หุ้นไทยวันนี้ อ่อนตัวในกรอบ 1,180-1,215 จุด หลังราคาน้ำมันร่วงต่ำสุด 4 ปี จับตาเงินเฟ้อไทย
หุ้นไทยวันนี้ 6 พ.ค. นักวิเคราะห์คาดอ่อนตัวในกรอบ 1,180-1,215 จุด จากการประชุม OPEC+ ที่ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันขึ้น ซึ่งราคาน้ำมันปรับตัวลงต่ำสุดในรอบ 4 ปี เป็นภาพลบต่อกลุ่มพลังงาน รวมทั้งเป็นความเสี่ยงต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนที่อาจถูกปรับลดลงต่อเนื่อง แนะติดตามการเปิดเผยผลประกอบการบจ. และเงินเฟ้อไทย
วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองการปรับตัวขึ้นของตลาดช่วงต่อจากนี้คาดว่าจะเริ่มชะลอการขึ้นที่ผ่านมาเริ่มเห็นแรงขายที่ชัดเจนขึ้นบริเวณ 1,215 เริ่มมีโอกาสชะลอตัวลง
ตลาดทยอยรับรู้ปัจจัยบวกในระยะสั้นทั้งเรื่องลดดอกเบี้ยของ กนง. และสัญญาณการเจรจาการค้าที่คลี่คลายภายในระดับหนึ่งแล้ว ส่วนแนวรับประเมินที่ 1,190-1,185 จุด
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways หลังตลาดอยู่ระหว่างรอความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐ และติดตามการประกาศผลประกอบการ 1Q68 ของหุ้น Real Sector ขณะที่การประชุมนโยบายการเงินของ FOMC คาดไม่มีผลต่อบรรยากาศลงทุนมากนัก หลังตลาดคาดจะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย
อย่างไรก็ดีมองความไม่ชัดเจนของนโยบายภาษีของสหรัฐที่มีต่อเศรษฐกิจโลกจะยังเป็นปัจจัยบั่นทอนความเชื่อมั่นที่มีต่อการเติบโตของผลประกอบการ 2Q68 ทำให้บรรยากาศลงทุนยังเป็นไปอย่างระมัดระวังและทำให้ SET ปรับขึ้นได้จำกัด โดยมีแนวต้าน 1,215-1,235 จุด ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงคงแนะนำให้ “Selective Buy”
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีอ่อนตัวลง หลังกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (OPEC+) มีการปรับกลยุทธ์โดยเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันขึ้น เป็นภาพลบกลุ่มพลังงานถ่วงตลาดวันนี้
ทั้งนี้ราคาน้ำมันล่าสุดเมื่อวันจันทร์ปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 4 ปี อาจทำให้หุ้นไทยเปิดความเสี่ยงกำไรบริษัทจดทะเบียนที่อาจถูกปรับลดลงต่อเนื่อง
สัปดาห์นี้ติดตามการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน อาทิ ADVANC TRUE TOP GPSC BGRIM OR CPN WHA AWC รวมทั้งตัวเลขเงินเฟ้อไทยเปิดเผยในวันนี้
ขณะที่ต่างประเทศติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งคาดว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ย โดยให้กรอบแนวรับ 1,180 จุด และแนวต้าน 1,215 จุด
บล.พาย ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,150 – 1,220 จุด ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนอาจเริ่มมองฝั่งทำกำไรมากขึ้นหลังดัชนี Price In ปัจจัยหนุนเรื่องการค้าไปบ้างแล้ว
แต่ระยะข้างหน้าเรื่องการเติบโตทั้งกำไรบริษัทจดทะเบียนและเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญที่เริ่มเห็นการปรับลด ล่าสุด Bloomberg Consensus คาดไว้ที่ 91.75 บาท / หุ้น ลดลงต่อเนื่องจากต้นปีที่ 96 บาท / หุ้น
อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนสั้นรับความเสี่ยงได้สูง อาจ Trading ในหุ้นได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยปรับลง อาทิ การเงิน (MTC SAWAD) นอกจากนี้กลุ่มที่เสี่ยงจะกำไรถูกปรับน้อยลงก็น่าสนใจ อาทิ กลุ่มโรงพยาบาล (BDMS) ศูนย์การค้า (CPN) ค้าปลีกที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจำเป็น (BJC CPALL CPAXT)