสินค้าทั่วไปที่ดำเนินการก่อสร้างโดยบริษัทแอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด เป็นมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท ให้แก่กอง REIT ที่เป็นพาร์ทเนอร์ เพื่อนำเม็ดเงินมาขยายการลงทุนต่อเนื่อง
ทั้งนี้ในปี 2567 บริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจและการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ อาทิ เข้าถือหุ้น 20.12% ใน บมจ.เอเชีย เน็ตเวิร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ ANI ผู้นำธุรกิจตัวแทนขายระวางสินค้าสายการบินหรือ GSA ในไทย, เข้าถือหุ้น 20.48% ใน Swift Haulage Berhad หรือ SWIFT (สวิฟท์) ผู้ดำเนินธุรกิจ Integrated Logistics ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย, จัดตั้งบริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี เฟรท จำกัด เพื่อปรับโครงสร้างและเพิ่มศักยภาพให้บริการตัวแทนขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ได้ก่อสร้างคลังสินค้าห้องเย็นแห่งใหม่ที่เชียงใหม่แล้วเสร็จ มีพื้นที่ 2,700 ตารางเมตร เปิดบริการคลังสินค้าทั่วไป 2 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี มีพื้นที่รวมกว่า 54,000 ตารางเมตร ภายใต้บริษัท แอลฟา อินดัสเตรียล โซลูชั่นส์ จำกัด ที่ร่วมทุนกับ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ หรือ ORI ฯลฯ และได้ขยายบริการแก่ลูกค้ารายใหญ่ บมจ. ปตท.น้ำมันและค้าปลีก หรือ OR โดยนำเสนอ Green Logistics Solution เพื่อให้บริการขนส่งอาหารและเบเกอรี่แก่ร้านคาเฟ่อเมซอน รวมถึงได้รับรางวัล Highly Commended Supply ChainManagement Awards จาก SET Awards 2024 และการประเมิน SET ESG Rating 2024 ระดับ AAA
ขณะเดียวกันฐานะทางการเงินของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นปี 2567 มีอัตราหนี้สินต่อทุนที่มีภาระดอกเบี้ย 0.67 เท่า มีเงินสดคงเหลือ (Cashflow Surplus) ณ สิ้นปี 2567 กว่า 2,400 ล้านบาท และการเสนอขายหุ้นกู้เดือนกันยายนปีที่ผ่านมาวงเงินไม่เกิน 4,200 ล้านบาท มีนักลงทุนต้องการจองซื้อมากกว่ามูลค่าที่เสนอขาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...