ASEAN Week เกาะติด ข่าวอาเซียน ตลอดสัปดาห์นี้ (17 – 21 มี.ค. 2568)
ASEAN Week ในสัปดาห์นี้ (17 - 21 มี.ค. 2568) อัปเดตข่าวคราวความเคลื่อนไหวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับ ASEAN Week “การเงินธนาคาร” จะพาไปติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวในภูมิภาคอาเซียน ตลอดสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 17-21 มี.ค. 2568 ได้แก่
- “ทักษิณ” ฝันดันไทยเป็นฮับ AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ หั่นค่าไฟเหลือ 2.50 บาท จูงใจลงทุน
- แคสเปอร์สกี้ เผยสถิติใหม่ ธุรกิจไทย โดนฟิชชิงสูงสุดในอาเซียน
- “PT Wijaya Karya” บริษัทรับเหมาก่อสร้างเบอร์ 2 อินโดนีเซีย ผิดนัดชำระเงินกู้ 61 ล้านดอลลาร์
- SCGC ล็อกเรือขนส่งอีเทนครบ 5 ลำ ลดต้นทุน LSP เวียดนาม
- ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย หยุดซื้อขายชั่วคราว หลังหุ้นดิ่งหนัก 5% วิตกเศรษฐกิจอ่อนแอ
- Grab เดินหน้าเจรจาซื้อกิจการ GoTo คาดมูลค่ามากกว่า 7 พันล้านดอลล์
- สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน คาด “เวียดนาม” เสี่ยงถูกสหรัฐเก็บภาษีนำเข้าสินค้ารอบใหม่
- ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ดิ่งแรง 7.1% ร่วงหนักสุดในรอบ 14 ปี ภาคเช้าประกาศหยุดซื้อขายชั่วคราว
- อินโดนีเซีย ผ่อนปรนกฎซื้อหุ้นคืน ไม่ต้องขออนุมัติที่ประชุมผู้ถือหุ้น เป็นเวลา 6 เดือน เริ่ม 18 มี.ค.68
- ธนาคารกลางอินโดนีเซีย ตรึงดอกเบี้ยนโยบาย 5.75% เป็นเดือนที่ 2 หวังพยุงค่าเงินรูเปียห์
- “รัฐบาลเวียดนาม” เปิดทางนักลงทุนต่างชาติ พิ่มสัดส่วนถือหุ้นธนาคารสูงสุด 49% หวังเร่งฟื้นฟูภาคการเงิน
ไทย
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ไปร่วมเสวนาในหัวข้อ “โอกาสและอนาคตของการลงทุน” ในงาน MFC’s 50th Anniversary The World’s Next Opportunities and Beyond เปิดโอกาสลงทุนแห่งอนาคต โดยได้กล่าวในงานถึงความใฝ่ฝันที่จะผลักดันประเทศไทย เป็นฮับของ AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งหากจะทำ ต้องทำให้ต้นทุนด้านพลังงานต่ำที่สุด โดยชี้ว่า ควรหั่นค่าไฟให้เหลือ 2.50 บาท เพื่อจูงใจดึงเงินลงทุน
ด้าน แคสเปอร์สกี้ เผยว่า "ธุรกิจไทย" ถูกโจมตีด้วยฟิชชิงในอันดับสูงสุดในอาเซียน โดยเกิดขึ้นมากกว่า 2.4 แสนครั้งในปี 2024 ธุรกิจต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกโจมตีด้วยฟิชชิงมากกว่า 500,000 ครั้ง ทั้งนี้ นายเซียง เทียง โยว ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แคสเปอร์สกี้ ได้เปิดเผยว่า การเติบโตของ AI ทำให้เกิดเว็บไซต์ปลอมที่ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้ตกเป็นเหยื่อง่ายกว่าการระวังและหลีกเลี่ยง อีกทั้งภูมิทัศน์ด้านกฎระเบียบที่หลากหลายของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้และระดับความพร้อมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่แตกต่างกันขององค์กรธุรกิจ ทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับการโจมตีโดยใช้แรงจูงใจทางการเงินนั่นเอง
อินโดนีเซีย
“PT Wijaya Karya” บริษัทรับเหมาก่อสร้างเบอร์ 2 อินโดนีเซีย กำลังประสบปัญหาทางการเงิน ไม่ได้ชำระเงินต้นจากพันธบัตรทั่วไป และพันธบัตร Sukuk mudharabah ที่ออกในปี 2565 ตามข้อมูลของ PT Bank Mega ซึ่งเป็นผู้ดูแลพันธบัตรดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ ทั้งสองพันธบัตรครบกำหนดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ และมีเงินต้นคงค้างรวมกัน 1 ล้านล้านรูเปียห์ หรือราว 61 ล้านดอลลาร์
หลังจากนั้นในวันที่ 18 มีนาคม หุ้นอินโดนีเซีย ร่วงลง ส่งผลให้ต้องหยุดการซื้อขาย เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงและการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ลดลงก่อน Eid holiday ซึ่งคือ คือวันหยุดที่เฉลิมฉลองในเทศกาล อีด ซึ่งเป็นวันสำคัญทางศาสนาในศาสนาอิสลาม ส่งผลต่อความเชื่อมั่น ซึ่ง ดัชนี Jakarta Composite ร่วงลงถึง 5% ถือเป็นการร่วงลงครั้งใหญ่ที่สุดภายในวันตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2563
แต่หลังจากนั้น ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ก็ดิ่งแรงอีกครั้งไปถึง 7.1% ซึ่งเป็นการร่วงหนักสุดในรอบ 14 ปี
เวียดนาม
สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน คาดการณ์ว่า “เวียดนาม” มีความเสี่ยงอย่างมาก ที่จะโดนพิษ มาตรการภาษี ทรัมป์ โดยอาจจะถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าสินค้ารอบใหม่ หลังสหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับเวียดนาม 1.235 แสนล้านดอลลาร์ ในปี 2567 ซึ่งประธานและซีอีโอของสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียนได้ชี้ว่า เวียดนามสามารถลดความเสี่ยงจากภาษีได้โดยการซื้อสินค้าจากสหรัฐมากขึ้น รวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)
ด้าน รัฐบาลเวียดนาม ได้ออกมาตรการใหม่ อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติ เข้าถือหุ้นในบางธนาคารได้สูงสุด 49% จากเดิมที่จำกัดไว้ที่ 30% โดยมาตรการนี้มีขึ้นเพื่อมุ่งเน้นไปที่ธนาคารที่เข้าซื้อกิจการสถาบันการเงินที่มีปัญหา เพื่อสนับสนุนธนาคารกลางเวียดนามในการเร่งกระบวนการปรับโครงสร้างสถาบันการเงินที่อ่อนแอ